ข่าว

'สุเทพ'ซัดดีเอสไอเปลี่ยนสี

'สุเทพ'ซัดดีเอสไอเปลี่ยนสี

05 ม.ค. 2555

“สุเทพ” ซัดดีเอสไอเปลี่ยนสี รับใช้กลุ่มอำนาจ หวังลาภยศ ไม่หวั่น เรียกสอบปากคำ ศอฉ.ปูดผังล้มเจ้า ยันจะเอาหลักฐานไปตอกหน้า เหน็บ รัฐบาลบ้าอำนาจจ้องแต่ล้างแค้น เย้ย คนใต้ช่วยตัวเองได้ ไม่ต้องรอรัฐบาล

          วันที่ 5 ม.ค.55 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมจะเรียกตนเองในฐานะอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ไปสอบปากคำเกี่ยวกับผังล้มเจ้า ว่า ตนได้ทราบว่าจากสื่อมวลชนว่าพ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองธิบดีดีเอสไอเตรียมจะเรียกตนไปสอบปากคำเรื่องที่โยงใยถึงสถาบันหรือผังล้มเจ้า ซึ่งหลังจากตนทราบข่าวก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกว่าดีเอสไอชักจะทำอะไรเลอะเทอะมากขึ้น จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่มีจุดยืนในการทำงานหรืออย่างไร เพราะกรณีนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยาน หลักฐาน ที่แสดงพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาร้ายต่อสถาบัน และนำไปเสนอต่อศอฉ. โดยในการพิจารณามีทั้งผู้แทนของดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมพิจารณาอยู่ด้วย จนมีความเห็นสรุปกันว่ากรณีนี้มีหลักฐานที่สมควรไปทำการสืบสวนสอบสวนนำผู้ที่กระทำความผิดมาลงโทษ จากนั้นดีเอสไอก็ได้เสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษเพื่อขอรับเอาคดีนี้ไปเป็นคดีพิเศษ แต่ตนไม่ได้ไปติดตามว่าเขาดำเนินการอย่างไร เพราะถือหลักไม่แทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และมีความเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะทำคดีด้วยความสุจริต ตรงไปตรงมา
  
          “ แต่พอมาวันนี้ มาออกข่าวในลักษณะเหมือนจะกล่าวหาว่าผมเป็นต้นเรื่อง ผมก็เลยรู้สึกว่าคนในกรมนี้ท่าจะเปลี่ยนสีไปแล้ว หวังจะเอาใจกลุ่มคนที่มีอำนาจอยู่ในบ้านเมือง ผมขอเตือนว่าข้าราชการที่ดีต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความเที่ยงธรรม มีคุณธรรม ถ้ามัวเห็นแต่ลาภกับยศ ประจบสอพลอผู้มีอำนาจ ในที่สุดจะสูญเสียจุดยืนของตัวเอง จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน และจะไม่เป็นมงคลแก่ชีวิตของตัวเอง จึงขอฝากเตือนรองอธิบดีท่านนี้ด้วย”นายสุเทพ กล่าว
         
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสอบถามทางดีเอสไอหรือไม่ว่าขณะที่มีตรวจสอบร่วมกันนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่อยู่หลายฝ่าย แต่เหตุใดจึงเจาะจงมาที่ตนเองคนเดียว นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้สอบถามไปทางดีเอสไอเลย ซึ่งเมื่อตนมาเป็นฝ่ายค้านก็ไม่เข้าไปติดต่อกับข้าราชการประจำอีก เพราะไม่อยากให้ถูกฝ่ายที่มีอำนาจเพ่งเล็ง อีกทั้งก็ไม่เห็นว่าตนจะต้องมีอะไรไปง้องอน ขอร้อง ข้าราชการประจำทั้งหลาย แต่ว่าถ้าวันไหนดีเอสไอเชิญตนไปสอบก็จะไป และจะเอาหลักฐานไปตอกหน้าดีเอสไอ
 
          เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือเชิญไปสืบสวนมาถึง แต่ทราบจากสื่อมวลชนเท่านั้นใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ในรัฐบาลยุคนี้เข้าทำแบบนี้กันประจำ เหมือนเมื่อครั้งที่ตำรวจเชิญตนไปสอบเรื่องคดี 91 ศพ ออกข่าวเกือบ 2-3 สัปดาห์กว่าจะเชิญ จนตนรู้สึกว่าขณะนี้เขามีวิธีส่งหนังสือเชิญผ่านสื่อมวลชนกันแล้วหรืออย่างไร
 
          เมื่อถามว่า ยังมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่ได้มีเฉพาะพนักงานสอบสวน เพียงแต่กระบวนการยุติธรรมมันเริ่มที่พนักงานสืบสวน ไปที่อัยการสูงสุด และไปที่ศาล ฉะนั้นมีหลายขั้นตอน อาจจะมีบุคคลบางคนที่เห็นกับลาภยศ ประจบสอพลอ บิดเบือนข้อเท็จจริงและคดี แต่ว่ามันไม่สามารถไปได้ไกลจนถึงสิ้นสุดกระบวนการ เมื่อถามอีกว่า ได้คุยกับนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขานุการศอฉ.เรื่องผังล้มเจ้าที่ดีเอสไอจะเชิญไปสืบสวนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่คุยเรื่องนี้กับนายถวิล เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะไปคุยอะไร เนื่องจากเราต้องเคารพในแต่ละบุคคล ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่จะเชิญใครแล้วตนจะต้องไปพูดคุยกับคนนั้นเพื่อไปเตรียมการกันคงไม่ใช่ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านมา ตนไม่เคยไปปรึกษาหารือเรื่องคดีกับกลุ่มที่เคยทำงานร่วมกันมา เพราะตนเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าบุคคลเหล่านั้นรู้เรื่อง ข้อเท็จจริงทั้งหลายทั้งปวงดี และต่างคนต่างก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความสุจริต ส่วนถ้าใครจะไม่สุจริตใจทีหลัง ก็เป็นเรื่องที่คนๆนั้นก็จะต้องรับผลเอาเองทีหลัง
 
          เมื่อถามว่า การเรียกไปสอบปากคำครั้งนี้ ถือเป็นการไล่เช็กบิลคนในรัฐบาลเก่าใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะเช็กบิลหรือไม่ตนให้สาธารณชนได้ดูเอง เพราะนายตำรวจทุกระดับที่ได้รับการเลื่อนยศ ตำแหน่ง ในช่วงรัฐบาลที่แล้ว วันนี้เขาเล่นงานหมด โยกย้ายเข้าไปประจำ โดยไม่เอาสักคน จัดการ กวาดล้างหมด แม้แต่นายถวิลก็โดนเล่นงาน ส่วนตนนั้นทำใจอยู่นานแล้ว เพราะคนที่มีอำนาจในบ้านเมืองกลุ่มนี้เขาประกาศความอาฆาตมาดร้ายต่อตนและครอบครัวมาโดยตลอด แต่ว่าตนไม่หวั่นไหว ไม่กลัวคนเลว แต่กลัวคนดี ฉะนั้นตนพร้อมที่เผชิญหน้าทุกเรื่อง




“สุเทพ” เย้ย คนใต้ช่วยตัวเองได้ ไม่ต้องรอรัฐบาล


          นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมุ่งเน้นเรื่องการฟื้นฟูในพื้นที่ภาคกลางมากกว่าการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนคิดว่าเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลสอบตกมาตลอด ทั้งภาคเหนือ กลาง กทม. และภาคใต้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ เราก็ไม่ได้คาดหวังว่ารัฐบาลจะทำอะไรได้ดีหรือพิเศษ เพราะเราเห็นว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่ารัฐบาลยังมีโอกาส อย่าไปจมปลักอยู่กับเรื่องเก่า อย่าไปมัวแต่คิดถึงเรื่องแก้แค้น เรื่องประโยชน์พวกพ้อง ญาติพี่น้องตัวเอง วันนี้ยังไม่สายที่จะมาคิดทำงานอย่างจริงจังในการฟื้นฟูให้ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมมีโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ รัฐบาลยังมีโอกาสอยู่ถ้ารีบทำงานตั้งแต่ตอนนี้
       
          “ รัฐบาลจะลงพื้นที่หรือไม่ลงพื้นที่ผมไม่คิดว่าเป็นสาระสำคัญ เพราะสาระสำคัญคือต้องทำแผนฟื้นฟูให้ชัดเจน และต้องลงมือฟื้นฟูทันที เพราะถ้าประชาชนสามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเองจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองในอนาคตข้างหน้า ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเครื่องถ่วง การพัฒนาก็จะลำบากขึ้น วันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้เขาได้รับบทเรียนมาก่อน และเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางไม่ใช่เรื่องที่คนภาคใต้จะรอฟังหรือพึ่งรัฐบาลอย่างเดียว เขาต้องพยายามช่วยตัวเอง และได้ดีด้วยในระดับหนึ่ง”นายสุเทพกล่าว