ข่าว

'ประยุทธ์'ปลุกคนไทยปกป้องสถาบันฯ

'ประยุทธ์'ปลุกคนไทยปกป้องสถาบันฯ

04 ม.ค. 2555

“ประยุทธ์”ลั่นกองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจ ปลุกคนไทยปกป้องสถาบันฯ ชี้ทหารไม่ต้องการขัดแย้งกับใคร ระบุประเทศชาติต้องดำรงไว้ 3 อำนาจหลัก “บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ” ขอบคุณพร้อมมอบผลโหวต สุดยอด “ซีอีโอ” ที่ให้เป็นหนึ่งกับทุกภาคส่วนที่เสียสละมุ่งทำประโยชน์ให้กับ

                 ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.)  วันที่ 4 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ผลสำรวจเอแบคโพลล์ ที่ติด 1 ใน 5 สุดยอด ซีอีโอ ของภาคราชการและเจ้าหน้าที่รัฐแห่งปี 2554 ว่า ดีใจตรงที่ว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้เกียรติ และให้ความไว้วางใจกับทหาร ตนบอกแล้วว่าการที่ทำอะไรต่างๆ ก็ตามไม่ได้ทำด้วยตัวของตนเพียงคนเดียว ตนเป็นเพียงจัดระเบียบงานต่าง ๆ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้และทำให้เกิดประสิทธิผลโดยเร็ว สิ่งที่ทำไปแล้วนั้น ต่อจะให้เป็นซีอีโอ

               อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก และส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องทั้ง พลเรือน ตำรวจ รวมถึงภาคประชาชน และ ภาคประชาสังคม ซึ่งทั้ง 3 - 4 ส่วนไปช่วยทหารทำงาน อันนี้ถือเป็นตัวอย่างอันดีอันหนึ่งที่อยากจะเรียนว่าการทำงานอะไรก็ตามสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงคือการทำงานร่วมกันทุกคนจะต้องร่วมกันเสียสละ และมีจิตสาธารณะ จิตอาสาที่จะทำงานและมุ่งประโยชน์ว่าจะเกิดที่ไหนอย่างไร โดยไม่ได้คำนึงถึงจะได้ชื่อเสียงหรือไม่ได้ชื่อเสี่ยง แต่สิ่งที่ได้รับในครั้งนี้ถือว่าเป็นเกียรติกับกองทัพทุกคนไม่ใช่ตนเพียงคนเดียว

               นอกจากนี้อยากจะเฉลี่ยแบ่งไปให้คนอื่นด้วยคงไม่ใช่ทหารเพียงอย่างเดียว เพราะอาจจะมีบางส่วนไม่ได้กล่าวถึง หรืออาจจะมองไม่เห็นทั้ง ๆ ที่หนักหนาสาหัสเหมือนกับเรา แต่เผอิญว่ากองทัพมีกำลังพลเยอะ และมียุทโธปกรณ์มาก และมีสื่อประชาสัมพันธ์มาก จึงกลายเป็นว่าทหารทำดีที่สุด แต่ทุกอย่างอยากจะให้เฉลี่ยกันไป ทุกคนได้ที่หนึ่งเหมือนกันทั้งประเทศ แต่ถึงอย่างไรก็ขอบคุณ

   
               เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองในปี 2555 หรือไม่ เพราะมีหลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดความรุนแรง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่ เรากังวลแบบนี้มาหลายปีจนมันไม่มีความสุข ฉะนั้นทุกคนจะต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำให้ประเทศชาติปลอดภัยก้าวเดินไปข้างหน้าได้ และให้ประเทศชาติสามารถมีอำนาจ 3 อำนาจคือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และ อำนาจตุลาการ ได้ทำงานตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ และมีประชาชนเป็นคนตัดสินใจ แต่ทั้งหมดก็จะต้องอยู่กับขอบเขตในความถูกต้อง ความเหมาะสม

               ตนคิดว่าทหารไม่มีบทบาทอะไรไปขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เพราะว่าถ้าบ้านเมืองปกติสุขก็เป็นอำนาจของ 3 ฝ่าย ในการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ทหารก็จะทำตามหน้าที่ของทหาร วันนี้มีหลายประการน่าเป็นห่วงทั้งปัญหาชายแดน ปัญหาใต้ และปัญหาภัยพิบัติ ที่นับว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตนกังวลในเรื่องนี้ดีกว่าจะไปกังวลในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตนตรงนี้ มันไม่ใช่เวลา แต่เป็นอำนาของ 3 ฝ่าย ในการดำเนินการอยู่ ตนคิดว่าคนไทยทั้งประเทศเข้าใจ และทุกสื่อก็จะต้องช่วยกัน ทั้งนี้เราได้ตกลงกับสื่อว่าปีใหม่เราคาดหวังว่าอะไรมันน่าจะดีในปีใหม่ปีนี้โดยให้พรกับตัวเอง และประเทศชาติ และข้อสำคัญคือถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแข็งแรงโดยเร็ว และ สถาบันปลอดภัย ประเทศชาติมั่นคงแข็งแรง ตอนนี้ต้องค่อย ๆ ทำกันไปแก้กันไป

               “หลักการของบ้านเมืองมีอยู่แล้วไม่มีใครเปลี่ยนแปลงประเทศชาติได้ เพราะว่าประเทศชาติเจริญเติบโตมาถึงวันนี้สถาบันพระมหากษัตริย์มีมา 700 กว่าปีแล้ว เราเจริญมานานมากพอสมควร ผมคิดว่าจะต้องมีการพัฒนาการไปตามโลกที่เป็นอยู่ แต่บ้านเมืองของเราก็จะต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะบ้านเมืองเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีสถาบัน และคนไทยมีธรรมะ ส่วนใหญ่เป็นคนไทยพุทธ แม้ว่าจะมีศาสนาอื่นรวมอยู่ด้วย แต่ทุกคนก็อยู่อย่างมั่นคง

               และสิ่งที่น่าห่วงคือสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ เราพยายามทำอย่างเต็มที่แล้วในกรอบของรัฐบาล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และ กองกำลังผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) และกระทรวง ทบวง กรม ก็ช่วยกันทำงานตลอด แต่ปัญหามันมีอยู่มากก็จะต้องช่วยกันปรับแก้กันไป ประเด็นคือว่าใช้วิธีการทำให้คนบาดเจ็บเสียชีวิตแย่มาก และคนพวกนี้ผมคิดว่าอันตรายที่จะให้เขาใช้วิธีการแบบนี้ต่อไปไม่ได้

               เราจะต้องช่วยกันปกป้องชีวิตของคนไทยด้วยกันเองให้มากกว่านี้ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลครู วัด พระ และโรงเรียน หากปล่อยให้ทหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ หรือใช้ทหารมากเกินไป ใช้กฎหมายมากเกินไป ก็จะถูกตอบโต้ในกระแสสังคม ในกระแสของสากลอีกเยอะแยะ มีหลายด้าน คิดด้านเดียวคงไมได้ เพราะวันนี้โลกมันไม่มีพรหมแดน โลกวันนี้เต็มไปด้วยโซเชียลมีเดีย ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจะยากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นท่านในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนฐานันดรหนึ่งที่จะช่วยประเทศปลอดภัยได้ก็ขอร้องให้ช่วยนิดหนึ่ง และใครไม่ดีก็ประฌามคนไม่ดี คนดีก็ให้กำลังใจ ถ้าคนดีถูกทำร้ายไปเรื่อย ๆ และไม่ประฌามคนไม่ดี ประเทศก็อยู่ไม่ได้ในวันข้างหน้า” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

               ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจคือสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่กำลังจะถูกคุกคามจากนักวิชาการ หรือ คนกลุ่มหนึ่ง ในฐานะที่กองทัพดูแลปกป้องสถาบันจะดูแลอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บทบาทของทหารก็เฝ้าดูอยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติดูอยู่ แต่ตนคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ รับรู้ รับทราบแล้วว่าอะไรมันคืออะไร ประเด็นคือว่า จะต้องช่วยกันระมัดระวังให้พระองค์ ฃ

               "ตราบใดถ้าเราดูความเหมาะควร ทั้งนี้ผมไม่อยากใช้คำว่าไปยุ่งกับมาตราโน้นมาตรานี้ เหมาะหรือไม่เหมาะผมไม่ทราบ แต่ในส่วนของทหารมีคำตอบของทหารอยู่แล้ว เพราะเราเป็นทหารมีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว ถ้าถามทหารก็ตอบอย่างที่เคยตอบ ดังนั้นจะต้องไปถามคนอื่น แต่ถ้าคิดว่าประเทศไทยเป็นแบบนี้ แล้วเรามีสถาบันที่มีคุณประโยชน์กับเรามาตั้งแต่ยุคพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา และ ยาย เราจะดูแลพระองค์ท่านอย่างไรเมื่อถึงเวลาวันนี้ จะปล่อยให้ทหารดูแลคนเดียวหรือไม่ใช้ ทุกคนจะต้องออกมาช่วยดูแล แต่ทั้งหมดก็จะต้องเคารพในกติกาของบ้านเมือง ทั้งหมดจะต้องไปด้วยกันให้ได้เราจะใช้กำลังสู้กันอย่างเดียวก็มีแต่จะแย่กันไปทั้งประเทศ ดังนั้นทุกคนมีบทบาทที่จะทำอะไรตรงไหนก็มาช่วยกัน ออกมาแสดงตามรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดไว้"  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แต่การพูดจา และการดำเนินการของกลุ่มคนเหล่านี้เริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผิดกฎหมายหรือเปล่า หรือ ผิดกฎหมายยัง หากผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการ และการใช้กฎหมายอย่างเดียวก็มีปัญหา แต่ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องก็พยายามใช้นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ในการดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ไม่ใช่พวกเรานิ่งนอนใจ หรือ ไม่ใช่เราไม่ยืนหยัดในการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่พูดไปก็ขัดแย้งกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นก็จะต้องดูว่าใครออกมาพูด พูดแล้วได้ประโยชน์กับประชาชน ประเทศชาติหรือไม่ ถ้าไม่ได้กระบวนการก็มีอยู่แล้วว่าจะแก้ด้วยวิธีไหน  ถ้าทุกคนไม่เห็นด้วยมันก็แก้ไม่ได้

               เมื่อถามว่า อำนาจรัฐบาลจะต้องเข็มแข็งในการดูแลเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็พยายามอยู่แล้ว ตนบอกว่าแล้วว่าจะต้องใช้หลักนิติศาสตร์ และ รัฐศาสตร์ จะใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะจะทำพระองค์เดือดร้อนเหมือนกันพระองค์ทรงรับสั่งว่าเวลาคนที่มีปัญหาก็ถึงพระองค์อยู่ดี ดังนั้น พวกเราจะต้องช่วยกันว่าทำอย่างไรถึงไม่มีคนไปละเมิด ส่วนจะมีโทษอย่างไรก็ว่าอีกที

               "จริง ๆ แล้วพระองค์ท่านมีพระเมตตาอยู่แล้ว ไม่อยากมีโทษกับใครทั้งสิ้น ดังนั้นเราจะต้องช่วยกัน ถ้าเราคนนี้ชอบทำแบบนี้อยู่และยังไปคบค้าสมาคมด้วยก็ไม่ดีก็ต้องเลิกคบค้าไปเพราะเราไม่ชอบคนพวกนี้ เราไม่ชอบใครที่ทำไม่ดีก็อย่าไปคบเขาก็เท่านั้นแต่หากยังคบอยู่แล้วจะแก้ไขอย่างไร จะเอาตำรวจไปจับหรือ มันไม่ใช่ ถ้าใครที่เป็นคนไม่ดีที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายก็อย่าไปคบ แต่ตัวเราจะต้องดีพอถึงจะไปตัดสินว่าคนนั้นดีหรือไม่ดี อย่าตัดสินด้วยความไม่ชอบหน้า แต่จะต้องตัดสินว่าดีหรือไม่ดี  หากไม่ดีก็อย่าไปคบ ถ้าทุกคนไม่คบเขามาก ๆ แล้วเขาจะไปคบกับใคร หรือจะไปทำอะไรได้ เขาก็ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีพลังที่จะไปทำในสิ่งที่ไม่ดีต่อไป" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว