
แถลงข่าวจับ'ต๋อง บางบัว'ฆ่าเสี่ยค้าพลอย
ผบช.น. แถลงข่าวผลการจับกุม 'ต๋อง บางบัว' ฆ่าเสี่ยค้าพลอย สารภาพผู้ตายขโมยยาไอซ์ จ่อหมายจับเพื่อนร่วมก๊วนอีก 2 ราย
7 ม.ค.55 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ รรท.รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. และพ.ต.อ.กษิณ ศรีธรรมาสุข ผกก.สน.บางโพงพาง แถลงข่าวผลการจับกุมนายธนาสิทธิ์ หรือต๋อง ศรีสมภาร อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 349 ซอยลาดปลาเค้า 42 แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม.ผู้ต้องหายิงนายฮาหมัด หรือทอมมี่ มูฮัมเหม็ด อายุ 30 ปี นักธุรกิจค้าพลอย ย่านบางรัก เสียชีวิตคารถเบนซ์สปอร์ต รุ่นอี 250 ซีจีไอ แบบเปิดประทุน สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ณ 6002 กรุงเทพมหานคร ขณะจอดอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม ก่อนขับรถคันดังกล่าวไปจอดทิ้งบริเวณที่ว่างใกล้วัดปริวาส ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าวได้ภายในบ้านเลขที่ 18/18 ถนนทุ่งสวน ซอย2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พร้อมของกลางกระเป๋าสตางค์หลุยส์วิคตอง 1 ใบ เงินสด 78,000 บาท สร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาทจำนวน 1 เส้น นาฬิกาโรเล็กซ์ รุ่นยอร์ชมาสเตอร์ สีเงิน 1 เรือน และกระสุนปืนขนาด.380 จำนวน 29 นัด
พล.ต.ท.วินัย เปิดเผยว่า การจับกุมตัวนายนายธนาสิทธิ์ หรือฉายา "ต๋อง บางบัว" สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.เจ้าหน้าที่พบศพนายฮาหมัด หรือทอมมี่ มูฮัมเหม็ด อายุ 30 ปี นักธุรกิจค้าพลอย ย่านบางรัก ถูกยิงเสียชีวิตคารถยนต์เบนซ์สปอร์ตป้ายแดงที่ย่านบางโพงพาง หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่าคนร้ายคือนายธนาสิทธิ์ จึงทำการออกหมายจับและติดตามตัว แต่ก็คลาดกันมาโดยตลอด กระทั่งชุดจับกุมตรวจสอบพบว่านายธนาสิทธิ์ หลบหนีอยู่ในพื้นที่จ.กำแพงเพชร จึงเดินทางไปจับกุมตัว พร้อมกับตรวจยึดของกลางซึ่งเป็นของผู้ตายได้หลายรายการ แต่อาวุธปืนที่ใช้สังหารผู้ตายนายธนาสิทธิ์ให้การว่าเป็นของนายรติวรรธต์ หรือบอม ศิลปาจารย์ เพื่อนร่วมแก็ง โดยหลังก่อเหตุนำไปโยนทิ้งย่านถนนพระราม 3 แต่ขณะนี้ยังไม่พบ มีเพียงกระสุนปืนที่ตกอยู่ในพงหญ้า
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า สำหรับทรัพย์สินอื่น ๆ ของผู้ตาย เช่น โทรศัพท์มือถือไอโฟน 2 เครื่อง นายธนาสิทธิ์ นำไปโยนทิ้งริมถนนสายเอเชีย จ.นครสวรรค์ ส่วนโทรศัพท์แบล็คเบอร์รี่อีก 1 เครื่อง นำไปโยนทิ้งหน้าห้างบิ๊กซี สาขากิ่งแก้ว เมื่อเดินทางไปตรวจสอบก็ไม่พบแต่อย่างใด สำหรับคดีนี้ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 2 คน คือนายรติวรรธต์เพื่อนสนิทและนายอ้วนไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ซึ่งนายธนาสิทธิ์ รักเหมือนน้องชายแท้ ๆ โดยวันเกิดเหตุนายอ้วนได้ขี่รถ จยย.นำอาวุธปืนมาให้ที่หน้าร้านอาหารโต๋เต๋ข้างโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม และพาซ้อนจยย.ไปยังจุดที่ผู้ตายจอดรถอยู่ จากนั้นนายธนาสิทธิ์ได้เดินเข้าไปหาผู้ตายและใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันที 5 นัด ระหว่างนั้นนายอ้วนได้ขับรถจยย.หลบหนีไป ส่วนนายธนาสิทธิ์ขับรถผู้ตายไปจอดไว้ที่ริมถนนพระราม 3 และโยนปืนทิ้งที่ป่าข้างกำแพงก่อนจะขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป อย่างไก็ตามยังมีผู้ต้องหาอีก 2 คนคือนายรติวรรธต์และนายอ้วน ซึ่งคาดว่าน่าจะออกหมายจับได้ในวันพรุ่งนี้ 8 ม.ค. ต่อไป
จากการสอบสวนนายธนาสิทธิ์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุยิงผู้ตายจริง ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางมาหาตนที่บ้านพักและอยู่ด้วยกัน 3 วัน ซึ่งผู้ตายก็เสพยาเสพติดกับตนด้วย วันที่สองได้ไปรับยาเสพติดจากนายอ้วนด้วยกัน จากนั้นก็ขับรถมากัน 3 คน มีตนแฟนสาวชื่อขวัญ อายุ 26 ปีและผู้ตาย ส่วนวันเกิดเหตุผู้ตายได้ขโมยยาไอซ์จำนวน 40 กรัมที่ซื้อตนมาจากนายอ้วน ไป โดยยาจำนวนดังกล่าวตนกำลังจะนำไปปล่อยให้กับลูกค้า ส่วนยาเสพติดที่พบในรถของผู้ตายนั้นเป็นของตนเอง นอกจากนี้ตนยังเคยมีเรื่องขัดแย้งกับผู้ตายมาก่อนแล้ว จึงเป็นชนวนเหตุการณ์สังหาร ส่วนทรัพย์สินที่ขโมยไปก็เพราะต้องการนำไปใช้เป็นทุนในการหลบหนี
ด้านนางสาวโซเฟีย มูฮัมเหม็ด อายุ 24 ปี น้องสาวผู้ตาย กล่าวด้วยอารมณ์โกรธแค้นว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าพี่ชายจะมีพฤติกรรมเสพยาและค้ายาเสพติด อีกทั้งเชื่อว่ามูลเหตุน่าเกิดจากการขอยืมเงิน ซึ่งนายต๋องเคยมาหยิบยืมหลายครั้งครั้งละหลายแสนบาท แต่ระยะหลังพี่ชายตนไม่ได้ให้ น่าจะเป็นชนวนในการก่อเหตุ ประกอบกับรวมถึงพฤติกรรมของนายต๋องที่ลักเอาทรัพย์สินพี่ชายไปทั้งหมดอีกด้วย
ในเวลาต่อมาพล.ต.ต.อนุชัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางโพงพาง ได้ควบคุมตัวธนาสิทธิ์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกอยู่ริมถนนพระราม 3 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับรถของผู้ตายมาจอดทิ้งไว้ ก่อนนำอาวุธปืนและกระสุนไปโยนทิ้งที่ป่าข้างกำแพง และขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป แต่เจ้าหน้าที่ยังหาอาวุธปืนไม่พบ จุดที่ 2 อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม โดยเจ้าหน้าที่ได้นำรถเบนซ์ของผู้ตายมาจอดเพื่อจำลองเหตุการณ์ แต่เมื่อญาติของผู้ตายทราบข่าวได้พากันเดินทางมารอดูจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับการทำแผน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการสังหารโหดในครั้งนี้มีนายรติวรรธต์ ศิลปาจารย์ หรือบอม เป็นตัวการใหญ่และเป็นคนจัดหาอาวุธปืนมาให้ ส่วนรถจักรยานยนต์เป็นของน้องชายนายรติวรรธต์ ส่วนนายธนาสิทธิ์ เป็นเพื่อนเก่าและเป็นคนสนิทของผู้ตาย และผู้ตายเคยใช้ให้ไปทำงานบ่อย ก่อนหน้านี้ผู้ตายนำรถไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่งแต่ค่าซ่อมราคาแพงมาก ผู้ตายจึงสั่งให้นายธนาสิทธิ์นำปืนไปยิงเพื่อข่มขู่ และนายธนาสิทธิ์ก็เคยยืมเงินจากผู้ตายบ่อยครั้ง จนมีปัญหาขัดแย้งกัน กระทั่งนายธนาสิทธิ์สงสัยว่าผู้ตายขโมยยาไอซ์ไป 40 กรัม จึงเกิดความแค้นใช้ปืนสังหารโหดดังกล่าว



