
'ตู่'ถกงบอัดหน่วยข่าวรัฐเรียงตัว
"จตุพร" อัดกรมประชาฯ,ข่าวกรอง,สมช.รายงานข่าวพลาดทำรัฐพินาศ “สุเทพ”ประท้วงวุ่นพาดพิงทำให้เสียหาย ปชป.โวยลั่น! ช่อง 11 มั่วถ่ายกีฬา ส่งผลสภาหวิดล่ม!หลังพักประชุม 2 ครั้ง "กรณ์" เตือนโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ ธปท.อันตราย กมธ.ปรองดอง ถก หน.ทุกพรรค "
5ม.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ซึ่งในช่วงค่ำ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เป็นการพิจารณาใน มาตรา 5 ส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายตัดงบประมาณรายจ่ายสำนักนายกรัฐมนตรรี 0.5% โดยเฉพาะกรมประชาสัมพันธ์ ที่ถือว่ามีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้กับภาครัฐ เป็นการทำหน้าที่บอกกล่าวประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล ไม่มีหน้าที่ปกป้องรัฐบาลหรือทำลายฝ่ายตรงกันข้าม โดยรัฐมนตรีที่กำกับดูแล รายการข่าวของช่อง 11 ขณะนี้นั้นก็ไม่มีการอธิบายว่าเป็นการทำข่าวของบริษัทเอกชน ที่ได้มีการต่ออายุสัญญาให้กับบ.โพสต์พับลิสชิ่ง ก่อนมีการยุบสภาเพียง 6 วันและสัญญาดังกล่าวมีอายุ 2 ปี โดยขณะนี้ทั้งรัฐมนตรีและอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ก็ดำเนินการอะไรไม่ได้ ขณะที่บางรายการที่มีการถอนออกจากผังรายการนั้น ตนก็เห็นว่าโทรทัศน์ช่องนี้ถูกปลุกระดมใส่ร้ายกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่รายการดังกล่าวหมดสัญญา และเมื่อมีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่ก็ไม่มีการต่อสัญญาให้ ซึ่งช่อง 11 ต้องมีหน้าที่พิทักษ์สถาบัน เพื่อประชาชนทั้ง 64 ล้านคน ไม่ใช่พิทักษ์รัฐบาล และโทรทัศน์ช่องนี้ต้องมีพฤติกรรมเหมือน 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับสถาบัน
นายจตุพรกล่าวต่อว่า สำหรับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ที่ตนเสนอให้ตัดงบประมาณ เพราะเห็นว่าต้องทำข่าวกรองตรงไปตรงมา ไม่ทำข่าวกรองเข้าข้างรัฐบาล แต่หากมีหน้าที่สอพลอรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ต้องพินาศย่อยยับ ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนทัศนคติด้วย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้
ส่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่มีนายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นเลขาธิการก่อนหน้านี้และก่อนพ้นจากตำแหน่งนั้น นายถวิลก็ออกมาพูดว่า ถือว่าเป็นตราบาปของสมช. เพราะตนเป็นเลขาธิการศอฉ. และไม่มีเรื่องผังล้มเจ้าอยู่จริงตามที่ศอฉ.ออกมาเปิดเผย ซึ่งตนเห็นว่าหากสมช.ประเมินสถานการณ์ความมั่นคงของชาติผิดพลาดนั้นหน่วยงานนี้ต้องมีการสังคายนาให้เสร็จ แต่หากหากไม่มีการปรับปรุงให้เข้าสถานการณ์ของความเป็นจริง รัฐนาวาก็จะไม่สามารถนำพาผ่านพ้นไปได้
นอกจากนี้ นายจตุพร อภิปรายถึงงบประมาณของกอ.รมน. ซึ่งเห็นว่าสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้นั้น ฝ่ายการเมืองต้องพูดความจริง แต่ละฝ่ายยอมรับความผิดพลาด พร้อมการเยียวยาให้ครบ และหากฝ่ายการเมืองยอมรับความจริงว่าเราผ่านพ้นความล้มเหลวมาแล้วทั้งคู่ พูดคุยกันหาปัญหาที่แท้จริงว่าคืออะไรและร่วมมือกันได้หรือไม่ก็เริ่มต้นใหม่ได้
ทั้งนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประท้วงการอภิปรายของนายจตุพร โดยเห็นว่ามีการพาดพิงเสียดสีก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะนายจตุพรอภิปรายเรื่องของสำนักงานข่าวกรอง ที่ระบุว่าสำนักงานข่าวกรองรายงานข่าวที่ผิดพลาดต่อรัฐบาลทำให้ประเมินสถานการณ์เสียหาย ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านความมั่นคง และการที่นายถวิล ออกมาระบุว่าไม่มีผังล้มเจ้าอยู่จริงนั้น เรื่องนี้ก็สอดคล้องกับการดำเนินการมาตลอดในช่วง 2-3 วันนี้ที่จะเชิญตนไปชี้แจงเรื่องผังล้มเจ้า ทำให้ประชาชนรู้ได้ว่าเป็นตน จึงทำให้เกิดความเสียหาย โดยการที่ระบุว่าผังล้มเจ้าไม่มีจริงตามที่ศอฉ.เปิดเผย ซึ่งตนเป็นผอ.ศอฉ.ในขณะนั้น ก็ขอให้นายเจริญเปิดเทปบันทึกการประชุมฟังให้ชัดเจนด้วย
"สุเทพ"โต้ "จตุพร"ยันผังล้มเจ้ามีจริง
นายสุเทพ กล่าวยืนยันว่า เนื้อหาที่ว่าผังล้มเจ้าเป็นเรื่องจริง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำมารายงานในศอฉ. หลังการสอบสวนแล้วและตนเป็นผอ.ศอฉ. ซึ่งไม่ได้มีการกลั่นแกล้งกัน สำหรับเรื่องที่ระบุว่าสำนักข่าวกรองไม่เอาความจริงไปรายงานรัฐบาล เพราะไม่อยากฟังความจริง ทำให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่รับฟังความจริงทำให้ตัดสินใจผิดพลาดนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้ตัดสินใจผิดพลาดทั้งหมด เพราะมีการได้ตรวจสอบโดยข้าราชการที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องก่อการร้าย เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็เป็นข้อเท็จจริงที่รวบรวมมาได้ และการที่นายจตุพรเป็นผู้ต้องหาผู้ก่อการร้ายนั้นเป็นเรื่องจริง ตนจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อไป
ผมยืนยันว่า เรื่องผังล้มเจ้าเป็นเรื่องจริง ไม่ได้มาประจบสอพลอใคร และต้องมาสู้กันในกระบวนการยุติธรรม และมีการตรวจสอบชัดเจน ทั้งเรื่องการก่อการร้าย คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และที่คุณจตุพร เป็นผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายก็เป็นเรื่องจริง แม้ฝ่ายท่านจะเป็นรัฐบาลมีสิทธิ์พลิกแพลงยังไงผมมีเอกสารข้อเท็จจริงเก็บไว้หมดแล้ว” นายสุเทพ กล่าว
แต่นายจตุพร ตอบโต้ว่าไม่ได้กล่าวถึงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ทำให้นายเจริญ ต้องยุติการประท้วงด้วยการวินิจฉัยว่าเรื่องผังล้มเจ้านั้นมีเรื่องนี้อยู่แล้วก่อนหน้านี้ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ และไม่เกี่ยวกับนายสุเทพ สำหรับเรื่องการบริหารงานของส่วนราชการที่นายจตุพร อภิปรายเพราะเห็นว่าไม่รักษาผลประโยชน์แท้จริงและไม่เป็นธรรม ซึ่งหากเรื่องนี้พาดพิงจริงนั้นตนก็จะให้สิทธิ แต่เบื้องต้นต้องขอเปิดเทปบันทึกการประชุมฟังดูก่อน
ปชป.โวยช่อง 11 ถ่ายกีฬา-พักประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 17.15 น. ในระหว่างการพิจารณางบประมาณ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการซักถามนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าเหตุใดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง11 ถึงไม่ถ่ายทอดสดการประชุมพิจารณางบประมาณ ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตอนแรกนายสมศักดิ์ชี้แจงว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง11 ติดทำการถ่ายทอดสดสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงไปเปิดงานนิทรรศการบีโอไอแฟร์ 2011 แต่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงหลักฐานต่อที่ประชุมว่าเวลาดังกล่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง11 ได้ถ่ายทอดสดกีฬาที่ จ.สุพรรณบุรี และได้หารือกับที่ประชุมว่าควรจะพักการประชุมไว้ก่อนจนกว่าจะมีการถ่ายทอดสดตามปกติ
จากนั้นนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า การถ่ายทอดการเปิดแข่งขันกีฬาดังกล่าวมีการทำสัญญาไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างงบประมาณ ซึ่งนายสมศักดิ์ได้ชี้แจงโดยอ่านรายละเอียดว่า สถานีโทรทัศน์ช่อง11 ได้ถ่ายทอดพิธีเปิดงานบีโอไอแฟร์ในเวลา15.00-16.30น. และเวลา 17.00-18.00น ได้ถ่ายทอดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียน สพฐ.เกมส์ ที่ จ.สุพรรณบุรี ก่อนจะตัดเข้าช่วงข่าวพระราชสำนัก นายบุญยอดจึงขอนับองค์ประชุม ทำให้นายสมศักดิ์ตัดสินใจพักการประชุมจนกว่าจะมีการถ่ายทอดสดอีกครั้ง
สภาหวิดล่ม!หลังพักประชุม 2 ครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพักการประชุมประมาณ 15 นาที ประธานสภาได้เปิดการประชุมในเวลา 17.40 น. ขณะที่ช่อง 11 ได้ตัดสัญญาณกลับมาถ่ายทอดสดการประชุมสภาและประธานได้ดำเนินการนับองค์ประชุมตามที่นายบุญยอดเสนอค้างเอาไว้ แต่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอให้นายบุญยอดถอนญัตตินับองค์ประชุม เพราะอยากให้สภาเดินต่อไปได้ ถ้าไม่ถอนฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมให้นับ และจะทำให้จบวันนี้ก็ได้ ท่ามกลางเสียงปรบมือจากซีกรัฐบาลดังลั่นห้องประชุม อย่างไรก็ตาม นายบุญยอดด้ลุกขึ้นกล่าวว่า ตอนแรกก็ใจอ่อนแล้วหลังฟัง นพ.ชลน่านเสนอ แต่หลังจากได้ยินเสียงปรบมือ และเสียงโห่ ทำให้ยืนยันว่าจะไม่ถอน ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความตึงเครียด ในที่สุดประธานได้สั่งพักการประชุมอีกครั้ง เป็นเวลา 10 นาที เมื่อเวลา 17.55 น. จากนั้นในเวลา 18.05 น.ได้เริ่มเปิดการประชุมตามปกติ
"กรณ์"จับตา 4 พ.ร.ก.กู้เงิน-หวั่นปท.เจ๊ง
นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงร่างกฎหมายโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า เป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด จากเนื้อหาที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนเป็นร่างกฎหมายที่อ่านยากมาก แต่สุดท้ายคือภาระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของกองทุนฟื้นฟูโอนไปให้ธปท. โดยมอบอำนาจให้รัฐบาลบังคับธปท.โอนทรัพย์สินของธปท.ไปไว้ในบัญชีเพื่อชำระหนี้ส่วนนี้ ซึ่งขัดหลักธรรมาภิบาลที่สากลยอมรับว่าธนาคารกลางต้องเป็นหน่วยงานอิสระจากรัฐบาล
ส่วนกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติหลักการในร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกู้เงิน 4 ฉบับ นายกรณ์กล่าวว่า ยังมีเรื่องน่าสงสัยหลายประการ เพราะในรายงานการประชุมครม.ไม่ปรากฏมติเรื่องนี้ จึงไม่มั่นใจว่ามีมติจริงหรือไม่ เพราะมีเพียงแค่การแถลงข่าวของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์เท่านั้น ข้องใจว่าในเมื่อมีมติเรื่องสำคัญถึง 4 เรื่อง ทำไมไม่บันทึกในที่ประชุม ซึ่งจะติดตามเรื่องนี้ เพื่อขอความกระจ่าง เพราะบางเรื่องจะมีปัญหาต่อโครงสร้างการเงินการคลังของประเทศอย่างรุนแรง
"ยะใส"ย้ำออกทีวีคู่"ตู่"แต่ต้านแม้วเช่นเดิม
ผู้สื่อรายงานว่า เช้าวันที่ 5 มกราคม รายการ "เช้าดู..วู้ดดี้" ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนท์ทีวี ได้เชิญนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว อดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาร่วมรายการ และได้ขอให้ทั้งสองจับมือกันแสดงให้ผู้ชมดู ก่อนจะตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มมวลชนพันธมิตร
นายสุริยะใสชี้แจงว่า การไปออกรายการดังกล่าวไม่ได้ประสานอะไรกับทางแกนนำพันธมิตร เพราะส่วนตัวกับนายจตุพรเป็นเพื่อนกันมานานมากแล้ว ตั้งแต่ครั้งร่วมกันต่อสู้เผด็จการทหารในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 แต่พอช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเป็นนายกฯ ก็ไม่ได้เจอกันเหมือนก่อน
"ผมมีจุดยืนต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ชัดเจนว่า เข้ามาสู่เส้นทางการเมือง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจตนเอง ส่วนนายจตุพรก็มีจุดยืนที่แตกต่างกัน ฉะนั้นผมพร้อมต่อต้านเรื่องการขอนิรโทษกรรมให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องการออก พ.ร.บ.ปรองดอง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง หากกลุ่มเสื้อเหลือง และกลุ่มเสื้อแดงได้ฟังการให้สัมภาษณ์ในรายการอย่างละเอียด จะเข้าใจว่าผมกับนายจตุพรยืนกันอยู่คนละจุดอย่างแน่นอน" นายสุริยะใส กล่าว



