ข่าว

เกษตรฯพร้อมรับมือปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ

เกษตรฯพร้อมรับมือปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ

07 ม.ค. 2555

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมพร้อมมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ หลังสศก.เสนอโครงการเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการรักษาเสถียรภาพราคา เตรียมส่งเสริม-พัฒนากลุ่มผู้ปลูก เน้นถ่ายทอดความรู้การผลิตที่ถูกต้อง

           7 ม.ค.55 นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่าจากปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้วางแผนแก้ไขปัญหาสับปะรดแล้ว โดยระยะเร่งด่วนจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ระหว่างเกษตรกรและโรงงานแปรรูปสับปะรด เพื่อรับมือผลผลิตล้นตลาดในช่วงนี้ ซึ่งคชก. เห็นชอบสนับสนุนเงินทุน 1,000 ล้านบาท ผ่าน ธ.ก.ส.ชดเชยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 เพื่อทำ Packing Credit ให้แก่โรงงานแปรรูปที่ทำMOU รับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4.00 บาทส่วนระยะปานกลาง ต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพรวมถึงกระจายสับปะรดให้ออกสู่ตลาดสม่ำเสมอ

           สำหรับการผลิตสับปะรดปี 2554 พบว่า มีผลผลิต 2.59 ล้านตันเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ 31 เนื่องจากเกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกประกอบกับสภาพอากาศในปี 2554 เอื้ออำนวย ผลผลิตต่อไร่จึงเพิ่มสูงขึ้นจาก 3.30ตัน ในปี 2553 เป็น 4.01 ตัน ใน ปี 2554 โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม2554 ผลผลิตออกมาก มีปริมาณ 0.60 ล้านตัน ออกสู่ตลาดประมาณวันละ 11,000 -12,000 ตัน ขณะที่โรงงานแปรรูปมีกำลังการผลิตวันละ 10,000 ตันทำให้มีผลผลิตส่วนเกิน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาหดตัวลงและวิกฤติหนี้สาธารณะของยูโรโซนทำให้การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สับปะรดล่วงหน้าชะลอตัวลงมีผลให้ราคาสับปะรดที่เกษตรกรขายได้ตกต่ำ

           กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้องโดยขอความร่วมมือให้โรงงานแปรรูปสับปะรดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่ไม่มีการทำข้อตกลงซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า (ContractFarming) ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4.00 บาทและได้ขอเงินสนับสนุนจากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่โรงงานที่เข้าร่วมโครงการซึ่งขณะนี้มีโรงงานแปรรูปสับปะรดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทำ MOU แล้ว 11โรงงาน ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร มีมติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554 เห็นชอบโครงการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสับปะรดตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เสนอโดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสนับสนุนเงินทุนจำนวน 1,000ล้านบาท ให้แก่โรงงานแปรรูปสับปะรดที่ทำ MOU เพื่อทำ Packing Credit ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 - กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งคชก. จะชดเชยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ให้แก่โรงงานแปรรูปโดยให้โรงงานแปรรูปรับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรที่ไม่มีการทำข้อตกลงซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า(Contract Farming) ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4.00 บาท

           นอกจากนี้ ภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวสับปะรดที่มีขนาดและคุณภาพมาตรฐานตามที่โรงงานแปรรูปต้องการ อย่างไรก็ตามในการป้องกันและแก้ไขปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำในช่วงต่อไปกระทรวงเกษตรฯ จะเน้นความสำคัญในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการผลิตสับปะรดที่มีคุณภาพการกระจายผลผลิตให้มีปริมาณที่สม่ำเสมอในแต่ละเดือน การรวมกลุ่มเกษตรกรรวมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรและโรงงานแปรรูป จัดทำข้อตกลงซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า(Contract Farming) ซึ่งในปี 2554ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดทั่วประเทศ 20 จังหวัด ได้แก่ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทราระยอง จันทบุรี ตราด เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก อุทัยธานี ตราดหนองคาย นครพนม เลย และชุมพร เพื่อเป็นการนำเกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตและส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มผู้ปลูกสับปะรด และในปีงบประมาณ 2555จะดำเนินการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ปลูกสับปะรด ได้แก่การถ่ายทอดความรู้การผลิตสับปะรดที่ถูกต้องเหมาะสม (GAP) สนับสนุนการทำContract Farming การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยง เป็นต้น