
กทม.ดิ้นหาทำเลทองสร้างตลาดนัดใหม่
กทม.ดิ้นเตรียมหาทำเลทองสร้างตลาดนัดใหม่ อัดการรถไฟฯไม่พร้อมบริหารจตุจักร พร้อมเจรจารฟท.ปมทรัพย์สินสัปดาห์หน้า ยันไม่มีคนกทม.ดอดเก็บค้าแผงแน่ "นครบาล" ขอความร่วมมือ "พ่อค้าแม่ค้า" ช่วยเป็นหูเป็นตา "ตำรวจ" ผบ.ตร. สั่งด่วนจัดกำลังตร.เพิ่มดูแล
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษก กทม. กล่าวถึงกรณีการบริหารตลาดนัดจตุจักรของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ตลาดนัดจตุจักรอยู่ในการบริหารของ รฟท.แล้ว กทม.มีหน้าที่ดูแลเพียงทรัพย์สินของตัวเองในตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ตนไม่ได้รับแจ้งว่ามีคนของกทม.เข้าไปเก็บค่าแผงค้า แต่หากผู้ค้าพบเห็นควรแจ้งความดำเนินคดีได้ ถึงขนาดรู้ว่าเป็นชื่อ “ม.” ก็คงไม่ยาก ทั้งนี้เป็นน่าสังเกตว่าเหตุใดในช่วงที่ตลาดนัดจตุจักรอยู่การดูแลของ กทม.ไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ทั้งเพลิงไหม้ และเรื่องผู้มีอิทธิพลเข้ามาในพื้นที่ หรือเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นการจงใจทำลายความน่าเชื่อถือ กทม.
ส่วนแผงค้าทั้งหมดซึ่งถือเป็นทรัพย์สิน กทม. จะขายต่อให้ รฟท. หรือไม่นั้น ต้องให้คณะกรรมการของทั้งสองหน่วยงานหารือร่วมกัน หากข้อตกลงเป็นไปตามสัญญา กทม.ก็พร้อมจะรื้อถอนและคืนพื้นที่ในสภาพเดิม แต่ขอยืนยันว่า กทม.ไม่อยากยื้อตลาดไว้ ถึงแม้จะมีเวลาอีก 6 เดือนตามสัญญาในการส่งมอบพื้นที่ แต่ กทม.ก็พร้อมส่งมอบพื้นที่ให้ทันที เนื่องจากผู้ว่าฯ กทม.ไม่อยากให้กระทบกับผู้ค้าและประชาชน เพราะการบริหารตลาดจึงจะหยุดไม่ได้ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่า กทม.ไม่อยากบริหารตลาดนัดจตุจักร แต่ถ้ายื้อไปก็อาจถูกมองว่ามีผลประโยชน์หรือไม่ ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ของรฟท.แล้ว อย่างไรก็ตามกทม.มีแนวคิดหาพื้นที่สร้างตลาดนัดแห่งใหม่เช่นกัน แต่อยู่ระหว่างผู้ว่าฯกทม.พิจารณาหาพื้นที่อีกครั้ง
“ที่ผ่านมากทม.ก็ทำหน้าที่ดูแลจตุจักรอย่างดีที่สุด หากบริหารตลาดไม่ดี ตลาดนัดจตุจักรคงไม่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก รฟท.เองมีหน้าที่หลักอย่างไรก็ควรทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด ไม่รู้ว่าเขาจะรีบร้อนเอาไปทำไม ทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อมบริหาร ควรให้กทม.ดูแลก่อน เมื่อพร้อมบริหารต่อแล้วค่อยเอาไปก็ได้ กทม.ไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว แต่นี่ยังไม่พร้อม พอเอาไปก็เกิดปัญหา” นายวสันต์ กล่าว
นายทวีศักดิ์ เดชเดโช รองปลัดกทม. กล่าวด้วยว่า สำหรับการบริหารจัดการตลาด ขณะนี้ถือว่าการบริหารงานอยู่ภายในความดูแลของรฟท. ตั้งแต่ วันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา และในวันที่ 7 ม.ค. นี้ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรก ภายใต้การดำเนินการของ รฟท. ดังนั้น กทม.จะปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เหลืออยู่เฉพาะเท่าที่จำเป็น ที่จะต้องช่วยดูแลอำนวยความสะดวก ส่วน รฟท.หากจะร้องขออะไรก็พอช่วยเหลือกันได้ เพราะเรื่องนี้เป็นการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐ ทั้งนี้สำหรับบุคลากร ลูกจ้างของตลาดนัดจตุจักร หากยังต้องการทำงานกับ กทม. กทม.ก็พร้อมดูแลต่อซึ่งยังมีตลาดนัดมีนบุรีและตลาดสนามหลวง 2 รองรับ แต่หากอยากจะทำงานที่จตุจักรต่อไปกทม.ก็จะเจรจากับทาง รฟท.ให้
“ผมจะเรียกประชุมคณะกรรมการเจรจาการส่งมอบพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรให้กับ รฟท. ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะสรุปกรอบการเจรจาเกี่ยวเรื่องทรัพย์สิน และบุคลากรภายในตลาดนัดว่าจะมีทรัพย์สินส่วนใดที่ รฟท.จะใช้ต่อไป ส่วนของการประเมินราคามูลค่าทรัพย์สินที่อยู่ในตลาดจะมีกรรมการอีกชุดหนึ่ง ซึ่งมีสำนักการโยธาเป็นประธานในการพิจารณา โดยคาดว่าจะมีข้อสรุป พร้อมที่จะนัดหมายเจรจากับคณะกรรมการของการรถไฟฯได้ภายในสัปดาห์หน้า”รองปลัด กทม.กล่าว
นครบาลขอความร่วมมือพ่อค้า-แม่ค้าช่วยเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กองร้อยควบคุมฝูงชน ตำรวจท้องที่ สน.บางซื่อ ประสานความร่วมมือกับตำรวจรถไฟ จัดกำลังเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยภายในตลาดนัดจตุจักรทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยใช้กำลังตำรวจตรวจตราดูแลความเรียบร้อยผลัดเวรกันคุมเข้มดูแลตลอด24 ชั่วโมงและให้ประสานกับกองการรักษาการของตลาดนัดอย่างต่อเนื่อง เฝ้าตรวจตราสิ่งผิดปกติบุคคลต้องสงสัยภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อคืนวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีสาเหตุมาจากระบบไฟฟ้าลัดวงจรก็ตามแต่เพื่อความไม่ประมาทพร้อมกำชับผู้ปฏิบัติให้ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดด้วย พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนหาข่าวข้อมูลในส่วนของมาเฟียและคนมีสีที่มีส่วนได้เสียผลประโยชน์จากตลาดนัดดังกล่าวด้วย
ด้าน พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.น. กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่เข้าตรวจเหตุเพลิงไหม้ว่า ปลั๊กไฟแผงขายหนังสือที่ 40 มีเขม่าควันออกมาจำนวนมากน่าเชื่อว่าจะเป็นจุดที่เกิดเหตุมากที่สุด แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ว่า เป็นเหตุไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในชั้นนี้มองว่า เรื่องของการวางเพลิงนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะก่อนเกิดเหตุฝนตกหนัก อีกทั้งหลังคาของแผงหนังสือเป็นสังกะสี ถ้าจะขว้างระเบิดขวดหรือระเบิดควันใส่ก็ต้องมีกลิ่นน้ำมัน แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบขณะเดียวกันก็มีพยานเห็นว่ามีเปลวไฟพุ่งขึ้นมาจากด้านใน
ขณะที่ พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.น.2 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้ว 3-4 ปาก ให้การสอดคล้องกันว่า ไม่เห็นคนร้ายแต่เห็นกลุ่มควันไฟพุ่งออกมาจากร้านหนังสือจึงวิ่งไปบอก รปภ. ตลาดนัดให้เข้าไปดู เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งยังตรวจสอบใน 2 ประเด็นคือ วางเพลิงและอุบัติเหตุไฟช็อต และจากการสอบพยานเราให้น้ำหนักไปเรื่องของอุบัติเหตุมากกว่า ส่วนจะมีสาเหตุมาจากอะไรนั้นต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ที่แน่นอนก่อนคาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะสามารถชี้ชัดได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของตลาดนัจตุจักรนั้นปกติแล้วจะมีคนเข้าออกตลอด 24 ชั่วโมงทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อเพราะมีการค้าขายตลอด 7 วัน การจะตรวจสอบว่า ใครเข้าไปทำอะไรในช่วงกลางคืนนั้นค่อนข้างยาก เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้แต่เพียงตรวจตราสังเกตการณ์สิ่งผิดปกติเท่านั้น ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าให้ช่วยสอดส่องดูแลสิ่งผิดปกติต่างๆและช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยพร้อมแจ้งเบาะแสสิ่งผิดปกติบุคคลต้องสงสัยไม่ชอบมาพากลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยจะได้เข้าไปตรวจสอบและระงับเหตุได้ทันท่วงที
ผบ.ตร.สั่งด่วนจัดกำลังตร.ดูแลตลาดจตุจักรเพิ่ม
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รรท.ผบก.กองสารนิเทศ (บก.สท) ในฐานะ โฆษก ตร. แถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ได้วิทยุสั่งการด่วนที่สุด ให้พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. จัดกำลังดูแลตลาดนัดสวนจตุจักรและสถานที่ที่เกิดเพลิงไหม้ โดยให้บช.น. จัดกำลังเพิ่มเติมเข้าไปดูแลใกล้ชิดไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก และให้ทางพนักงานสอบสวนเร่งรัดทำสำนวนคดีให้เสร็จโดยเร็ว และให้ประสานงานกับทาง บช.ก. อย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. ปป 3 เข้าไปควบคุมดูแลโดยตรง



