ข่าว

นักอนุรักษ์จี้ตร.ล่ามือตัดจู๋ช้างป่าแก่งกระจาน

นักอนุรักษ์จี้ตร.ล่ามือตัดจู๋ช้างป่าแก่งกระจาน

06 ม.ค. 2555

'มจ.รังษี'นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยอมรับรู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุสลดยิงและเผานั่งยางช้างป่าเพื่อเอางา ที่ป่าแก่งกระจาน ตร.แก่งจานมึนหาหลักฐานฆ่าช้าง ชี้เป็นฝีมือคนในพื้นที่ป่าเด็ง-ป่าละอู

                    6 ม.ค.55 จากกรณีเหตุการสะเทือนใจประชาชนเมื่อทราบข่าวว่าคนร้ายไม่ทราบจำนวนฆ่าช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยการเผานั่งยาง และตัดเอางวง งา และอวัยวะเพศ บริเวณกลางลำห้วยแห้ง หมู่ 3 บ้านป่าเด็ง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา ส่วนอีก 1 ตัวถูกเผานั่งยาง บริเวณอ่างเก็บน้ำตะเมาะใหญ่ ม.3 บ้านป่าเด็ง ต.ป่าเด็ง พบซากโครงกระดูก และฟันกราม เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา

                    ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ม.ค.หม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล ในฐานะนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว คมชัดลึก ผ่านทางโทรศัพท์มือถือว่า รู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ช้างป่าที่อาศัยหากินอยู่บริเวณป่าละอู-ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งถูกขบวนการล่าช้างตัดเอางา เข้ามาล่ากระทำอย่างโหดเหี้ยมกับช้างป่าซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่คู่บ้านคู่เมือง ท่านหญิงเห็นว่าจุดที่เกิดเหตุในลำห้วยแห้ง จากถนนใหญ่เข้าไปจากรายงานของคณะทำงานของท่านหญิง ระบุว่าไม่กี่ 100 เมตรเท่านั้น ด้านในเป็นป่ากระชิดซึ่งถือเป็นพืชอาหารช้างป่า และในบริเวณนั้นเป็นเส้นทางด่านช้างที่เดินเข้าออก อีกทั้งจุดที่ช้างป่าล้มอยู่ในบริเวณลำห้วยแต่ไม่มีน้ำ ซึ่งต้องเป็นพวกที่รู้ว่าจุดดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินของช้างป่าโขลงนี้ จึงมานั่งห้างบนต้นไม้เลือกยิงเฉพาะช้างงาเท่านั้น

                    "พฤติกรรมของกลุ่มพวกล่ามันโหดมาก ยอมรับไม่ได้ เพราะเมื่อช้างล้มแล้วพวกนี้มันจะต้องใช้ขวาน จามใบหน้าออกให้หมดเพื่อขุดเอางาทั้ง 2 ข้างออกมา เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นก็ไม่สามารถเอางาออกมาได้ ส่วนปลายงวง หรือหาง รวมไปถึงอวัยวะเพศเป็นของที่มันต้องเอาไปด้วยซึ่งเป็นปกติ สิ่งสำคัญคืองาคู่ละเป็นล้าน" หม่อมเจ้าหญิงรังษี กล่าว

                    นอกจากนั้นบริเวณอ่างเก็บน้ำตะเมาะใหญ่ บ้านป่าเด็ง ห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กม. ก็เป็นอีกจุดที่มีการยิง และนำยางรถยนต์มาสุมเผาทำลาย ต้องมีอะไรแอบแฝงเรื่องนี้ทำไมต้องเผาซากช้างด้วย ซึ่งทั้งหมดตำรวจ ต้องไปสืบสวนหาข้อมูลเชิงลึกให้ได้ ว่าใครอยู่เบื้องหลัง หากยังปล่อยให้มีเหตุการณ์ล่าช้างตัดงา เกิดขึ้นอีกประชากรช้างป่า ต้องลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี มีช้างกว่า 200 ตัว แล้วในปัจจุบัน

                    ขณะที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีช้างกว่า 200 ตัว ซึ่งมีช้างงารวมอยู่ด้วยนี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกกับการยิงช้างตัดงาตามใบสั่ง ที่ผ่านมาเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา ก็มีพวกอดีตทหารกระเหรี่ยงที่เข้าไปในพื้นที่สามร้อยยอด ยิงช้างป่าในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตายไป 1 ตัวในขณะนั้นนับเป็นความโชคดีที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯกุยบุรี ได้ยินเสียงปืนและตามไปทันทำให้กลุ่มที่ยิงช้างไม่สามารถเอางาที่กำลังจะถอดไปได้ และนำไปสู่การออกหมายจับ นายสมบูรณ์ เวนะ อายุ 31 ปี มีบ้านอยู่ในพื้นที่ป่าเด็ง แต่ผู้ต้องหายังคงหลบหนี ดังนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวแก๊งยิงช้างมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

                    "อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวของทั้งกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ,อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี รวมไปถึงทหาร ตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หามาตรการป้องกันการล่าช้างป่าในพื้นที่ทั้งอุทยานฯแก่งกระจาน และ อุทยานฯกุยบุรี จะทำอย่างไรที่จะสกัดกั้นการล่าช้างตัดเอางาให้ได้ เพราะครั้งนี้เชื่อว่าคนไทยคงรับไม่ได้กับการกระทำฆ่าสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ท่านหญิงอาจะเดินทางลงไปในพื้นที่ป่าละอู และป่าเด็ง"หม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล กล่าว

                    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว่า ช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ ซึ่งผมได้สั่งการให้ทางกองทัพภาคที่ 1 และกองพลทหารราบที่ 9 เข้าไปติดตามและช่วยกันสืบหาติดตามหาตัวกลุ่มขบวนการล่าช้างป่ามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ ซึ่งทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี วันนี้ประชากรเพิ่มขึ้นทั้งช้างทั้งคน พื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้านก็ลดลงส่วนพื้นที่ป่าก็ลดลงเช่นกัน ทำอย่างไรให้ช้างกับคนอยู่ร่วมกันได้ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพลิกฟื้นคืนผืนป่ากุยบุรี
 ทางด่าน

                    พ.ต.อ.อัครภณ วริศเจริญ ผกก.1 บก.สอ.บช.ตชด. กล่าวว่าทางผู้บังคับบัญชาระดับสูง ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องช้างป่าที่ถูกฆ่าและเผ่านั่งยางและตัดเอางาๆไปนั้น ได้สั่งให้เพิ่มกำลังลงไปในพื้นที่บ้านป่าละอู-บ้านป่าเด็ง เพื่อสืบสวนหาข้อมูลในทางลับ เพื่อส่งต่อให้กับทางตำรวจแก่งกระจาน และทางอุทยานฯแก่งกระจาน เพื่อที่จะร่วมกันหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการล่าช้างและผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ชาวบ้านและคนที่ทราบข่าวต่างก็กล่าวขานถึงความโหดเหี้ยม และเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประเทศชาติ

                    ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.วรเดช  สวนคล้าย ผกก.สภ.แก่งกระจาน พร้อมกำลังตำรวจส่วนหนึ่ง และตชด.144 ฐานปฏิบัติการร่วมใจพัฒนา ได้เดินทางไปยังบริเวณปลายอ่างเก็บน้ำตะเมาะใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบช้างป่าถูกฆ่าจุดแรกประมาณ 2 กม. เบื้องต้นพยามค้นหาหลักฐานในจุดที่มีการเผานั่งยางช้าง แต่ก็ไม่พบหัวกระสุนปืนแต่อย่างใดคงพบแต่เศษยางรถยนต์ ที่ใช้สุมเผาช้างป่าประมาณ 10 เส้น และเศษชื้นส่วนกระดูกส่วนต่างๆเท่านั้น

                    ส่วนการติดตามตัวกลุ่มที่ลงมือฆ่าช้างอย่างโหดเหี้ยม เบื้องต้นมีเบาะแสว่ามีบุคคลในพื้นที่ป่าเด็ง-ป่าละอู หรือแม้แต่พวกอดีตทหารกระเหรี่ยงที่มีส่วนร่วมในการฆ่าช้างตัดงา ซึ่งทางตำรวจก็ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดต่อไป อย่างไรก็ตามหากชาวบ้านมีเบาะแสกับเรื่องดังกล่าวก็อยากให้แจ้งเข้ามาได้ที่ สภ.แก่งกระจาน

                    นายเอกธนา ลิ้มเสรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นชาวบ้านในหมู่บ้านป่าละอู และข้างเคียงทุกคนรู้สึกไม่สบายใจเพราะภายนอกอาจถูกมองว่าชาวบ้านโกรธแค้นช้างป่าที่ลงมากัดกินพืชไร่ แต่ในความเป็นจริงต้องบอกว่า ชาวบ้านป่าละอูไม่มีใครคิดทำร้ายช้างป่าถึงแม้ทุกวันนี้จะมีช้างป่าออกมาเดินตามถนนสายหนองพลับ-ป่าละอู หรือเข้าไปกัดกินพืชไร่ของชาวบ้าน ก็ได้รับความเสียหาย แต่ชาวบ้านทุกคนก็ใช้วิธีการจุดประทัดขับไล่เท่านั้น ไม่มีการไปเจ็บแค้นถึงขนาดต้องลงมือฆ่าช้าง แต่ตอนนี้ปัญหาใหญ่มันคือการลงมือยิงช้างตัดเอางา การเผานั่งยาง ผมเองหรือใครก็รับไม่ได้สิ่งเหล่านี้ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ผมว่าถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาใครมีเบาะแสอะไรอยากให้ช่วยภาครัฐ วันนี้ช้างป่าโขลงที่อาศัยหากินอยู่แถบนี้มีเป็นจำนวนมากรวมทั้งลูกช้างที่เกิดใหม่ ช้างงาก็มีดังนั้นคงต้องช่วยกันเฝ้าระวัง

                    ด้านนายครรชิต ศรีนพวรรณ หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยเกี่ยวกับการดูแลช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีเนื้อที่ 858.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 536,594 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอบ่อพลอย และอำเภอหนองปรือ จากข้อมูลของโครงการศึกษาประชากรช้างโดยวิธีการวิเคราะห์สารพันธุกรรมช้างป่าโดยมีช้างป่าปี 2546 มีการศึกษาสำรวจ พบว่ามีช้างป่าจำนวนประมาณ 176 ตัว โดยจำแนกตามพื้นที่อาศัยอยู่บริเวณทุ่งนามอญ 18 ตัว ป่าหม่องกระแทะ - เกาะบุก อ.ศรีสวัสดิ์ จำนวนประมาณ 35 ตัว ป่าทุ่งสลักพระ อ.เมืองกาญจนบุรี จำนวนประมาณ 68 ตัว ป่าท่าทุ่งนา - ท่ามะนาว -หนองหอย อ.เมืองกาญจนบุรีประมาณ 38 ตัว และ ป่าสลอบ จำนวนประมาณ 17 ตัว โดยมีการติดตามรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของช้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ามีความใกล้ชิดมากพอสมควร

                    หน.เขตฯ สลักพระ กล่าวต่อว่า จากการที่อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สั่งการให้เข้มงวดในการดูแลช้างป่า ทางเขตฯ สลักพระ จึงจัดชุดลาดตระเวนป้องกันการลักลอบล่าช้างป่า จำนวน 15 ชุด โดยให้กระจายตามถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่าแต่ละโขลง และให้เพิ่มความถี่ในการเดินลาดตระเวนมากขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าสามารถรับมือกับการลักลอบเข้าพื้นที่ล่าสัตว์ได้แน่ และอยากเตือนไปยังขบวนการล่าสัตว์ป่าว่าหากทางตรวจพบจะดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด