ข่าว

ร.ร.หาดใหญ่ยังเปิดเรียนไม่ได้หลังน้ำลด

ร.ร.หาดใหญ่ยังเปิดเรียนไม่ได้หลังน้ำลด

04 ม.ค. 2555

โรงเรียนในพื้นที่หาดใหญ่ยังไม่สามารถเปิดเรียนได้หลังถูกน้ำท่วมเสียหาย ชุมพรน้ำท่วม 5 อำเภอ. 277 หมู่บ้าน เสียหายกว่า 50 ล้านบาท ร้องพศ.ตุ๋นเงินฟื้นพุทธมณฑลน้ำท่วม ก.เกษตรฯตั้งกก2คณะเยียวยาเกษตรกร

              4ม.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่  โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ม.ค. แต่ยังมีโรงเรียนบางแห่งที่ยังไม่สามารถเปิดเรียนได้เนื่องจากถูกน้ำท่วมเสียหาย เช่นโรงเรียนสหศาสตร์วิทยา ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูอาคารสำนักงานและอาคารเรียนที่ถูกน้ำท่วมโดยเฉพาะชั้น1 ทั้งโต๊ะเก้าอี้และเอกสารต่างๆ โดยจะเปิดเรียนในวันที่ 5 ม.ค.    

              ส่วนโรงเรียวิทยาลัยเทคโนโลยีหาดใหญ่อำนวยวิทย์ สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติแล้วและมีนักเรียนมาเรียนครบตามจำนวน ขณะที่โรงเรียนเทศบาล5 วัดหาดใหญ่ใน การฟื้นฟูโรงเรียนก็แล้วเสร็จเช่นกันแต่ความเสียหายไม่มากเพราะได้มีการเตรียมพร้อมเก็บอุปกรณ์การเรียนขึ้นไปไว้ที่สูง โดยขณะนี้ได้ใช้เป็นที่พักสำหรับนักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขัน กีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยที่เทศบาลนครหาดใหญ่เป็นเจ้าภาพโดยจะเลื่อนไปเปิดเรียนในวันที่ 23 มกราคมนี้


ชุมพรน้ำท่วม 5 อำเภอ.277หมู่บ้านเสียหายกว่า50ล้าน

              นายพินิจ เจริญพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จากการที่จังหวัดชุมพรได้เกิดอุทกภัย  จนถึงขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 อำเภอคือ  อ.ละแม , อ.หลังสวน , อ.พะโต๊ะ , อ.ทุ่งตะโก และ อ.สวี รวม 27 ตำบล 277 หมู่บ้านราษฎร ได้รับความเดือดร้อน 20,062 ครัวเรือน 67,016 คน ซึ่งได้อพยพราษฎร์ไปที่ปลอดภัยจำนวน 8 ครัวเรือนรวม 30 คน    

              นอกจากนี้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง รวม 2 หลัง เสียหายเป็นบางส่วน 11 หลัง ถนนได้รับความเสียหาย 395 สายคอสะพาน 8 แห่ง สะพาน 10 แห่ง ท่อระบายน้ำ 68 แห่ง ฝาย 1 แห่ง มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท  นอกจากนั้นยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือ นายสุชาติ กสวัสดิ์ธนพงษ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/18 หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งตะไคร อำเภอทุ่งตะโก สาเหตุจากถูกงูกัด  ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่บ้างเฉพาะในที่ลุ่มเท่านั้น ส่วนถนนที่ถูกน้ำพัดจนคอสะพานขาด ทางจังหวัดได้ประสานไปยังจ.ราชบุรี ให้นำสะพานเหล็กมาวางเพื่อให้ถนนสามารถใช้สัญจรได้ก่อน โดยเฉพาะสายหลังสวน -ราชกรูด  ที่เชื่อมกับจ.ระนอง


 ร้องพศ.ตุ๋นเงินฟื้นพุทธมณฑลน้ำท่วม

              นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า ตนได้รับหนังสือสอบถามจากพระราชวรากร เจ้าคณะจังหวัดตรัง ว่า พศ.มีการขอรับบริจาคเงินหรือไม่ เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลโทรศัพท์ไปขอรับบริจาคเงินเพื่อฟื้นฟูพุทธมณฑล กรณีถูกน้ำท่วม โดยของรับบริจาคทุนละ 5,000 จำนวน 2 ทุน และให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ในนามของบุคคลคนหนึ่ง พร้อมทั้งอ้างว่า พุทธมณฑลจะจัดงานระดมทุนในวันที่ 5 มกราคม 2555 นี้ ซึ่งหนังสือดังกล่าวยังระบุด้วยว่า บุคคลที่โทรมาเบอร์ใด อ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม
   
              นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า จึงขอแจ้งไปยังพระสังฆาธิการ เจ้าคณะปกครองทุกระดับชั้นว่า พศ.ไม่มีการขอรับบริจาคเงินดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นการแอบอ้างโดยกลุ่มมิจฉาชีพอย่าไปหลงเชื่อ หากจังหวัดใดสงสัยในเรื่องนี้ ก็ประสานมายังพศ.ได้ทันที อย่างไรก็ตาม ตนได้ลองโทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่ทางเจ้าคณะจังหวัดตรังแจ้งมา โดยไม่แสดงตนว่า เป็นใคร ทางกลุ่มมิจฉาฉีพก็ยังคงอ้างเหมือนเดิมว่า เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ตนจึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว เพื่อจะแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มคนดังกล่าวต่อไป


              “การแอบอ้างดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อพระพุทธศาสนา รวมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งผมขอเน้นย้ำว่า เราไม่มีการขอรับบริจาคแต่ประการใด อย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้าง และให้สอบถามโดยตรงมาที่ผมหรือสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ขณะนี้ได้ย้ายมาทำการชั่วคราวที่อาคารธนาลงกรณ์ ตึกกระทรวงวัฒนธรรม นอกจากนี้ ผมยังเก็บรายละเอียด ทั้งเบอร์โทรศัพท์ เลขที่บัญชีธนาคาร สาขา ชื่อบัญชีไว้แล้ว ในการแจ้วความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้กลุ่มคนดังกล่าวมาใช้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนามาหากินในทางที่ไม่ถูกต้อง”ผอ.พศ.กล่าว


ทนายร้องสื่อบ.ประกันภัยเบี้ยวจ่ายทุนประกันเก๋ง

              นายผดุงสิทธิ์ เกิดสมศรี อายุ 50 ปี อาชีพทนายความเจ้าของสำนักงานบ้าน กฏหมายทนายความ เลขที่ 180/1 หมู่ 3 ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ร้องเรียนกับสื่อมวลชนกรณี ถูกบริษัทประกันภัย  ปฎิเสธจ่ายค่าประกันภัยรถยนต์ซึ่งถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย โดยเปิดเผยว่า  ได้นำรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเทียน่า หมายเลขทะเบียน กข 2228  ทำประกันชั้นหนึ่งไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง     เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 54 พร้อมจ่ายเบี้ยประกันเป็นเงิน 21,106.82 บาทในวันที่ 20 ต.ค.   ต่อมาวันที่ 21 ต.ค. รถคันดังกล่าวซึ่งจอดอยู่ในบ้านเลขที่ 100 /699 หมู่บ้านชลดา อ.บางบัวทอง  จ.นนทบุรี ถูกน้ำท่วมถึงขอบยางรถยนต์ แต่ตนเองไม่สามารถนำรถออกไปจากหมู่บ้านได้ เนื่องจากด้านนอก หมู่บ้านมีน้ำท่วมระดับ
   
              ด้านนายธวัช พลชัย เจ้าหน้าที่สำนักการตลาดเชียงใหม่ บริษัทสหมงคลประกันภัย ชี้แจงว่า กรณีที่ เกิดขึ้นทางบริษัทไม่ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน แต่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบเนื่องจากมีเอกสารยืนยันจากจังหวัดนนทบุรีว่ามีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติก่อนที่จะมีการทำประกัน ทั้งนี้ทางบริษัทยืนยันให้ความสำคัญในการเป็นส่วนหนึ่งในการเยียวยาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและไม่มีนโยบายในการหาเหตุผลที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบซึ่งหลังจากนี้หากหลักฐานต่าง ๆ ชี้ว่าบริษัทจะต้องจ่ายทางบริษัทก็ยินดีจ่ายให้ตามกรมธรรม์
   

กระทรวงเกษตรฯตั้งกก. 2 คณะเยียวยาเกษตรกรถูกน้ำท่วม

              นายธีระ  วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเปิดเผยว่า จากวิกฤตอุทกภัย ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดความเสียหายด้านการเกษตรในหลายจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านการเกษตรจากสถานการณ์อุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว มีทิศทางการดำเนินงานและแผนงานโครงการที่ชัดเจนกระทรวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ จำนวน 2 คณะ ประกอบด้วย 1)คณะกรรมการจัดทำแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านการเกษตร(กผฟ.)มีหน้าที่กำหนดมาตรการ แนวทาง แผนงานโครงการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านการเกษตรพิจารณากลั่นกรองโครงการฯต่างๆตามข้อเสนอของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตลอดจนขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการรวมทั้งอำนวยการและประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์กรภาคเอกชนในการสนับสนุนบุคลากร งบประมาณและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้การช่วยเหลือฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯตามแนวทางและมาตรการเกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานและมีองค์ประกอบของกรรมการมาจากหน่วยงานต่างๆในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
   
              2) คณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านการเกษตร(กตฟ.) มีหน้าที่ติดตามเร่งรัดการดำเนินงานของแผนงานโครงการตามแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯและพิจารณาแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของโครงการฯเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการโดยมีที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานผู้ตรวจราชการทั้ง 18 เขตของกระทรวงร่วมเป็นคณะกรรมการ
   
              นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯเพื่อทำหน้าที่ติดตามข้อมูลสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานทั้งหน่วยงานส่วนกลางและระดับพื้นที่เพื่อรายงานผลการติดตามตรวจสอบและการแก้ไขปัญหาต่างๆต่อคณะกรรมการฯให้ได้รับทราบเพื่อหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นระบบและทั่วถึงโดยคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการทุกชุดที่กระทรวงเกษตรฯแต่งตั้งขึ้นนี้ขณะนี้ได้เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนงานต่างๆและงบประมาณที่ได้รับแล้วซึ่งจากนี้ไปจะมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามงานอย่างใกล้ชิดซึ่งเชื่อมั่นว่าจะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนภายในต้นปี 2555 นี้
   
              ส่วนความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านการเกษตรปี 2554 เป็นกรณีพิเศษ วงเงิน 8,174 ล้านบาทตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ส.ค.54 สำนักงบประมาณอนุมัติให้ ธ.ก.ส.จำนวน 8,081 ล้านบาท เกษตรกร จำนวน 335,637 ราย ขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้โอนเงินให้เกษตรกรแล้วจำนวน 33,5637 ราย เป็นวงเงิน 7,802 ล้านบาท ใน76 จังหวัด ด้านงบเยียวยาเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีปีการผลิต 2554/55 ที่เก็บเกี่ยวและขายผลผลิตช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. 2554(ก่อนโครงการรับจำนำข้าวฯ เริ่ม 7 ต.ค. 2554)รวมทั้งกรณีที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากประสบอุทกภัยในอัตราตันละ 1,437บาท วงเงิน 6,544 ล้านบาทขณะนี้ ธ.ก.ส. ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้ว 290,834 ราย วงเงิน 5,860ล้านบาท ใน 62 จังหวัด
   
              สำหรับการช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์แก่เกษตรกรในปีเพาะปลูก 2554/55ที่ประสบอุทกภัยและพื้นที่เพาะปลูกเสียหายมากกว่า 50%ของพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนไว้ โดยจะช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ตามที่เสียหายจริงแต่ไม่เกิน 10 ไร่ ในอัตราไร่ละ 10 กก. เนื่องจากพื้นที่เสียหายเพิ่มจาก6.9 ล้านไร่ เป็น 9.9 ล้านไร่ ค่าพันธุ์ข้าวจาก กก. ละ 18 บาท เพิ่มเป็น23.96 บาท จึงต้องขอกรอบวงเงินเพิ่มเติม 1,005 ล้านบาทขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) นอกจากนี้กระทรวงได้ของบประมาณในการซ่อมแซมระบบชลประทานให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพวงเงิน 1,160 ล้านบาท อาทิ แผนงานซ่อมแซมคลองส่งน้ำ จำนวน 447 ล้านบาทแผนงานซ่อมแซมอาคารหัวงาน จำนวน 412 ล้านบาท เป็นต้น

 


"รอยล”ค้านตั้งกระทรวงน้ำชี้แก้ปัญหาไม่ได้


    นายรอยล จิตรดอน กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่น ถึงกรณีการเตรียมจัดตั้งกระทรวงน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยว่า การประชุมกยน. ที่ตนได้เข้าร่วมประชุมก่อนหน้านี้ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่ตนเห็นว่าหากตั้งกระทรวงน้ำขึ้นมาจริงจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำได้เบ็ดเสร็จ เพราะ 1.พื้นที่ของน้ำร้อยละ 70 อยู่นอกเขตชลประทาน 2.น้ำเกี่ยวกับเขื่อนและการผลิตไฟฟ้าจะโอนมาไม่ได้ 3.การประปาอยู่ในกำกับการดูแลของกระทรวงมหาดไทย 4.ระบบผังเมืองยังมีผลต่อเรื่องน้ำมาก ซึ่งการมีการตั้งกระทรวงน้ำขึ้นมาแล้ว มีโครงสร้างเพียงร้อยละ 20 ที่จะดูแลน้ำได้เท่านั้น เนื่องจากพื้นที่การเกษตรกว่า 154 ล้านไร่ แต่อยู่ในเขลประทานเพียง 27 ล้านไร่ ซึ่งตนก็ตอบไม่ได้ว่าจะแก้ปัญหาน้ำได้จริงตามที่รัฐบาลคาดหวังได้หรือไม่