ข่าว

'เฉลิม'ปูดพบตร.เขมราฐค้ายาถึง30เปอร์เซ็นต์

'เฉลิม'ปูดพบตร.เขมราฐค้ายาถึง30เปอร์เซ็นต์

07 ม.ค. 2555

'เฉลิม'ปูด ได้รับเรื่องร้องเรียนมีตร.เขมราฐ ค้ายาบ้าถึง 30 % เร่งตรวจสอบหากพบจะสั่งลงโทษเด็ดขาดทั้งโรงพัก พร้อมติวเข้มป้องกันยาเสพติดอีสาน

                        7 ม.ค.55  ร.ต.อ.ดร.เฉลิม  อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) ได้มอบนโยบายและเร่งรัดการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด,นายกเทศมนตรี,นายก อบต.,กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ 8 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างประกอบด้วย จ.นครราชสีมา,ชัยภูมิ,บุรีรัมย์,สุรินทร์,ศรีสะเกษ,อุบลราชธานี,อำนาจเจริญและยโสธร  จำนวน 5,000 คน 

                       ร.ต.อ.ดร.เฉลิม กล่าวว่า ในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง พบปัญหา คือ การลักลอบนำเข้ายาเสพติดโดยเฉพาะกัญชาและยาบ้า และยังพบการแพร่ระบาดของยาบ้าในจังหวัดต่างๆอีกมาก  รัฐบาลจึงได้เร่งสร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติด เป้าหมายคือการเสริมสร้างศักยภาพแกนนำระดับหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด ควบคู่ไปกับการปราบปรามยาเสพติดและการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งแผนสกัดกั้นยาเสพติด การขอความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้รัฐบาล ได้มอบหมายให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทุกคนเข้ามาช่วยกันทำงานเพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดซึ่งในปัจจุบันได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านใน จ.อุบลราชธานี ว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดสถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งในอำเภอเขมราฐเข้าไปเกี่ยวข้องและมีพฤติกรรมค้ายาเสพติดประมาณ 30 % ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งตนได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 3 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็จะสั่งให้ออกจากราชการทันทีแบบเด็ดขาดโดยไม่มีปราณีละเว้น

                       อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมเมื่อรัฐบาลประกาศการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติแล้วหากเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างจริงจังปัญหาจะลดลงไปมากถึงแม้ไม่ได้ 100 % ก็ขอเพียง 80 % ก็พอใจแล้ว  ซึ่งรัฐบาลจะมีการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นชั้นยศและเชิดชูเกียรติแก่เจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจทำงาน แตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาที่ไม่ได้มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังเหมือนรัฐบาลชุดนี้จึงทำให้ยาเสพติดระบาดมากจนต้องมานั่งนับ 1 ใหม่  ถึงแม้จะเป็นงานที่หนักและเหนื่อยแต่ก็ต้องทนเพื่อความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติ 

                       ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาที่บริเวณหน้าหอประชุม อาคารสุรพัฒน์ 2 มทส. ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรีร่วมกับนายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและ พล.ต.ท.ภาณุ  เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกันแถลงข่าวผลการสกัดจับกุมยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 3 ราย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบด้วย ตำรวจ สภ.สีดา จ.นครราชสีมา ตั้งด่านสกัดจับกุมยาเสพติดประเภทกัญชาแห้งอัดแท่งได้ที่บริเวณตู้ยามสีดา ถ.มิตรภาพ อ.สีดา จำนวน 187 ก.ก. ,2. ตำรวจ สภ.โนนสูง จ.นครราชสีมา สกัดจับยาเสพติดประเภทกัญชาแห้งอัดแท่งที่คนร้ายโยนทิ้งข้างทางบริเวณก่อนถึง ด่านสกัดยาเสพติดถ.มิตรภาพ ต.โตนด อ.โนนสูง  จำนวน 200 ก.ก.และ 3.ตำรวจสภ.ชานุมาน จ.อุบลราชธานี สกัดจับยาบ้า จำนวน 120,000 เม็ด ได้ที่บริเวณถนนชานุมาน-หนองผือ บ้านโคกนกกระเต็น ต.โคกสาร อ.ชานุมาน จ.อุบลราชธานี

 

"เฉลิม"ติวเข้มป้องกันยาเสพติดอีสาน

                       ร.ต.อ. เฉลิม  อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ ( ศพส. ) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พร้อมมอบนโยบาย และเร่งรัดการดำเนินการป้องกัน และปราบปราม ฯ ให้แก่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหาร อปท. และ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานใต้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรับฟังนโยบายกกว่า 5 พันคน โดยมี นายชวน  ศิรินันท์พร ผวจ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ภาณุ  เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 พล.ท.จิระศักดิ์  ชมประสพ แม่ทัพน้อยที่ 2 และ พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ( ปปส. ) ให้การต้อนรับ

                       รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติด โดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และได้เปิดปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เมื่อเดือนกันยายน 2554 ปฏิบัติการนี้มีกรอบดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ 7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง ทั้ง 7 แผน ในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานใต้ ที่มีปัญหาการลักลอกนำเข้ายาเสพติด และการแพร่ระบาด ตนได้กำชับให้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ ดังนี้ 1.แผนสร้างพลังสังคม และพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติด สร้างศักยภาพแกนนำระดับหมู่บ้าน ชุมชน ทั่วประเทศ 60,584 แห่ง พื้นที่ภาค 3 จำนวน 11,580 แห่ง ดำเนินการแล้ว 2,585 แห่ง เสริมสร้างหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินทั่วประเทศ 12,189 แห่ง พื้นที่ภาค 3 จำนวน 1,717 แห่ง ดำเนินการแล้ว 162 แห่ง 2.แผนการแก้ไขปัญหาผู้เสพ ทั่วประเทศ 4 แสนคน พื้นที่ภาค 3 จำนวน 42,400 คน ที่ผ่านมาได้มีการเสริสร้างวิทยากรบำบัดรการติดยาเสพติดทั้ง 8 จังหวัด และระดับอำเภอ เพื่อนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดระบบสมัครใจ 16,934 คน ระบบบังคับบำบัด 4,403 คน ระบบต้องโทษ 899 คน 3.แผนการสร้างภูมิคุ้มกัน ปละป้องกันยาเสพติด ให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ 242,231 คน

                       พื้นที่ภาค3 จำนวน 43,330 คน อบรมนักเรียนกลุ่มเสี่ยแล้ว 4,964 คน 4.แผนการปราบปรามยาเสพติด และบังคับใช้กฎหมาย สามารถจับกุมผู้ค้า 2,265 คดี เป็นรายสำคัญ 112 ราย นักค้าตามหมายจับ 123 ราย ดำเนินการตามข้อร้องเรียน 103 ราย ยึดอาญัติทรัพย์สิน จำนวน 157 คดี ทรัพย์สิน จำนวน 26 ล้านบาท ยึดของกลางยาบ้า 845,514 เม็ด กัญชา 201 กก. ไอซ์ 189  กรัม และพืชกระท่อม 4,560 กรัม 5.แผนความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการปราบปรามยาเสพติดชายแดน หรือ BLO 6 แห่ง บริเวณชายแดนไทย ลาว และไทย กัมพูชา 6.แผนสกัดกั้นยาเสพติด โดยการตั้งด่านสกัดตั้งแต่ชายแดนถึงพื้นที่ตอนใน 104 จุด 7.แผนบริหารจัดการแบบบูรณาการ ทั้งโครงสร้าง กลไก และแผนการดำเนินงานตามคำสั่ง โดย ศพส. ทั้งระดับภาค จังหวัด อำเภอ เป็นกลไกในการดำเนินการร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน