ข่าว

'ครรชิต'เมินมอบปืน-รถยนต์

'ครรชิต'เมินมอบปืน-รถยนต์

06 ม.ค. 2555

'ผบช.ภ.7' ไม่สน 'ครรชิต' เพิกเฉย มอบปืน-รถยนต์ เร่งชุดสืบสวนลงพท.แกะรอยหาของกลางที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมติดตามกล้องวงจรปิดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายในวันก่อเหตุ

          6 ม.ค.55 พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวว่า ขณะนี้ทางตำรวจไม่มีความหนักใจในการทำงาน แม้ว่านายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.เขต 1 จังหวัดสมุทรสาคร ผู้ต้องหาจะไม่ยอมนำอาวุธปืนและรถยนต์ มามอบให้พนักงานสอบสวนก็ตาม ทางตำรวจก็มีพยานและประจักษ์พยานเพียงพอที่จะดำเนินคดีอยู่แล้ว ส่วนการประสานขอตัวนายครรชิต มาสอบสวนตนเห็นว่าอาจจะไม่มีประโยชน์อะไร ถ้ามาแล้วยังเหมือนเดิมคือไม่ยอมตอบคำถาม จะขอให้การในชั้นศาลอย่างเดียว ถ้านายครรชิตไม่ให้ความร่วมมือในการสอบปากคำเรื่องสถานที่เก็บซ่อนรถยนต์และอาวุธปืน ก็ว่ากันไปตามสำนวน ยิ่งถ้านายครรชิตจะไปแจ้งความอาวุธปืนหายหรือรถหาย ก็ยิ่งดีเพราะเป็นการแสดงพิรุธอย่างชัดเจน ตนไม่เชื่อว่าคนกระทำความผิดฆ่าคนตายในที่สาธารณะชน กระทำการอุกอาจยิงคนตายต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก ถ้าขาดวัตถุพยานอาวุธปืนและรถยนต์ จะพ้นความผิดไปได้ แค่พยานที่ตำรวจมีตอนนี้ก็นับว่าเพียงพออยู่แล้ว

          ส่วนเรื่องความบาดหมางที่เป็นชนวนการสังหาร นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร เท่าที่ทราบพบว่าทั้งนายอุดรและนายครรชิต มีปัญหาเรื่องผู้หญิงคนเดียวกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งทางตำรวจก็ไม่อยากจะไปเรียกตัวมาสอบปากคำจะเหมือนเป็นการซ้ำเติม เพราะเมื่อข่าวออกมาอย่างนี้ผู้หญิงก็เกิดความเสียหายอยู่แล้ว ถ้าไปเรียกตัวมาสอบสวนก็คงไม่เหมาะ เพราะจะเกิดความเสียหายไปมากกว่านี้

          พ.ต.อ.ชัยชาญ ปุราธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร บอกว่า ขณะนี้ทางทีมสืบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว โดยทำการตรวจสอบตามห่าง ร้าน บริษัท ต่างๆที่อยู่ริมถนนตลอดเส้นทางตั้งแต่ปั้มน้ำมันจุดเกิดเหตุ ทั้งเส้นทางก่อนเข้าปั้มน้ำมันและออกจากปั้มน้ำมัน เพื่อตรวจสอบดูว่ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ที่คนร้ายใช้นั้นวิ่งมาจากไหน ก่อนเข้ามาในปั้มน้ำมันและลงมือก่อเหตุยิงนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร และหลังจากลงมือก่อเหตุแล้ว คนร้ายได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกจากปั้มฯแล้วมุ่งหน้าไปทิศทางใดและไปทางเส้นทางไหน

          ทั้งนี้ในการติดตามกล้องวงจรปิดแต่ละจุด นอกจากจะเป็นหลักฐานในการมัดตัวคนร้ายแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนแกะรอยว่าคนร้ายน่าจะนำรถยนต์และอาวุธปืนที่ใช่ก่อเหตุไปซุกซ่อนที่ใด ขณะนี้ทางชุดสืบสวนต้องแบ่งหน้าที่การทำงาน โดยมีการตรวจสอบบุคคลใกล้ชิดของนายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.เขต 1 จังหวัดสมุทรสาคร ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท ลูกน้องคนสนิท เพราะว่าผู้ต้องหาอาจจะมีการนำวัตถุพยานไปฝากหรือนำไปซุกซ่อนไว้ ซึ่งหากการแกะรอยวัตถุพยานไปแล้วพบว่ามีการเก็บซ่อนไว้ในสถานที่ใด ก็จะประสานขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจค้นทันที

          พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร บอกว่า วันนี้ 6 ม.ค. เป็นวันเส้นตายที่นายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.เขต 1 จังหวัดสมุทรสาคร จะต้องนำวัตถุพยานทั้งอาวุธปืนและรถยนต์ มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน หลังจากที่ออกหมายเรียกครั้งที่ 3 ไปแล้ว แต่นายครรชิต ยังนิ่งเฉยไม่ติดต่อมา ถ้านายครรชิตไม่มาก็เป็นไรทางตำรวจไม่สนใจยู่แล้ว เพราะทางชุดสืบสวนก็กำลังลงพื้นที่ติดตามหาวัตถุพยานทั้งสองอย่างอยู่ และในวันจันทร์ที่ 9 นี้ทางตำรวจจะมีการประชุมของชุดสืบสวนว่าได้ข้อมูลเบาะแสอะไรเพิ่มมาบ้าง และมีการติดตามวัตถุพยานมีผลเป็นอย่างไร และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

          ส่วนด้านการสอบปากคำพยานที่มีอยู่ทั้งหมด ทางพนักงานสอบสวนได้มีการเรียกสอบพยานแต่ละคนไปแล้วมากกว่า 20 ปาก และการเรียกตรวจอาวุธปืนขนาด.40 ซึ่งเดิมตรวจสอบมาได้เพียง 7 กระบอก ก็เป็นเพียงฐานข้อมูลเก่าที่ได้มาเบื้องต้น แต่ล่าสุดมีการตรวจผู้ขอมีและใช้อาวุธปืนขนาด.40 มาจนถึงปัจจุบันจนถึงวันเกิดเหตุพบว่ามีผู้ขอมีและใช้อาวุธปืนดังกล่าวรวมแล้ว 18 รายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกเจ้าของปืนทั้งหมดให้นำปืนมาส่งตรวจพิสูจน์แล้ว ขณะนี้ผู้ที่ได้รับหมายได้มีการนำอาวุธปืนมายื่นส่งให้พนักงานสอบสวนส่งตรวจแล้วจำนวน 4 กระบอก ซึ่งอาวุธปืนทั้งหมดนี้เป็นการตรวจสอบอาวุธปืนตามขั้นตอนเป็นส่วนประกอบเท่านั้น ไม่ใช่สาระสำคัญมากเพราะสิ่งสำคัญที่ทางตำรวจต้องการส่งตรวจมากที่สุดก็คืออาวุธปืนขนาด.40 ที่นายครรชิตเป็นผู้ครอบครอง