
เวิลด์วาไรตี้:ช็อกโกแลตขึ้นแท่นสินค้าฟุ่มเฟือย
คอลัมน์ เวิลด์วาไรตี้ : ช็อกโกแลต ขึ้นแท่นสินค้าฟุ่มเฟือยในอนาคต
ของหวานยอดนิยมตลอดกาลอย่างช็อกโกแลต อาจขึ้นหิ้งกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยในอนาคตไม่ไกลมาก เพราะสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง
ผลการศึกษาพื้นที่เพาะปลูกต้นโกโก้ ในประเทศโกตดิวัวร์ (อดีตไอเวอรีโคสต์ ) และกานา ซึ่งเป็นแหล่งปลูกและผลิตโกโก้มากกว่าครึ่งของโลก พบว่า ที่ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกอาจลดลงถึงครึ่งหนึ่ง หากอุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มสูงขึ้น 2.3 องศาเซลเซียสภายในปี 2050
ดร.ปีเตอร์ ลาเดอราช จากศูนย์เกษตรกรรมเขตร้อนระหว่างประเทศ ที่ทำการศึกษาเรื่องนี้ ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิบิล แอนด์ เมลิดนา เกตส์ ไม่สามารถให้ตัวเลขได้ว่า ราคาจะพุ่งสูงสักเพียงใดในระยะเวลา 30 ปีต่อจากนี้ แต่แน่นอนว่า ช็อกโกแลตจะต้องแพงขึ้นอีกโข หากความต้องการยังพุ่งไม่หยุดด้วยแรงซื้อจากประเทศที่เศรษฐกิจโตวันโตคืนอย่างจีน การรบพุ่งในประเทศแอฟริกา ผู้ปลูกต้นโกโก้ และพื้นที่ปลูกลดลงเพราะโลกร้อน สามปัจจัยที่อาจทำให้เกิดปัญหาขาดแคลน และเมื่อนั้นช็อกโกแลตก็จะกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
ความระส่ำระสายทางการเมืองในแอฟริกาตะวันตกเมื่อไม่นานมานี้ เคยทำให้ราคาเมล็ดโกโก้ในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้น 10% แตะเกือบตันละ 2,000 ปอนด์ (ประมาณ 1 แสนบาท) ประกอบกับปัจจัยต่างๆ รวมถึงแรงอุปสงค์ ทำให้แคดบิวรีและเนสท์เล่ ปรับเพิ่มราคาขายช็อกโกแลตยี่ห้อขายดีอย่างไดอารีมิลค์ วิสปา คิตแค็ต และยอร์คกี้ในอังกฤษ ประเทศที่มีอัตราการบริโภคช็อกโกแลตต่อหัวต่อปีสูงที่สุดในโลก ถึง 7% สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อสองเท่า
ต้นโกโก้เติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น หากเผชิญกับโลกร้อน ก็อาจขยับพื้นที่ปลูกขึ้นไปบนที่สูงได้ แต่เนื่องด้วยแอฟริกาตะวันตก มีภูมิประเทศเป็นที่ราบ การแก้ปัญหาด้วยหนทางนี้จึงทำได้จำกัด ผลการศึกษาเสนอให้หาพันธุ์โกโก้ที่ทนแล้งและร้อน กับเพิ่มการปลูกในที่ร่ม แต่แนวโน้มที่น่าเป็น ก็คือเกษตรกรจะต้องปรับตัวด้วยการหันไปปลูกพืชอื่นที่ทนต่ออากาศร้อนเพื่อความอยู่รอด
นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ว่า ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนกำลังคุกคามอาหารที่ชาวโลกชื่นชอบ นอกจากช็อกโกแลตแล้วก็ยังมีไวน์ฝรั่งเศสและอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่างพาสตาของอิตาลีอีกด้วย
-----------------------
(คอลัมน์ เวิลด์วาไรตี้ : ช็อกโกแลต ขึ้นแท่นสินค้าฟุ่มเฟือยในอนาคต)



