
แนวรบไฟใต้..ไม่เปลี่ยนแปลง
น่าสนใจอย่างยิ่ง เวทีเสวนา '8 ปีไฟใต้ : บทเรียนและทางออก'
น่าสนใจอย่างยิ่ง เวทีเสวนา '8 ปีไฟใต้ : บทเรียนและทางออก' เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมอรุณสวัสดิ์ เทศบาลนครยะลา สนับสนุนโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
เพราะเป็นเวทีประชาชนครั้งแรกของปี 2555 และเป็นเวทีใหญ่ที่รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน มากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมระดมสมองกำหนดทิศทาง 'ดับไฟใต้' ที่ยืดเยื้อมานานถึง 8 ปี
8 ปีนับแต่เหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บ้านปิเหล็งใต้ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 จนทหารถูกสังหาร 4 นาย และปืนถูกปล้นไปมากมายถึง 413 กระบอก!
ท่ามกลางสะท้อนที่ทำให้เห็นว่า การแก้ปัญหาของภาครัฐ ยังคง 'พายเรือวนในอ่าง'
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ในเวทียังสรุปประเด็นปัญหาเอาไว้อย่างชัดเจน เช่น ภาครัฐและเจ้าหน้าที่รัฐยังคงถูกมองในแง่ลบจากประชาชนในพื้นที่, ประชาชนมองว่ามีผลประโยชน์เกิดขึ้นมากมาย และมีการทุจริตประพฤติมิชอบ แสวงประโยชน์จากเม็ดเงินงบประมาณที่ถูกทุ่มเทลงมา และที่สำคัญที่สุดคือ ความรุนแรงยังคงอยู่ ยังมีชาวบ้านตายทุกวัน ผู้บริสุทธิ์ทุกสาขาอาชีพต้องสังเวยชีวิตราวใบไม้ร่วง
ที่สำคัญ เสียงสะท้อนเหล่านี้ ยังสอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวี่วัน และข้อมูลสถิติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า แนวรบ "ไฟใต้" ไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังมีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นเสียด้วยซ้ำ!
ประเด็น จึงอยู่ที่ว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลจะฝ่าคลื่นลมอันเชี่ยวกรากของปัญหาภาคใต้ไปได้อย่างไร เพราะมีประเด็นร้อนที่ท้าทายต่อการตัดสินใจในปี 2555 อีกอย่างน้อย 3 ประเด็น คือ...
หนึ่ง - โครงสร้างองค์กรบริหารเพื่อบูรณาการดับไฟใต้ ซึ่ง กอ.รมน.ขอรวบอำนาจเป็น 'เจ้าภาพ' แต่เพียงผู้เดียว โดยเสนอพิมพ์เขียวโครงสร้างใหม่รอนายกรัฐมนตรี ลงนามมานานหลายเดือนแล้ว แต่โครงสร้างที่เสนอไป ส่อขัดต่อกฎหมาย และกระทบกับอำนาจ ตลอดจนโครงสร้างการทำงานของ ศอ.บต.ที่มีเลขาธิการชื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นคนของพรรคเพื่อไทย เช่นกัน
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของฝ่ายความมั่นคงในสายตาประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะรบมา 8 ปีแล้ว ยังจัดทัพกันไม่เสร็จเลย!
สอง - กระแสต้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งต่ออายุมาแล้วถึง 26 ครั้ง ระยะเวลารวมกว่า 6 ปี ทำให้การใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษฉบับนี้ ถูกคัดค้านอย่างกว้างขวาง ประกอบกับคดีความมั่นคง ถูกศาลสั่งยกฟ้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับข้อร้องเรียนเรื่องการซ้อมทรมาน ถึงขั้นต้องปิดศูนย์ควบคุมตัวของทหาร ทำให้การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เผชิญแรงกดดันและเดินหน้ายากมากขึ้นทุกที
สาม - กระแสเรียกร้องเขตปกครองพิเศษในบริบทขององค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ โดยขี่กระแส 'กระจายอำนาจ' และ 'จังหวัดจัดการตนเอง' ไม่ว่า ฝ่ายความมั่นคงจะคัดค้านแข็งขันขนาดไหน แต่ร่างกฎหมายจากภาคประชาชนน่าจะส่งเข้าสภาฯ ได้ภายในกลางปีนี้ ซึ่งอาจเข้าทางพรรคเพื่อไทยที่จะได้ 'ถอนแค้น' จากการเลือกตั้งสนามใหญ่ที่ผู้สมัครของพรรค 'กินแห้ว' ทั้งสามจังหวัดจากนโยบาย 'นครปัตตานี' ก็ได้
เป็นเรื่องที่น่าหาคำตอบอย่างยิ่ง!



