
'ไอโฟน'ชี้เบาะแสจับคนร้ายร่วมชิงทอง
'ไอโฟน'ชี้เบาะแสจับคนร้ายร่วมชิงทอง : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
จากเหตุการณ์สองคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าไปชิงทรัพย์ภายในร้านทองออโรล่า ห้างบิ๊กซี สุขาภิบาล 3 ได้ทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมกว่า 300 บาท แต่ระหว่างที่คนร้ายหลบหนี ด.ต.เชี่ยวชาญ เจริญศิริ ผบ.หมู่ สังกัด ตชด.21 ประสบเหตุใช้อาวุธปืนต่อสู้กับคนร้ายจนตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมใกล้ที่เกิดเหตุ 1 คน หลบหนีไปได้ 1 คน โดยขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมิโอ สีน้ำเงิน-ขาว หลบหนีไป เมื่อเวลาใกล้เที่ยงวันที่ 29 ธันวาคม 2554
หลังตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยไม่รู้ว่าคนร้ายที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมเป็นใคร คงมีแต่เพียงโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 4 อยู่ในกระเป๋าของคนร้าย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.3 และชุดสืบสวน เร่งรัดคลี่คลายคดีนี้
โทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวถูกนำมาตรวจสอบ พบว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่เป็นของผู้ให้บริการบริษัทโทรคมนาคมแห่งหนึ่ง ชุดสืบสวนจึงทำหนังสือประสานขอตรวจสอบผู้ที่ซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ กระทั่งทราบว่า ผู้ที่ซื้อโทรศัพท์มือถือหมายเลขเครื่องดังกล่าวเป็นของสุภาพสตรีคนหนึ่ง เมื่อตรวจสอบฐานทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อดูฐานสำมะโนประชากรของบุคคลภายในบ้าน จนกระทั่งพบชื่อ นายพนมกร โพธิ์กัน อายุ 30 ปี มีภาพตามบัตรประชาชนใกล้เคียงกับใบหน้าของคนร้ายที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม
พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น พ.ต.อ.วรนิตย์ สวนคร้ามดี รองผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ ภู่สาระ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน สว.กก.3 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวน จึงออกติดตามญาติของนายพนมกรมาสอบสวน เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับคนร้ายหรือไม่
"การสอบสวนญาติของนายพนมกร ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกัน พร้อมให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านั้นนายพนมกรเป็นพนักงานจิวเวลรี่ที่ห้างแห่งหนึ่ง แถว จ.นนทบุรี แล้วลาออกเมื่อหลายปีก่อน มาทำอาชีพรับซื้อขายรถยนต์มือสอง ส่วนเรื่องการชิงทรัพย์บุคคลภายในบ้านไม่มีใครรู้ เพราะนายพนมกรไม่ค่อยพูดจาอะไรให้ฟัง" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน ระบุ
ข้อมูลจากญาติผู้ใกล้ชิดนายพนมกร ทำให้ทราบว่า นายพนมกรมีเพื่อนสนิทชื่อ "ทักษ์" อายุประมาณ 28 ปี เป็นคนภูมิลำเนา จ.ลพบุรี บ้านพ่อแม่อยู่แถวการเคหะแห่งชาติ ซ.รามคำแหง 109 โดยนายทักษ์มีนิสัยชอบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ จึงออกหาข่าวในแวดวงผู้นิยมเล่นรถจักรยานยนต์ประเภทดังกล่าว จนกระทั่งมั่นใจว่า เป็น นายพิทักษ์ รักษาดี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 2 ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี สอดคล้องกับคำบอกเล่าของญาตินายพนมกร
ประวัติของนายพิทักษ์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีหมายจับของศาลอาญาที่ 1778/2553 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2553 ข้อกล่าวหาพยายามฆ่า ท้องที่ สน.โชคชัย และหลบหนีประกันชั้นศาลอุทธรณ์ในคดีพยายามฆ่าในท้องที่ สน.ทองหล่อ โดยเหตุเกิดวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553
ชุดสืบสวนตัดสินใจเชิญญาติผู้ใกล้ชิดของนายพิทักษ์มาสอบสวน แต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ขณะเดียวกันชุดสืบสวนได้ยินญาติของนายพิทักษ์พูดคุยโทรศัพท์มือถือแต่เปิดลำโพงพูดคุย โดยเสียงโทรศัพท์ปลายทางได้ยินเสียงเพลงของวงดนตรี โดยมีเสียงพูดผ่านไมโครโฟนขอบคุณที่มานั่งดื่มกินที่ร้านอาหารแห่งนี้
ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบพบว่า ร้านอาหารแห่งนี้อยู่ละแวกสะพานพระราม 5 จึงเร่งออกไปที่ร้านอาหาร กระทั่งพบนายพิทักษ์นั่งอยู่ภายในร้าน จึงแสดงหมายจับแล้วควบคุมตัวมาสอบสวน ท้ายที่สุด นายพิทักษ์ รับสารภาพว่า มีปัญหาเรื่องหนี้สิน เพราะติดพนันที่บ่อนประเทศเพื่อนบ้านหลายล้านบาท ประกอบกับนายพนมกรก็มีปัญหาเรื่องเงิน จึงตัดสินใจร่วมกันชิงทรัพย์ในครั้งนี้
................
(หมายเหตุ : 'ไอโฟน'ชี้เบาะแสจับคนร้ายร่วมชิงทอง : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



