ข่าว

ตร.50นายเข้าค้นบ้าน'ส.ส.ครรชิต'

ตร.50นายเข้าค้นบ้าน'ส.ส.ครรชิต'

04 ม.ค. 2555

ตร.มหาชัยนำกำลังสืบสวนกว่า 50 นาย เข้าบ้าน ส.ส.ครรชิต หลังศาลจังหวัดอนุมัติหมายเข้าค้นแบบฉับพลัน คว้าน้ำเหลวไม่พบหลักฐานสังหารอดีตนายก อบจ. ผกก.แจงวางแผนค้นกะทันหันไม่ให้ผู้ต้องหาตั้งตัว พร้อมเร่งสอบปืน.40เพิ่ม-ควานเบาะแสสอบสาวกุ๊ก

               เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 4 ม.ค. พ.ต.อ.จำแลง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เสนอขออนุมัติหมายค้นบ้านและสำนักงาน ส.ส.ของนายครรชิต ทับสุวรรณ  ส.ส.เขต 1 สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์  ผู้ต้องหาในคดีสังหารนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร  ไปยังศาลจังหวัดสมุทรสาคร 

               ขณะเดียวกันได้จัดกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 สืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร สืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปราม จำนวน 50 นาย แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ไปดักรอบริเวณบ้านพักและสำนักงานที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ของนายครรชิต ทับสุวรรณ เพื่อรอศาลอนุมัติจะได้เข้าทำการตรวจค้นทันทีเพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาได้มีเวลาตั้งตัว
   
               ต่อมาเวลา 16.00 น.ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ได้เซ็นอนุมัติออกคำสั่งเลขที่ ค.1/2555 ลงวันที่ 4 ม.ค.2555 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นสำนักงานที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 927/98 ถนนเศรษฐกิจ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และ อนุมัติหมายค้นเลขที่ ค.2/2555 ให้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 560/152 ถนนสุขาภิบาล ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยให้เข้าตรวจค้นตั้งในช่วงเวลาตั้งแต่ 14.00 น. ถึง 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตรึงกำลังไว้อยู่ที่บริเวณสถานที่ทั้งสองแห่งอยู่แล้ว จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นทันที
   
               ตำรวจได้เข้าค้นภายในบ้านพักของนายครรชิตทุกซอกทุกมุม ซึ่งใช้เวลาตรวจค้นนานประมาณ 30 นาที ก็ต้องกลับออกมาโดยไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือหลักฐานใดๆที่เกี่ยวข้องกับคดีการสังหารนายอุดร  ส่วนทางด้านสำนักงานที่ทำการพรรคฯเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นทั่วบริเวณภายในสำนักงาน แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือหลักฐานใดๆเกี่ยวกับคดีเช่นเดียวกัน

               พ.ต.อ.จำแลง กล่าวว่า การขอหมายค้นครั้งนี้เป็นการขอหมายฯแบบเร่งด่วน ส่วนที่บอกว่าจะขอหมายค้นวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2555 นั้นเป็นการปล่อยข่าวลวงเพื่อให้ผู้ต้องหาตายใจ แต่มาวันที่ 4 ม.ค.นี้ผู้ต้องหาจะทราบจากข่าวว่าทางตำรวจจะมีการส่งหมายเรียกไปเป็นครั้งที่ 3 ทางเราจึงดัดหลังผู้ต้องหา โดยการเสนอขออนุมัติหมายค้นจากศาลฯเพื่อเข้าตรวจค้นแบบฉับพลัน เพื่อผู้ต้องหาเกิดความชะล่าใจ อาจจะยังไม่ได้เก็บหลักฐานบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคดีออกไป เพราะไม่คิดว่าตำรวจจะเข้าตรวจค้น แม้ว่าการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ทางตำรวจจะไม่ได้หลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยทางตำรวจก็ได้กระทำการครบตามขบวนการสอบสวนแล้ว

               ด้าน พ.ต.อ.ชัยชาญ ปุราธนานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า ขณะนี้คดีสังหารนายอุดรได้ดำเนินมาจนเหลือแต่เรื่องสำนวนการสอบสวนแล้ว ส่วนในหน้าที่ของชุดสืบสวนก็ยังเหลือแค่การติดตามอาวุธปืนที่ใช้ในการสังหารผู้ตาย สิ่งนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญอันดับแรก และการติดตามรถยนต์ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุและเป็นยานพาหนะในการหลบหนี ก็ถือว่าเป็นหักฐานสำคัญอันดับที่สอง ไม่ว่าผู้ต้องหาจะส่งมอบวัตถุพยานทั้งสองอย่างให้กับทางตำรวจหรือไม่ก็ตาม หน้าที่ของชุดสืบสวนก็ยังคงต้องแกะรอยสืบหาวัตถุพยานทั้งสองอย่างนั้นมาให้ได้เช่นกัน


               พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ แก้วพลน้อย สว.สส. หัวหน้าชุดในการเข้าตรวจค้นสำนักงานฯของนายครรชิต บอกว่า การเข้าค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดที่ตนรับผิดชอบได้เข้าค้นทั่วบริเวณสำนักงานซึ่งมีพื้นที่ไม่กว้างนัก พบเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานอยู่ 2 คน ซึ่งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่นำเข้าตรวจค้น โดยใช้เวลานานประมาณ 20 นาที ก็ไม่พบอะไร นอกจากเอกสารต่างๆซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดี จึงได้ถอนกำลังกลับออกมา
   
               พ.ต.ต.พงษ์ศิริ เก่งนอก สว.สส.หัวหน้าชุดในการเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายครรชิต บอกว่า หลังจากที่ตนได้แสดงหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้นนั้น ภายในบ้านมีคนอยู่ด้วยกันจำนวน 4 คน โดยนายอเนก ทับสุวรรณ บิดา ของนายครรชิตเป็นผู้เซ็นรับหมายและเป็นผู้นำพาเข้าตรวจค้น ซึ่งบ้านพักของนายครรชิตมีพื้นที่กว้างขวาง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 45 นาที จึงสามารถตรวจค้นได้ทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่พบอะไร

               ทางด้าน พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีการเรียกประชุมนายตำรวจชุดสืบสวนพนักงานสอบสวน รวมไปถึงคณะทำงานรับผิดชอบในคดีสังหารนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร โดยมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนเร่งทำสำนวนให้รัดกุมและรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนา ก่อนที่จะส่งฟ้องศาล


เร่งสอบปืน.40เพิ่ม-ควานเบาะแสสอบสาวกุ๊ก

               ก่อนหน้านี้ที่กองบังคับการตำรวจภูธรสมุทรสาคร พ.ต.อ.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ รอง ผบก.ภ.สมุทรสาคร ในฐานะคณะทำงานร่วมดำเนินการในคดีการสังหารนายอุดรพร้อมด้วย พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.สภ.เมือง  , พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. และทีมชุดสืบสวนกองบังคับการกองปราบ (กก.ป.) ได้เรียกประชุมกำหนดแบ่งภารกิจเพื่อเร่งรวบรวมหลักฐาน  ขณะเดียวกันมีการแบ่งงานเพิ่มเติม  โดยให้ พ.ต.ท.พินัย ชูแก้ว รอง ผกก.สส.สภ.เมืองส รับภารกิจตามสืบสวนสอบสวน พยานรายที่เป็นหญิง (น.ส.กุ๊ก) ชนวนเหตุสำคัญ 

               ส่วน พ.ต.ท.สรรเพชร กิตติธรรมโกศล สว.เวร สภ.เมืองฯ ช่วยทำหน้าที่สอบสวนเรื่องอาวุธ และประสานกองพิสูจน์หลังฐานส่งปืนตรวจเพิ่ม  ส่วน พ.ต.ท.โยธิน เธียรสุขสันต์ สว.เวร สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าของคดี ติดตามผู้ส่งอาวุธ และล่าสุด ได้นัดผู้ครอบครองอาวุธปืนขนาด .40 หลังทำการส่งหนังสือเรียกเข้ามาตรวจ ทราบเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และพนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง ในย่าน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน ให้ความร่วมมือนำปืนตนเองมาส่งแก่เจ้าหน้าที่
   
               พ.ต.อ.จำแรง กล่าวว่า   จ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐาน   จึงส่งหนังสือของความอนุเคราะห์ไปยังผู้ครอบครองอาวุธปืน ชนิดเดียวกันเพื่อนำเอาอาวุธมาประกอบสำนวนสอบสวน

               รายงานข่าวแจ้งว่า   น.ส.กุ๊ก ที่เป็นข่าวพัวพันระหว่างคู่กรณี  เจ้าหน้าที่พอทราบเบาะแสเชิงลึกแล้ว  แต่ขอสงวนสิทธิ์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเสื่อมเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น. พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมือง  ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พงศธร ปิตุทิพย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร เป็นผู้ถือหนังสือหมายเรียกพยานวัตถุ (ครั้งที่ 3) ออกเมื่อวันที่ 4  ม.ค.   ไปยังบ้านเลขที่ 560/182 ถ.สุขาภิบาล ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อแจ้งให้นายครรชิตนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำตาล ทะเบียน กฉ 4124 นครศรีธรรมราช และอาวุธปืนยี่ห้อ คล็อค ขนาด.40 หมายเลขทะเบียน กท 54222747 ที่มีอยู่ในความครอบครองมาให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ตรวจสอบในวันที่ 6 ม.ค.  เวลา 13.00 น.    

               โดยที่บ้านของนายครรชิตซึ่งเป็นบ้าน 2  ชั้น  ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังตลาดสดมหาชัยนั้น ปรากฎว่าไม่มีใครอยู่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่ จึงได้เดินทางมาที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์สาขาจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 927/98ก ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ปรากฎว่าเมื่อไปถึงหน้าที่ทำการพรรคฯนั้น ประตูด้านหน้าพรรคได้ล็อคไว้ทั้งๆที่มีคนอยู่ภายใน 5 - 6 คน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเคาะเรียก คนภายในจึงยอมเปิดประตูออกมา  และประสานขอให้เซ็นรับหมายเรียกฉบับที่ 3 นี้ ไว้ ปรากฎว่าไม่มีใครยอมเซ็นต์รับ   ตำรวจจึงทำได้เพียงแค่ฝากหมายไว้เท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ในวันที่ 6 ม.ค.  หากนายครรชิต  ยังไม่ยอมนำพยานวัตถุมาให้ ตำรวจตรวจสอบ ก็จะขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรสาครต่อไป