
'ปู'งดจ้อมอบ'กิตติรัตน์-ดร.โกร่ง'แจงน้ำ-ศก.
'นายกรัฐมนตรี' งดจัดรายการ 'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' มอบ'กิตติรัตน์-ดร.วีระพงษ์' แจงจัดการน้ำ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 55
7 ม.ค. 55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี งดจัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" มอบหมายให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย ดร.วีระพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. ตอบคำถามการดำเนินการแผนบริหารจัดการน้ำในประเทศ และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 55 โดยมี นายธีรัตน์ รัตนเสวี เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มุมมองของตนในด้านเศรษฐกิจในปี 2555 เป็นปีที่ดีของประเทศไทย เนื่องจากโครงการหลายโครงการเดินหน้าอย่างเต็มที่ อาทิ นโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่จะเริ่มในวันที่ 7 เม.ย.นี้ เนื่องจากประเทศไทยมีแรงงานที่มีคุณภาพ ผลิตสินค้าที่ดีและราคาไม่สูง ซึ่งมีหลายประเทศที่มีกำลังซื้อสินค้าจากประเทศไทยต่างยังพร้อมใจลงทุนซื้อ ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ดี การรับจำนำข้าว เริ่มปลายปีที่แล้ว เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และการปรับเงินเดือน 15,000 บาท ตนมั่นใจว่า เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศจะโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 % แน่นอน
"การเดินหน้าโครงการต่างๆ รวมทั้งการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เชื่อเป็นโอกาสที่เศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตดีขึ้น ผมยืนยันว่า สามารถดำเนินการตามแผนแม่บทบริหารการจัดการลุ่มน้ำที่ปรับปรุงใหม่ เป็นต้นแบบ ได้ทันที เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดิน ประจำปี 2555 ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งต้องทำอย่างเร่งด่วน ด้วยงบประมาณดำเนินการในปีนี้ และเสร็จสิ้นในปีนี้เช่นกัน ด้วยวงเงิน 17,126 ล้านบาท และงบที่ตั้งไว้ 12,610 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมประตูน้ำ คันกั้นน้ำที่ได้รับความเสียหาย
ส่วนที่ 2 คือการจัดการวางแผนระยะยาวในการบริหารงาน ซึ่งจะมีการออกกฎหมายระดมเงินจำนวน 350,000 ล้านบาท เพื่อใช้บริหารจัดการ 25 ลุ่มแม่น้ำทั่วประเทศ แบ่งเป็น 8 ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใช้งบประมาณ 300,000 ล้านบาท 17 ลุ่มน้ำที่เหลือ ได้แก่ ภาคใต้ อีสาน และเหนือ ใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท และอีก 10,000 ล้านบาท ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. พิจารณาโครงการในประเทศ ในระยะยาวในการบริหารน้ำ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2556 " นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า การสร้างอนาคตของประเทศในระยะยาว ซึ่งงบประมาณแผนดินสามารถทำได้ และจะมีการระดมทุนได้ พร้อมออกกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักต่างชาติกลับเข้ามาลงทุน
ด้าน ดร.วีรพงษ์ รามางกูร กล่าวว่า หลังจากที่ต้นเข้ารับตำแหน่งนี้ ได้ดำเนินการในส่วนการสร้างความกับนานาชาติ และได้เดินทางไปเจรจากับบริษัทประกัน ที่ประเทศอังกฤษ แพร้อมพบปะพูดคุยนักลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่น ต่างได้รับการยืนยันว่า จะไม่มีการโยกย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยแน่นอน และขอความมั่นใจจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู หลังจากเกิดภาวะน้ำท่วมหนักครั้งที่ผ่านมา ซึ่งตนยืนยันว่า จะไม่เกิดปัญหาเหมือนปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ด้วยเพราะทุกปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถแก้ปัญหา และป้องกันได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการไม่ประสานการบริหารจัดการน้ำ ไม่ดูแลระบบ อุปกรณ์ต่าง ๆ ระบบคูคลอง จะไม่เกิดขึ้นในปีหน้า
"โดยระยะสั้นจะเริ่มดำเนินการเสริมคูคลองต่าง ๆ และคาดว่าจะให้มีการฝึกซ้อมรับภัยพิบัติหากเกิดเหตุการณ์ เพราะการฝึกซ้อมจะทำให้รู้ว่ามีส่วนใดบกพร่อง และแก้ไข ปรับปรุง ผมขอฝากรัฐบาลในเรื่องนี้ด้วย" ดร.วีระพงษ์ กล่าว



