ข่าว

ไฟไหม้จตุจักรกระหึ่มเน็ตโยงการเมืองแน่

ไฟไหม้จตุจักรกระหึ่มเน็ตโยงการเมืองแน่

04 ม.ค. 2555

เกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดนัดจตุจักร กระหึ่มโซเชียลเน็ตเวิร์กเชื่อมโยงการเมืองแน่ "โฆษกกทม." ปัดยังไม่รู้เรื่องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน "ผอ.จตุจักร" ปัดตอบเหตุเกี่ยวข้องเปลี่ยนมือผู้บริหารหรือไม่

               เมื่อเวลา 20.55  วันที่ 4 ม.ค. 2555 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ตลาดนัดจตุจักรบริเวณร้านขายหนังสือเก่า ประตู 32 ล็อก 40  และจนถึงเวลาประมาณ 21.15 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว

   
              ทั้งนี้เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ บนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างก็ตั้งข้อสงสัยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ และหลายคนให้ความเห็นว่าแม้จะไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่สุดท้ายก็จะถูกนำมาโยงจนได้

   
              ทั้งนี้เมื่อเกิดเหตุผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อสอบถามไปยังผู้บริหาร กทม. แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถติดต่อผู้ใดได้เลย รวมไปถึงโฆษก กทม. ด้วย


"โฆษกกทม."ปัดยังไม่รู้เรื่องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน


              เมื่อผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามเหตุการณ์กับนายวสันต์ มีวงษ์  โฆษกกทม. ก็ได้รับคำตอบว่า ยังไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเพิ่งรู้จากสื่อจึงขอขอตรวจสอบก่อนที่จะให้รายละเอียดอีกครั้ง



"ผอ.จตุจักร" ปัดตอบเหตุเกี่ยวข้องเปลี่ยนมือผู้บริหารหรือไม่


              ขณะที่นายอรุณ ศรีจรูญ ผู้อำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร (จตุจักร) กล่าวว่า ตนได้รับทราบถึงเหตุเพลิงไหม้แล้ว โดยต้นเพลิงอยู่บริเวณห้องน้ำใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน แต่ยังไม่ทราบสาเหตุและความเสียหาย เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีแผงค้าจำนวนสองที่ ได้รับความเสียหาย ส่วนรายละเอียดตจะเป็นอย่างไรขอตรวจสอบอีกครั้ง

              ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุที่เกิดเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนมือการบริหารคตลาดนัดจตุจักรหรือไม่ นายอรุณกล่าวว่า "ไม่ทราบเลย" และขอวางโทรศัพท์ไปทันที

              ส่วนผู้บริหาร กทม. คนอื่นนั้นเมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามต่างก็ไม่ได้รับสายแต่อย่างใด

              นายทวีศักดิ์ สุทธิเสริม ผอ.ฝ่ายทรัพย์สิน ร.ฟ.ท. ในฐานะประธานร่วมเพื่อพิจารณาทรัพย์สินระหว่าง ร.ฟ.ท.กับ กทม. กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่อยากคาดเดา รวมทั้งไม่อยากมุ่งประเด็นเรื่องวางเพลิงด้วย และตอนนี้ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ก็ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วน่าจะมีความคืบหน้าต่อไป อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีการหารือร่วมกับผู้ค้า และมีความเป็นห่วงในประเด็นไฟไหม้และลักทรัพย์ ซึ่งไม่คาดคิดว่าไม่ทันไรก็เกิดเหตุแล้ว จึงสั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราเป็น 2 เท่า กะละ 40 นาย วันละ 2 กะ เพื่อดูแลจุดเสี่ยง และที่เกิดเหตุก็ถือเป็นจุดเสี่ยงรวมถึงในวันนี้มีฝนตก เจ้าหน้าที่อาจตรวจตราไม่ทั่วถึง และคาดว่าในวันที่ 5 มกราคมนี้น่าจะสรุปสาเหตุที่ชัดเจนได้


ตำรวจสน.บางซื่อคาดไฟฟ้าลัดวงจร

             ทั้งนี้เมื่อเวลา 21.20 น.พ.ต.ท.ศักดิพัธน์ เหรียญทอง  สารวัตรสอบสวน สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุเกิดเหตุเพลิงไหม้แผงขายหนังสือมือสองล็อคที่ 34 , 35 และ  40   ภายในตลาดนัดจตุจักรโซน 1 ฝั่งตรงข้ามตลาด อตก.  พบต้นเพลิงลุกไหม้มาจากแผงหนังสือล็อคที่ 40  ลุกลามมาแผงหนังสือเก่าล็อค 34 และ 35 ที่อยู่ด้านหลังแสงเพลิงลุกไหม้ประมาณ 10  นาที จึงดับลง โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมรถน้ำจำนวน 4 คันเข้าระงับเหตุฉีดสกัดในทุกจุดไม่ให้ลุกลามไปยังแผงข้างเคียง ซึ่งเป็นร้านหนังสือเก่าและหนังสือมือสองทั้งหมดและสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้  
   
             จากการตรวจสอบพบหนังสือในแผงล็อคที่ 40 และใกล้เคียงถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายบางส่วน   ขณะที่สาเหตุเพลิงไหม้นั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร  เนื่องจากสายไฟที่ติดตั้งในพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นสายไฟเก่าและใช้งานมานานแล้ว



โฆษกเพื่อไทยระบุเร็วเกินไปที่จะการเมือง



             นายพร้อมพงศ์ นพพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวต้องตรวจสอบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ แต่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการหาสาเหตุที่แท้จริงว่าจะเกิดจากอะไร

             ส่วนที่จะโยงกับการเมืองหรือไม่ ตนมองว่ายังเร็วเกินไปและต้องมีการตรวจสอบ แต่เชื่อว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะสามารถดูแลตลาดนัดจตุจักรและผู้ค้าได้อยู่แล้ว และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
   
             ส่วนที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กล่าวในสภาว่า เรื่องดังกล่าวรัฐบาลต้องรับผิดชอบนั้น นายพร้อมพงศ์กล่าวว่าแบบนี้ไฟไหม้ที่ไหนรัฐบาลต้องรับผิดชอบทุกที่หรือไม่ และการโยนให้รัฐบาลรับผิดชอบถือว่าเร็วเกินไป เอะอะอะไรก็โยนเป็นเรื่องการเมืองหมด นี้ก็เพิ่งส่งมอบจตุจักร ดังนั้นอย่าเพิ่งโยนภาระให้รัฐบาลอย่างเดียว กทม. ที่อยู่ภายใต้การดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเข้ามาดูแลด้วย ไม่ใช่หมดภาระแล้วมาโยนให้รัฐบาล มีเรื่องอะไรก็โยงมาเป็นประเด็นการเมือง ดิสเครดิตรัฐบาล เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง



กทม.เตรียมหารือรฟท.รอบใหม่ชี้ขาดทรัพย์สินตลาดจตุจักร



                ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.10 น.  ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการเจรจากับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เรื่องสิ่งปลูกสร้างภายในตลาดนัดจตุจักรที่เป็นของกทม.ว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วทั้ง 2 หน่วยงาน โดยส่วนของกทม.ได้มอบหมายให้นายทวีศักดิ์ เดชเดโช รองปลัดกทม. และฝ่ายกฎหมายเข้าร่วม เพราะในสัญญา กทม.จะต้องส่งมอบคืนในสภาพเดิมซึ่งเป็นที่ดินเปล่า เพราะไม่เช่นนั้นกทม.จะต้องเสียค่าปรับได้ จึงอยากให้มีการเจรจาว่าสิ่งใดที่รฟท.ต้องการในเรื่องรายละเอียด เพราะหากเปิดบริการในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ หากมีทรัพย์สินของ กทม. ชำรุดเสียหายก็ต้องมีผู้รับผิดชอบเช่นกัน

                ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า แต่หากต้องมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในตลาดนัดจตุจักรที่เป็นของกทม. กทม.ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ เนื่องจากมีบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ที่พร้อมอยู่แล้ว ส่วนการประเมินทรัพย์สินของของ กทม. ภายในตลาดนัด ยังไม่ทราบมูลค่าว่าประเมินเท่าไหร่ เพราะกทม.ไม่เคยคิดจะขาย จึงอยากให้คณะกรรมการร่วมหารือในเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะหากมองเป็นเรื่องการเมืองในสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็คงมีการสั่งการให้กทม.เข้าบริหารไปแล้ว แต่ตนอยากให้เป็นเรื่องของหน่วยงานของรัฐหารือกัน

                “ส่วนกรณีที่มีผู้ค้าร้องเรียนว่ามีคนของกทม.เข้าไปเก็บค่าเช่าที่นั้น ยืนยันว่า กทม.ไม่ได้ให้คนเข้าไปเก็บค่าเช่าแล้ว หากมีการเรียกเก็บจากฝ่ายกทม.จริงให้แจ้งมาที่ผมได้ ผมจะดำเนินการการเอาผิดทันที และหากเป็นคนนอกที่แอบอ้าง ก็จะแจ้งความดำเนินคดีด้วย”ผู้ว่าฯกทม.กล่าว


สภากทม.จี้ผู้บริหารยึดคืนตลาดจตุจักรชงครม.ทบทวนมติเดิม


                ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภา กทม. ซึ่งมีนายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร เป็นประธานการประชุม ได้มีการตั้งกระทู้ถามคณะผู้บริหารกทม.เรื่องความชัดเจนการส่งมอบพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรให้กับการรถไฟฯ อาทิ นายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา ส.ก.เขตบางรัก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่ากทม.ส่งมอบพื้นที่ให้ การรถไฟฯแล้วหรือไม่หากมีการส่งมอบแล้วก็ถือว่าขาดไปแล้ว ซึ่งกทม.ก็ยังมีทางต่อสู้ เพราะเท่าที่ทราบ มติครม. เป็นเพียงเพื่อทราบ ยังไม่ได้ยกเลิกมติครม.เดิม


                นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น กทม.ควรทำหนังสือถึงมหาดไทย เพื่อขอให้ทบทวนมติครม. และขอไกล่เกลี่ย เพราะเรื่องนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ กทม.เคยมีปัญหาข้อพิพาทกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย เรื่องค้างชำระภาษีโรงเรือนสนามบินดอนเมือง กว่า 3,000 ล้านบาท ก็มีการไกล่เกลี่ยเรื่อยมาจนหมดอายุความแล้ว แต่ถ้าการรถไฟฯ ยังยืนยันจะบริหารจัดการเอง ก็ปล่อยไปดีกว่า เพราะเชื่อว่าการรถไฟฯ ไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการตลาดสุดท้ายก็ต้องให้เอกชนเข้ามาบริหารแทน ถึงตอนนั้น กทม.ค่อยเสนอแผนเข้าไปบริหารจะดีกว่า ดังนั้นทางที่ดี การรถไฟฯ ควรไปทำภารกิจด้านรถไฟให้มีประสิทธิภาพจะดีกว่า    

                ด้านนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้เป็นห่วงเจ้าหน้าที่ตลาดนัดจตุจักร จะโอนไปอยู่ที่ไหน เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ข้าราชการ เป็นแค่ลูกจ้างบางส่วนอาจจะโอนไปตลาดนัดจตุจักรมีนบุรีก็ได้แต่ไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด จึงอยากให้กทม.เร่งเข้าไปดำเนิน ซึ่งตลาดของกทม.มีอยู่หลายแห่ง และควรปรับปรุงรูปแบบใหม่ในเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกทม.