ข่าว

ผบ.ทบ.เร่งช่วยนักท่องเที่ยวติดน้ำท่วมใต้

ผบ.ทบ.เร่งช่วยนักท่องเที่ยวติดน้ำท่วมใต้

04 ม.ค. 2555

"ผบ.ทบ." สั่งตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งกำลัง 10,000 นาย ลงพื้นที่ เน้นจุดมีปัญหาหนัก ห่วงน้ำหลากจาก"เขาหลวง" เร่งประสาน กองเรือ3-ตำรวจน้ำ-จังหวัด รับส่งประชาชน-นักท่องเที่ยวติดค้าง 7อำเภอพัทลุงน้ำยังท่วมสูงระดับน้ำเฉลี่ยอยู

                ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2)  วันที่ 4 ม.ค.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานวันทหารม้า ที่ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กองทัพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ ว่า ได้แบ่งมอบความรับผิดชอบเป็นพื้นที่อยู่แล้ว เช่นเดียวกับในช่วงเวลาที่ผ่านมาในพื้นที่ของ กองทัพภาคที่ 1 , 2 และ 3 โดยขั้นที่ 1 เราจะใช้กำลังในกองทัพก่อน และขณะนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 4 ตนได้สั่งการมาก่อนหน้านี้แล้วว่าให้กองทัพภาคที่ 4 จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 และแบ่งมอบหน่วยรับผิดชอบลงไปในพื้นที่เน้นตามน้ำหนักความหนักเบาของปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของกองทัพบกได้สั่งการให้กรมการทหารช่าง และหน่วยงานทหารช่างของกองทัพภาคที่ 1 , 2 , 3 เตรียมสนับสนุน หากเครื่องมือของกองทัพภาคที่ 4 ไม่เพียงพอ และจากการตรวจสอบก็ได้รับการยืนยันจากกองทัพภาคที่ 4 ว่ายังสามารถรับมือได้ ตนจึงได้เน้นย้ำไปว่าให้ไปในจุดที่มีปัญหามากที่สุดและ เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสัญจรไปมาของประชาชนลดอันตรายที่เกิดจากน้ำหลากจากภูเขา ซึ่งที่หนักสุดก็คือเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎ์ธานี ก็ขอให้ช่วยภาวนาอย่าให้ฝนตกไปมากกว่านี้ ที่จริงน่าจะหยุดแล้วแต่ก็ตกซ้ำขึ้นมาอีก ทำให้ปริมาณน้ำบนเขาหลวงมีมาก ซึ่งดูจากเหตุการณ์ก็น่าเป็นห่วง เพราะน้ำมีมาก

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของภาคใต้คือฝนตกไม่หยุดและทำให้การซึมซับน้ำบนภูเขาต่างๆรับได้น้อยแผ่นดินอ่อน และจะถล่มทับบ้านเรือนประชาชนก็สั่งก็ให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวังอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ตนก็ได้ย้ำว่าทางกองทัพภาคต่างๆพร้อมตลอดเวลาที่จะลงไปช่วยกองทัพภาคที่ 4 แต่ขณะนี้ยังไหวอยู่ ทั้งนี้ต้องรอดูสถานการณ์อีกวัน ถ้าฝนหยุดตกระดับน้ำจะลดลงและจะไหลลงสู่ทะเลเร็วขึ้น สำหรับในส่วนของประชาชนที่ถูกตัดขาด หรือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างนั้น คงต้องใช้หลายหน่วยงานในการช่วยเหลือ แต่เบื้องต้นได้ประสานงานไปยังกองเรือภาคที่3 ตำรวจน้ำ และในส่วนของจังหวัดที่มีหน่วยงาน มีเรือ พอสมควร ก็ทยอยดำเนินการอยู่ แต่เมื่อเข้าฝั่งได้ก็จะมีปัญหาในเรื่องการเคลื่อนย้ายคงต้องให้ใช้รถไปขึ้นเครื่องบินที่จังหวัดอื่น ขณะนี้กำลังให้สำรวจประชาชน นักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่ เพราะช่วงที่ผ่านมาวุ่นวายพอสมควร เพราะเป็นวันหยุดราชการเจ้าหน้าที่ก็ไม่ครบ มีเฉพาะทหารที่จะอยู่ตลอดเวลาก็ได้สั่งการไปชัดเจน คิดว่าภายในวันนี้จะสามารถดูแลได้เต็มที่เบื้องต้นทราบว่ามีประชาชนเดือดร้อนประมาณแสนกว่าคน และทุกจังหวัดก็ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติไปแล้ว คิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น

                พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกำลังทหารที่จะลงไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสพภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้นั้น มีประมาณหมื่นคนเศษที่มีอยู่แล้วในกองทัพภาคที่ 4 โดยเตรียมกำลังของ กองทัพภาคที่ 1 , 2 , 3 ไว้เหมือนในกทม. ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อสถานการณ์ลุกลามขึ้นก็ใช้คนประมาณ 5 - 6 หมื่นคน แต่ครั้งนี้คาดว่าคงไม่ถึง ระยะเวลาจะสั้นพอฝนหยุดน้ำก็จะค่อยลงทะเล และปัญหาที่ตามมาก็คือ การซ่อมถนน เช่นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งครั้งนี้ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาและพังบ้านค่อนข้างน้อยประชาชนทราบจึงอพยพออกจากพื้นที่ โดยดูจากบทเรียนครั้งที่แล้ว คิดว่าไม่น่าจะใช้คนมาก แต่ต้องดูว่าต้องเพิ่มเติมเครื่องมือหรือไม่ เพราะถ้าถนนขาดมาก เครื่องมือทหารช่างไม่พอ ก็ต้องเอาจากข้างบนลงไปที่ผ่านมาทาง พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่4 ก็โทรศัพท์มารายงานสถานการณ์ตลอดเวลา บางครั้งตนก็ห่วงใยโทรไปถาม ซึ่งก็ยืนยันว่ายังรับสถานการณ์ได้อยู่ ดูภาพอาจจะน่ากลัวหน่อย

                พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า คิดว่ากำลังที่มีอยู่ขณะนี้เพียงพอ เพราะไม่ใช่มีแค่ทหารอย่างเดียว ที่เหมือนกับในส่วนของกทม.ที่มีทั้งทหาร พลเรือน ตำรวจ จังหวัด อำเภอ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆต้องช่วยกันในลักษณะการบูรณาการ แต่ทหารเป็นกำลังที่พร้อมก็ต้องไปก่อนและประสานงานการติดต่อสื่อสารให้ว่า ขาดเหลืออะไร ต้องการอะไรก็จะแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทหารทำหน้าที่สนับสนุนและวางแผนเอาไว้เช่นนี้ และที่ผ่านมาก็ยังไม่มีปัญหา เพียงแต่จะพอหรือไม่พอเท่านั้นซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระราชทานถุงของขวัญถุงพระราชทานไปช่วยส่วนหนึ่งแล้วและอีกส่วนหนึ่งก็จะจัดหาเพิ่มเติมให้คิดว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ระดับหนึ่ง

                เมื่อถามว่า ปัญหาเรื่องอุกทกภัยมีมาตลอดการแก้ปัญหาระยะยาวยังสามารถดำเนินการได้อยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากแผนงานของรัฐบาลที่จะมีการพัฒนา 25 ลุ่มน้ำทุกภาค รวมถึงการกันพื้นที่ไว้รับน้ำ เป็นแก้มลิงตามแนวพระราชดำริการระบายน้ำออก ขุดลอกคูคลอง ขณะนี้กองทัพบกได้รับแผนงานมาส่วนหนึ่งที่จะต้องเข้าไปช่วยรัฐบาลในนามขอบ กระทรวงกลาโหม กองทัพไทย รวมถึงเหล่าทัพต่างๆในการขุดลอกคูคลอง เพื่อให้ทันเหตุการณ์ครั้งต่อไปอีก 4 - 5 เดือนข้างหน้า 

                เมื่อถามต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้ให้งบประมาณในการซ่อมยุทโธปกรณ์ที่เสื่อมสภาพจากการช่วยเหลือผู้ประสพภัยครั้งแล้ว ครั้งนี้จะมีปัญหาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนในครั้งที่แล้วไปจัดหาและพึ่งได้รับมาอย่างเช่น รถสองตันครึ่งขนาดใหญ่ ที่รับมาใหม่และไม่ชำรุดมาก เพียงแต่ของบประมาณฟื้นฟูสภาพเบื้องต้นเท่านั้น ทั้งนี้รัฐบาลให้ตัวเลขมาแล้ว เราสามารถที่จะไปซ่อมในศูนย์ซ่อมได้ และนำมาใช้ใหม่ ไม่ต้องห่วงเรื่องยานพาหนะ เรามีพร้อม รวมทั้งเรือและเครื่องสูบน้ำ ที่ต้องจัดส่งลงไป เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ท่านสั่งการผ่าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยให้ทุกเหล่าดำเนินการลงไปดูแลประชาชนให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้สามารถดำเนินชีวิตได้ นำแนวทางในส่วนที่ดีในครั้งที่แล้วไปปฎิบัติ สิ่งไหนที่มีปัญหาก็แก้ไขปรับปรุง ทั้งนี้ รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำมาแล้ว และทางศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยและเหล่าทัพได้ดำเนินการไปแล้วในชั้นต้น


7อำเภอพัทลุงน้ำยัท่วมสูงระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่1.5 เมตร
   
                รายงานข่าวจาก จ.พัทลุง แจ้งว่า   สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ.  ของจ.พัทลุง  ยังมีน้ำท่วมสูงระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 1.50 เมตร  โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.พญาขัน ต.ชัยบุรี ต.ปรางหมู่ อ.เมือง   ผู้ประสบภัยมากกว่า  700 ครัวเรือน ยังต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน เช่นเดียวกับ  พื้นที่  บ้านปากคลองเก่า ต.มะกอกเหนือ และ ต.พนางตุง อ.ควนขนุน และที่บ้านโคกยา ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน ผู้ประสบภัยกว่า 800  ครัวเรือน ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขังและใช้เรือสัญจรเข้าออกกหมู่บ้านเช่นกัน
   
                นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า  น้ำท่วมในพัทลุง ครอบคลุม 11  อำเภอ    มีผู้เดือดร้อนรวมกว่า 70,350 คน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่ว มกว่า 100,000  ไร่ ส่วนความเสียหายด้านอื่น ๆ อยู่ในระหว่างการสำรวจ     ในส่วนการแก้ปัญหานั้นทางจังหวัดจะได้ประชุมกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำท่วมนำเสนอรัฐบาลในการแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป สำหรับน้ำที่ท่วมในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง และ  ย่านของโรงพยาบาลพัทลุง ขณะนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว


ยะลาคลี่คลายโรงเรียนเร่งทำความสะอาดก่อนเปิดทำการสอน

                ภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ยะลา ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2555 ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี ซึ่งไหลผ่าน จ.ยะลา เอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆของ จ.ยะลา โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เมือง ที่มีหลายพื้นที่ถูกน้ำไหลเข้าท่วม โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 4 หมู่ 5 ต.พร่อน อ.เมือง หมู่ 4 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา และในเขตเทศบาลนครยะลาบางส่วน รวมทั้งที่ ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ที่มีน้ำเอ่อล้นจากแม่น้ำสายบุรี ไหลเข้าท่วมพื้นที่
   
                รายงานข่าว แจ้งว่า  ล่าสุดในทุกพื้นที่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ยังคงมีเพียงพื้นที่ราบลุ่มบางแห่ง ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่บ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ 1 บ้านโต๊ะพราน หมู่ 2 บ.จะรังตาดง ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังบ้างเล็กน้อย ส่วนในบริเวณสถานีตำรวจภูธรท่าธง ที่ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ในช่วงที่ผ่านมานั้น ล่าสุดน้ำได้ลดระดับจนกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วเช่นกัน
   
                สำหรับโรงเรียนบ้านจะรังตาดง มิตรภาพที่ 175 หมู่ 2 ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ที่ถูกน้ำท่วมขังภายในโรงเรียนสูง  2 เมตร ล่าสุดในวันนี้(4) ระดับน้ำได้ลดระดับลงจนกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วเช่นกัน มีบรรดาคณะครู และเด็กนักเรียนของโรงเรียน ต่างเดินทางมาช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียน ซึ่งถูกน้ำท่วม โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ทางการศึกษาได้รับความเสียหาย
   
                นายมูฮำมัดมาร์ซูกี ยีเฮง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจะรังตาดง มิตรภาพที่ 175 เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านจะรังตาดง ถูกน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งระดับน้ำที่ท่วมสูงสุดภายในโรงเรียนสูงประมาณ 2 เมตร ก่อนที่จะลดระดับลงจนกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 ม.ค. “สิ่งที่อยากให้ทางจังหวัดยะลา และทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลาเขต 1 ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นก็คือเรื่องของอุปกรณ์การศึกษาของเด็กนักเรียน ที่มีจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้” ผอ.รร.บ้านจะรังตาดง กล่าว
   
                สำหรับโรงเรียนบ้านจะรังตาดง มิตรภาพที่ 175 อยู่ในสังกัดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลาเขต 1 เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.3 มีเด็กนักเรียน 327 คน แบ่งเป็นชาย 174 คน หญิง 153 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษารวม 32 คน


ปภ.ระนองเผยฝนถล่มถนนตัดขาด

                นายชาสันต์ คงเรือง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ผลกระทบที่เกิดจากฝนตกหนักในเขตพื้นที่ จ.ระนองช่วงวันที่ 1 ม.ค. 2555-3 ม.ค. 2555 ซึ่งส่งผลให้เกิดดินเลื่อนไหล น้ำป่าหลากเข้าท่วท และถนนได้รับความเสียหายโดยเฉพาะกรณีของเส้นทางสายระนอง-พะโต๊ะ-หลังสวน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งจาก จ.ระนองสู่พื้นที่ภาคใต้ และจากภาคใต้เข้ามายัง จ.ระนองนอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวยังเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าทางการเกษตรจาก จ.ระนองไปยังตลาดกลาง อ.หลังสวน และจากผลกระทบที่ฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินเลื่อนไหล ทำลายพืชผลที่กำลังออกดอก และท่วมขังพื้นที่เกษตรส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 10,000 ไร่ รวมค่าความเสียในเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท