ข่าว

ฝูงแร้งกับซากศพ

ฝูงแร้งกับซากศพ

10 ม.ค. 2555

ต้นตอขบวนการนายหน้าค้าค่าหัวสหายมาจาก 'คนมีสี' บางกลุ่มในกองทัพภาคที่ 2 ทำตัวเป็น 'พี่เลี้ยง' ให้แกนนำ ผรท. จึงนำไปสู่กระบวนย้อมแมวคนป่า

ก่อนสิ้นปีกระต่าย ผู้ดูแลเวบไซต์ 'ไฟลามทุ่ง' ได้แจ้งกับสมาชิกว่า 'ขอยุติการให้บริการ' ซึ่งมวลสมาชิกหลายคนที่ไม่ทราบมาก่อน คงตกใจเล็กๆ แต่ผู้ดูแลก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า


 "ผมมีความจำเป็นที่จะต้องปิดเวบบอร์ดนี้ชั่วคราวด้วยความจำเป็น ทั้งนี้เนื่องจากมีความห่วงใยในสวัสดิภาพของตนเอง อันเนื่องจากบรรยากาศในบ้านเมืองปัจจุบันที่มีความอึมครึมมากขึ้น.."


 อันที่จริงเวบไฟลามทุ่ง ก็ไม่ใช่เวบดังอะไร มันเป็นสถานีความคิดของ 'คนเคยอยู่ป่า' ซึ่งเปิดตัวราวปี 2547 ช่วงปลายของรัฐบาลทักษิณ 1 โดยคราวนั้นมีบรรยากาศโหยหาอดีตกันพอสมควร เนื่องจากมีการจัดคอนเสิร์ตเพลงปฏิวัติที่ศูนย์วัฒนธรรม


 "ผมอาสาที่จะเข้ามาดูแลเวบนี้ แม้ว่าไม่ค่อยจะมีเวลามากนักก็ตาม ก็เนื่องจากพอจะมีความศรัทธาต่ออุดมการณ์ที่เคยเชื่ออยู่บ้าง แต่เนื่องจากผมเป็นผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริต มีภาระที่จะต้องรับผิดชอบต่อธุรกิจและครอบครัว จึงไม่อยากจะมีความเสี่ยงใดๆ ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน"


 เมื่อสอบถามเพื่อนฝูงผู้ดูแลเวบนี้ ก็ได้ข้อมูลตรงกันกับที่แถลงไว้ข้างต้น ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนมากนัก มันเป็นเรื่องที่ต้อง 'รับผิดชอบต่อธุรกิจและครอบครัว'


 อีกข่าวสารหนึ่งที่ต้องแจ้งกันเป็นประจำทุกปี คณะกรรมการบริหารสโมสร '19 ได้กำหนดงาน 'รำลึกวีรชนประชาชน' ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2555 ณ อนุสรณ์สถานวีรชนประชาชน-อีสานใต้ บ้านโคกเขา ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์


 คำขวัญของงานคือ "เมืองกับหมู่บ้าน สหายกับพี่น้องประชาชน เรามีจิตหนึ่งใจเดียวกัน" ซึ่งนอกจากพิธีรำลึก ก็มีรายการเสวนาหัวข้อ 'อนาคตอีสาน' ปาฐกถานำโดย สมคิด สิงสง ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ทองแถม นาถจำนง, ปรีดา ข้าวบ่อ และอาทิตย์ บำรุงเอื้อ


 เชื่อว่าการพบปะกันของมิตรสหายในชนบท จะต้องมีเรื่อง 'ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเงินสองแสน' เป็นอีกหัวข้อหนึ่งในวงเสวนาข้างสถูปวีรชน เพราะรอบใหม่นี้มี 'สหายอีสานใต้' เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงถึง 3 กลุ่ม
 แต่ความวุ่นวายจากการช่วยเหลือ ผรท.รอบที่สอง ก็ยังไม่จบสิ้น เมื่อ 21 ธันวาคม 2554 ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ภูพาน อ.วานรนิวาส อ.เต่างอย อ.สว่างแดนดิน และ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ได้เข้าร้องเรียนต่อ พ.อ.เกรียงไกร จิตพากเพียร ผอ.กองข่าว กอ.รมน.สกลนคร กรณีการหักหัวคิวโดยกลุ่มที่หวังผลประโยชน์จากเงินช่วยเหลือของรัฐบาล


 มันเป็นการฉ้อฉลมิตรสหาย เฉพาะที่สกลนคร มี ผรท.ที่ได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลแล้วถูกหักหัวคิวไปหลายร้อยราย โดยเฉลี่ยถูกหักคนละ 60,000 บาท บางรายโดนรีดสูงถึง 170,000 บาท จากเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาลคนละ 225,000 บาท


 มี ผรท.ที่ได้รับความเสียหายจำนวน 11 ราย ยื่นฟ้องกลุ่มบุคคลที่ทำตัวเป็น 'นายหน้าค้าค่าหัวสหาย' แล้ว ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นศาล


 วันที่ ผรท.กลุ่มดังกล่าวมาฟ้องเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ก็เพื่อแจ้งให้ทราบว่า มี ผรท. ประสงค์ฟ้องร้องเรื่องการหักหัวคิวเพิ่มอีก 8 ราย


 อันที่จริง มีผู้ที่โดนหักหัวคิวมากกว่านี้ และเกิดขึ้นในทุกจังหวัดภาคอีสาน ส่วนใหญ่จะถูกบรรดานายหน้าข่มขู่ว่าจะฟ้องกลับ หรือจะริบเงินคืนให้รัฐบาล แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยินยอมพร้อมใจให้หักหัวคิวร้อยละ 10


 ต้นตอขบวนการนายหน้าค้าค่าหัวสหายมาจาก 'คนมีสี' บางกลุ่มในกองทัพภาคที่ 2 ทำตัวเป็น 'พี่เลี้ยง' ให้แกนนำ ผรท. จึงนำไปสู่กระบวนย้อมแมวคนป่า ซึ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ทราบปัญหา แต่ไม่ยอมลงมือแก้ไข ปล่อยให้เป็นเรื่องของกองทัพ


 สุดท้ายผลประโยชน์ก็ตกอยู่ในมือนายหน้าบางกลุ่ม และคนมีสีที่ทำตัวนอกแถว!
 หากรัฐบาลเพื่อไทย จะตกปากรับคำอะไร ก็ต้องสรุปบทเรียน เพราะรอบใหม่ท่าทางจะมีรายการหักหัวคิวมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว


 ยามนี้ก็มีขบวนการต้มตุ๋นไปอ้างว่ารัฐบาลเห็นชอบแล้ว เพื่อสร้างราคาให้แก่กลุ่มตัวเอง...อนิจจาพวกหากินบนซากศพมิตรสหาย!