ข่าว

ว่าด้วยการสังหารกันทางการเมือง :

ว่าด้วยการสังหารกันทางการเมือง :

05 ม.ค. 2555

ว่าด้วยการสังหารกันทางการเมือง : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]

                เมื่อปลายปีที่แล้วมีเรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งที่น่าจะยังต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ นั่งก็คือการ(ลอบ)สังหารกันที่มีนัยทางการเมือง อย่างน้อยในสองกรณี ก็คือ กรณีของนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นหัวคะแนนของคุณแทนคุณ สมาชิกและผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปปัตย์ และ กรณีนายกตุ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมาจากตระกูลท้องถิ่นที่เป็นตระกูลการเมืองระดับชาติ อีกทั้งผู้ถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบสวน(ถ้าไม่อยากจะเรียกว่าผู้ต้องหา)ยังเป็น ส.ส. ของพรรคฝ่ายค้านและมาจากตระกูลการเมืองท้องถิ่นเช่นเดียวกัน
   
              ผมมีข้อสังเกตสามประการต่อปรากฏการณ์ในเรื่องเหล่านี้
   
              ประการแรก ถ้าเรามองว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไกลกว่าคดีอาญา ในความหมายว่าเป็นคดีที่มีเหตุจูงใจทางการเมือง สิ่งหนึ่งที่เราต้องระมัดระวังก็คือ การมองว่าประชาธิปไตยโดยเฉพาะประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้งนั้นนำไปสู่ความโหดร้าย ความขัดแย้ง และความรุนแรงทางการเมือง
   
              เรื่องนี้ถามว่าจริงหรือไม่ เราอาจจะตอบได้ทั้งจริงและไม่จริง ในความหมายที่ว่า ปรากฏการณ์ความรุนแรงทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นแน่นอน และก็มีปรากฏการณ์ของการเป็นประชาธิปไตยเลือกตั้งมากขึ้น
   
              แต่คำถามว่ามันเป็นเหตุเป็นผลกันไหม และต้องดับที่เหตุจริงหรือไม่อันนี้ต้องคิดกันให้รอบคอบ
   
              แน่นอนว่าเมื่อมีประชาธิปไตย โดยเฉพาะประชาธิปไตยแบบการเลือกตั้ง เราก็เห็นความขัดแย้งเหล่านี้มีมากขึ้น แต่เราจะยกเลิกทั้งการกระจายอำนาจ และการเลือกตั้งเพื่อให้ความขัดแย้งแบบนี้หมดไป จะจริงหรือ ?
   
              ประเด็นแรกก็คือ แม้ว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง ทั้งในระดับชาติ และในระดับท้องถิ่น เราก็ยังมีความรุนแรงและการสังหารจากรัฐ (state violence and state murders) อยู่ดี (ประเด็นนี้มาจาก Ben Anderson. 1983. Murder and Progress in Modern Siam) และเรามักจะพบว่าความรุนแรงจากรัฐนั้นมักจะถูกทำให้ถูกกฎหมาย และขาดกระบวนการสอบสวนด้วย ไม่ว่าจะกรณีเดือนตุลา พฤษภา หรือแม้กระทั่งกรณีภาคใต้
   
              ประเด็นที่สอง สิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ผู้ที่ตายนั้น มักจะเป็น หรือเกี่ยวข้องกับชนชั้นใหม่ ที่สามารถเข้ามามีบทบาททางการเมืองในระดับท้องถิ่นได้ ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจต่อเนื่องก็คือ การเข้าไปพิจารณาว่าผู้ที่ตาย หรือเกี่ยวข้องกับการตายนั้นเป็นชนชั้นไหนในท้องถิ่น ซึ่งโดยรวมก็คือผู้ที่มีเงินในท้องถิ่น
   
              ดังนั้น จึงน่าสนใจว่าเขาเข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขไหน ซึ่งในแง่นี้นักวิชาการอย่าง เบน แอนเดอร์สัน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนล เคยนำเสนอไว้ว่า หนึ่งในเอกสิทธิ์ของชนชั้นกฎุมพีโดยเฉพาะกฎุมพีในท้องถิ่นนั้นก็คือ สิทธิที่จะถูกสังหารภายใต้การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ประชาธิปไตย ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง
   
              ประเด็นสุดท้าย อาจารย์ณัฐกร วิฑิตรานนท์ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ซึ่งกำลังทำปริญญาเอกด้านความขัดแย้งและลอบสังหารทางการเมืองในประเทศไทย (ใกล้จบมากแล้ว) ท่านเคยชี้ให้ผมดูข้อมูลและการวิเคราะห์ที่น่าสนใจว่า แม้ว่าเรื่องราวของความขัดแย้งและความรุนแรงในระดับการลอบสังหารทางการเมืองนั้นจะมีขึ้นในท้องถิ่น และมีความเชื่อมโยงกับการเลือกตั้ง และดูเหมือนว่ากระบวนการยุติธรรมในการจัดการเรื่องดังกล่าวนั้นจะเต็มไปด้วยความล่าช้า หรืออาจจะไม่สามารถขยับอะไรได้มาก แต่สิ่งที่ควรพิจารณาก็คือ ข้อมูลในท้องถิ่นบอกเราว่า ไม่ว่าการจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษนั้นจะทำได้จริงแค่ไหน หรือจะสาวไปถึงจอมบงการได้จริงไหม
   
              แต่กระบวนการเลือกตั้งในท้องถิ่นก็จะทำหน้าที่ลงโทษกลุ่มก้อนทางการเมืองเหล่านั้นไม่ให้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาได้อีก หรือแม้กระทั่งเพิ่มแรงตึงเครียดให้แก่การสืบสาน-สืบครองอำนาจในท้องถิ่นเหล่านั้น