
'ธาริต'เชื่อ'สุเทพ'เข้าใจการทำงานดีเอสไอ
'ธาริต'เชื่อสุเทพเข้าใจการทำงานดีเอสไอ พร้อมรับหลักฐานคดีผังศอฉ. เผยคดียังต้องสอบสวนอีกยาว หลังแตกย่อยเป็น 32 คดี
6 ม.ค.55 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง วิจารณ์การทำงานของดีเอสไอในคดีความมั่นคงของรัฐ หรือคดีล้มเจ้าตามผังของ ศอฉ. ว่า นายสุเทพ เคยเป็นผู้บังคับบัญชากำกับดูแลดีเอสไอ ดีเอสไอจึงขอน้อมรับคำวิจารณ์ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าหน่วยงาน และท้ายที่สุดในการพิจารณาสั่งคดีจะเป็นหน้าที่ของตน ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ จะกำกับดูแลให้ตรงไปตรงมาให้เกิดความเชื่อถือแก่ประชาชน เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ทำตามใบสั่งใคร อย่างไรก็ตาม เท่าที่ติดตามจากข่าวพบว่านายสุเทพไม่ได้ตำหนิตน แต่เป็นการพูดถึงข้าราชการบางคน เชื่อว่านายสุเทพเข้าใจว่า ดีเอสไอเป็นองค์กรหลักหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก็ต้องมีความคิดเห็นต่างบ้างในองค์กรเป็นเรื่องธรรมดา
“พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เป็นกฎหมายใหม่ที่เปลี่ยนวิธีทำงานของพนักงานสอบสวน ให้ดีเอสไอต้องบูรณาการ ซึ่งคดีผังล้มเจ้านั้นมีอัยการอาวุโส มาเป็นคณะพนักงานสอบสวน และพิจารณาหลักฐานในสำนวนคดีร่วมกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอทุกครั้ง ที่ผ่านมายอมรับดีเอสไอร่วมเป็นกรรมการใน ศอฉ. โดยหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย ทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยข่าวทหาร ก็ร่วมเป็นกรรมการศอฉ.ทั้งสิ้น ผังล้มเจ้าที่ได้มามาจากหน่วยงานความมั่นคงซึ่งส่วนใหญ่เป็นทางทหาร ดีเอสไอไม่ได้เข้าไปร่วมทำ”นายธาริตกล่าว
นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพว่า มีพยานหลักฐาน ก็จะเป็นเรื่องดีที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหากมีพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ ดีเอสไอก็พร้อมรับนำเข้าสำนวนสอบสวน จะได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ มุมหนึ่งพิสูจน์ความผิดผู้ต้องหาและอีกมุมคือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม คดีล้มเจ้าตามผัง ศอฉ. ค่อนข้างซับซ้อน ภายในแผนผังมีรายชื่อบุคคล 39 รายชื่อ แตกคดีเป็น 32 สำนวน ต้องใช้เวลาอีกระยะในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ ขณะนี้สอบพยานไปแล้วประมาณ 50 ปาก หากนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. ในฐานะเลขาฯศอฉ. ให้การพาดพิงหรือเกี่ยวข้องกับใครดีเอสไอจะพิจารณามาจะต้องเชิญใครเข้าให้ข้อมูลอีกบ้าง



