
ล่าขบวนการใหญ่ล่าช้างกุยบุรีส่งออก
อธิบดีกรมอุทยานฯ จี้ล่าขบวนการฆ่าเผาช้างป่าแก่งกระจาน เชื่อฝีมือพรานเวียดนามล่าตามออเดอร์ส่งออก เน้นงา หน้าผาก อวัยวะเพศ โยงแก๊งเดียวกับกลุ่มลอบฆ่าเสือโคร่งทุ่งใหญ่นเรศวร สั่งเจ้าหน้าที่ปกป้องช้างป่า 450 ตัว หวั่นซ้ำรอย เหตุราคาจูงใจคู่ละ 1 ล้าน พลายร็อกก
หลังเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายจับช้างป่า 5 ตัวฆ่าเผานั่งยางเพื่อเอางาที่บริเวณอ่างเก็บน้ำกระหร่าง 3 พื้นที่หมู่ 3 บ้านป่าเด็ง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 มกราคม นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวหลังลงพื้นที่บริเวณป่าละอู อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องช้างป่าถูกฆ่าเอางาว่า ได้รับรายงานว่าช้างป่าที่ถูกฆ่ามีเพียง 1 ตัวเท่านั้น ไม่ได้ถูกฆ่าทั้งโขลงอย่างที่เป็นข่าว เป็นช้างตัวผู้ อายุ 10 ปี
ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องสะเทือนใจมาก เป็นครั้งแรกที่มีการล่าช้างเพื่อเอางาที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังจากเคยมีการล่าช้างเอางาในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมาแล้ว อย่างไรก็ตาม สันนิษฐานว่าพรานกลุ่มนี้น่าจะเป็นแก๊งเดียวกับพรานชาวเวียดนามที่เคยเข้ามาลักลอบฆ่าเสือโคร่งที่เขตป่ารอยต่อทุ่งใหญ่นเรศวร ในเขต อ.อุ้มผาง จ.ตาก เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2554 เพราะวิธีการล่าและฆ่ามีความคล้ายคลึงกัน คือเอาแค่อวัยวะสำคัญของช้าง เช่น งาช้าง หน้าผาก และอวัยวะเพศของช้าง
“ข้อสังเกตคือถ้าเป็นพรานล่าสัตว์ทั่วไปจะต้องชำแหละเอาเนื้อช้างไปทั้งหมด ไม่เลือกเอาเฉพาะอวัยวะสำคัญๆ แบบนี้ของช้าง แสดงว่าเป็นพรานที่มีใบสั่งจากต่างประเทศที่นิยมบริโภคของแปลก คล้ายกับฆ่าเสือชาวเวียดนามที่เอาแต่หนัง อวัยวะเพศ เขี้ยวเสือ เป็นต้น จึงสั่งการให้ปูพรมตรวจสอบคนต่างถิ่นที่เดินทางเข้าออกในหมู่บ้านรอบป่าแก่งกระจานอย่างละเอียด เพราะเชื่อว่าต้องมีคนในพื้นที่เป็นคนนำทางคอยแจ้งเบาะแสการเข้ามาลักลอบล่าช้างของพรานชาวต่างชาติกลุ่มนี้อย่างแน่นอน เพราะช้างโขลงนี้จะเดินทางไปมาบริเวณที่ถูกฆ่าตายอยู่เป็นประจำ แสดงว่ามีการมาเฝ้า และดักทำร้ายมัน ฆ่าอย่างเหี้ยมโหด” นายดำรงค์กล่าว
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานเข้มงวดในจุดทางเดินของโขลงช้างอย่างเข้มข้น ซึ่งช้างป่าที่แก่งกระจานน่าจะมีอยู่ประมาณ 200 ตัว และที่กุยบุรีอีก 250 ตัว พวกมันจะเดินทางหากินข้ามระหว่างป่าทั้งในฝั่งไทย ละฝั่งป่าพม่า ทำให้เสี่ยงต่อการถูกล่าได้ง่าย ซึ่งหลังจากนี้จะทำพิธีสงฆ์ก่อนฝังร่างช้างต่อไป
แหล่งข่าวจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระบุว่า แก๊งล่าสัตว์ป่าในเขตป่าแก่งกระจานและกุยบุรีเป็นขบวนการใหญ่ เพราะช่วงปีที่ผ่านมาก็เคยมีการล่าช้างแบบเดียวกันนี้ โดยจะฆ่าช้าง เมื่อมีออเดอร์สั่งผ่านมาทางนายหน้าคนไทย และอาศัยพรานป่าในพื้นที่เป็นคนเข้าไปล่าช้าง โดยความต้องการของกลุ่มคนรวยที่อาจเป็นทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ซึ่งงาช้างจะมีราคาตั้งแต่กิ่งละ 5 แสนบาท หรือคู่ละ 1 ล้านบาท ทำให้พรานที่ล่าช้างในพื้นที่จึงเสี่ยงที่จะเข้าไปล่าช้างในป่าอนุรักษ์ พร้อมกันนี้ยังเตรียมขยายผลเพิ่มเติ่มกับกลุ่มทำธุรกิจลักลอบค้างาช้างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป
“อยากให้มีการเก็บข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ในพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาร่องรอยหลักฐานต่างๆ เพื่อใช้ในการดำเนินคดีต่อไป โดยเฉพาะตัวช้างที่ถูกฆ่าตายว่าถูกยิงหรือใช้รูปแบบให้กินยา และเผา เพื่อตัดงา อวัยวะเพศ และหน้าผาก เพื่อดูว่ามันเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการใดบ้าง” แหล่งข่าวระบุ
พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สั่งการให้ตำรวจ สภ.แก่งกระจาน ประสานกับ สภ.สามร้อยยอด ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ทั้งนี้เดือนตุลาคม 2554 เคยเหตุการณ์ยิงช้างและพยายามตัดเอาแต่ไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่อุทยานไปเห็นก่อน ทราบว่ามีการออกหมายจับและยังหลบหนีอยู่ จึงนำมาเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า คาดว่ากลุ่มที่ก่อเหตุซุ่มบนต้นไม้ติดกับลำห้วยแห้ง คาดว่าใช้ปืนยิงลงมาขณะที่ช้างป่าเดินเข้ามาในลำห้วย พื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินของช้างป่า โดยจุดที่พบซากช้างป่าอยู่ห่างจากถนนสายป่าเด็ง-พุไทร ประมาณ 300-500 เมตร ถือว่าขนย้ายงาช้างและอวัยวะเพศสะดวกมาก
พลายร็อกกี้เมืองสุรินทร์เหยื่อรถชนขาหักล้มแล้ว
เมื่อเวลา 05.30. น. ที่สถาบันวิจัย และบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ พลายร็อกกี้ อายุ 2 ปี ซึ่งเข้ารักษาตัว หลังประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขาหน้าหักทั้ง 2 ข้าง และเข้ารักษาตัวนานถึง 29 วัน ได้ล้มแล้ว ซึ่งทันทีที่ล้ม ควาญช้างได้นำขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ พาร่างของพลายร็อกกี้กลับไปที่บ้านโนนปัง ต.นาหนองไผ่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ทันที่เพื่อนำไปพบช้างแม่ ก่อนที่จะนำไปทำพิธีฝัง
พลายร็อกกี้ เข้ารักษาตัวที่สถาบันวิจัย และบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.54 ที่ผ่านมา หลังประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขาหน้าหักทั้ง 2 ข้าง สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักสลบไป 1 วัน ทันที่ที่เข้ารับการรักษาทีมสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ร่วมกับสัตวแพทย์ประจำสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ ได้ทำการรักษา และติดตามผลการรักษา อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
สัตวแพทย์หญิงภัทร เจริญพันธ์ ผอ.สถาบันวิจัย และบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า สิ่งที่ทำให้พลายร็อกกี้ล้ม เนื่องจากสภาวะการเจ็บป่วยที่เรื้อรัง ขาดอาหาร กินอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากนอนนานและไม่สามารถกินอาหารได้ กินได้เพียงอาหารปั่นแต่ก็ไม่เพียงพอ ทำให้สภาวะการไหลเวียนของโลหิตล้มเหลวและล้มลง ซึ่งทางสัตวแพทย์ได้รักษาอย่างเต็มความสามารถแล้ว...



