
FBIแก้นิยามข่มขืนรวมเหยื่อชาย
วอชิงตัน-เอฟบีไอแก้ไขนิยามคำว่า ข่มขืน ให้กว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 83 ปี ครอบคลุมเหยื่อทุกเพศสภาพ เชื่อสถิติคดีข่มขืนพุ่งหลังใช้นิยามใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ม.ค.55 ว่า สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ได้แก้ไขนิยามคำว่า ข่มขืน เป็นครั้งแรกในรอบ 83 ปี โดยให้รวมถึงเหยื่อที่เป็นเพศชายด้วยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2470 เอฟบีไอนิยามคำว่า "การข่มขืนกระทำชำเรา" หมายถึงการล่วงล้ำทางประเวณีกับสตรีโดยใช้กำลังบังคับขืนใจ ซึ่งถูกติงว่าล้าสมัยและคับแคบ แต่จากนี้ไปการข่มขืนจะหมายรวมถึงการสอดใส่อวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายหรือวัตถุ ในช่องคลอดหรือทางทวารหนักแม้แต่เพียงเล็กน้อย หรือการสอดใส่อวัยวะเพศทางปากของอีกบุคคลหนึ่งโดยปราศจากความยินยอม
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะช่วยปรับปรุงการรวบรวมสถิติข่มขืนให้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายและ ส.ส. ที่จะต้องใช้สถิติอาชญากรรมข่มขืน พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อป้องกันและช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อ
นิยามใหม่นี้ ใกล้เคียงกับนิยามที่สำนักงานตำรวจในหลายรัฐทั่วสหรัฐอเมริกาใช้อยู่แล้ว แต่จะไม่ส่งผลใดๆ ต่อกฎหมายระดับชาติหรือระดับรัฐ
นางซูซาน คาร์บอน ผู้อำนวยการสำนักงานต่อต้านความรุนแรงต่อสตรี กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่นิยามคำว่า ข่มขืน ครอบคลุมเหยื่อทุกเพศสภาพและสิ่งที่สอดใส่ ซึ่งถือเป็นการยอมรับว่า การข่มขืนโดยวัตถุ สร้างความบอบช้ำทางจิตใจ ไม่ต่างจากการข่มขืนด้วยอวัยวะเพศ
นอกจากนี้ ยังเป็นนิยามที่หมายรวมถึงกรณีที่เหยื่อไม่สามารถให้ความยินยอม เพราะตกอยู่ภาวะไร้ความสามารถทางกาย หรือทางจิตใจชั่วคราวหรือถาวร จากฤทธิ์ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีการขัดขืนด้วยกำลังหรือไม่
คาร์บอน ยอมรับว่า นิยามใหม่จะทำให้สถิติคดีข่มขืนในอนาคตเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการข่มขืนเพิ่มขึ้น เพียงแค่เป็นการรายงานเหตุอย่างเป็นจริงมากขึ้นเท่านั้น
ด้านรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ซึ่งเคยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว ระบุว่าการแก้ไขนิยาม ถือเป็นชัยชนะของผู้ที่ทุกข์ทรมานแต่ตกสำรวจตลอดกว่า 80 ปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า สหรัฐจะแก้ปัญหานี้ไม่ได้หากไม่รู้ขอบข่ายของปัญหาที่แท้จริง
ผลศึกษาของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ (ซีดีซี) ซึ่งรวบรวมสถิติตามนิยามข่มขืนแบบกว้าง เผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว พบว่า สตรีอเมริกันหนึ่งในห้าคน และชายหนึ่งใน 71 คนเคยถูกข่มขืนในช่วงหนึ่งของชีวิต



