
'ปล้นสะท้านเมือง'คดียังไม่จบเงินสดไม่ครบ?
'ปล้นสะท้านเมือง'คดียังไม่จบ...เงินสดยังไม่ครบ? : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
นับเป็นข่าวดังฝ่ากระแสมหาวิกฤติอุทกภัยปี 54 เมื่อกลุ่มโจรขับรถกระบะ 4 ประตู โตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ บุกปล้นบ้านเลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ บ้านพักของ "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ปลัดกระทรวงคมนาคม แรกๆ คล้ายว่าจะเป็นคดีปล้นทรัพย์ธรรมดาเนื่องจากภรรยาเจ้าของบ้านอ้างทำนองว่า "อาจเป็นความเข้าใจผิดกัน" แต่สุดท้ายเรื่องราวกลับตาลปัตรกลายเป็น "คดีปล้นสะท้านเมือง" !?!
เมื่อมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากผู้ร่วมขบวนการว่า หิ้ว "เงินสด" น่าจะเกือบ 1 พันล้านออกมาจากห้องนอนของปลัดคมนาคม แต่เจ้าตัวกลับแจ้งว่าเงินถูกปล้นไปราวๆ 5 ล้านบาทเท่านั้น ทว่า "เงินสดปริศนา" ที่ถูกปล้นได้คืนกลับมาแล้ว 18.1 ล้านบาท
เพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากความขัดแย้งของนายจ้างกับลูกจ้าง ส่งผลให้เลขานุการสาวของปลัดกระทรวงคมนาคมต้องออกจากงาน หอบหิ้วความคับแค้นและเรื่องราวลับๆ เกี่ยวกับเงินมหาศาลไปเล่าให้ลูกชายฟัง แล้วกลายเป็นเรื่องปากต่อปาก...เมื่อลูกชายไปเล่าให้เพื่อนฟัง แล้วเพื่อนไปเล่าให้เพื่อนอีกคนฟังจนเกิดไอเดียโฉด เขาคือ "โก้" วีระศักดิ์ เชื่อลี ผู้ก่อการปล้นสะท้านเมือง ซึ่งได้รวบรวมสมุนเกือบ 10 คน สุ่มดูลาดเลาร่วม 2 เดือน จนกระทั่งสบโอกาสลงมือก่อเหตุในหัวค่ำวันที่ 12 พฤศจิกายน โดยใช้เวลาปฏิบัติการปล้นเพียง 10 นาทีเท่านั้น
คดีปล้นบ้าน "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ขณะที่เจ้าของบ้านไปร่วมงานแต่งลูกสาว เหลืออยู่เพียงคนรับใช้ 3 คน และจากวิกฤติน้ำท่วมประตูรั้วไฟฟ้าจึงถูกตัดไฟชั่วคราว เปิดช่องสบเหมาะให้คนร้ายชายฉกรรจ์นับสิบคนบุกเข้ามาภายในบ้านอย่างง่ายดาย แล้วจับคนรับใช้ 2 คนมัดมือมัดปากไว้ ส่วนอีก 1 คนหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ จึงสบโอกาสแจ้งข่าวร้ายให้เจ้าของบ้านทราบ เมื่อเจ้าของบ้านรู้ข่าวก็โทรศัพท์ติดต่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้ช่วยจัดการให้ แต่ก็ช้ากว่าโจรร้ายไปหลายก้าว !!
"คม ชัด ลึก" ขอลำดับเหตุการณ์ของคดีปล้นสะท้านเมืองที่มีตัวละครที่เป็น "ดาวร้าย" นับสิบราย และชะตากรรมของ "เหยื่อ" ที่อาจพลิกผัน เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
- 21.30 น. 12 พฤศจิกายน : ตำรวจ สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกปล้นพัก "นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม" เบื้องต้นคาดว่ามีทรัพย์สินสูญหาย 12 ล้านบาท แต่เจ้าของบ้านแจ้งว่ามีทรัพย์สินสูญหายประมาณ 5 ล้านบาท
- 16 พฤศจิกายน : ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุปล้นบ้านปลัดคมนาคม 6 ราย คือ 1. นายวีระศักดิ์ หรือ โก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี อยู่ที่ 260 หมู่ 2 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา 2.นายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชมชื่น อายุ 44 ปี ที่อยู่ 135/46 ตรอกอาคาร 7 แขวงและเขตคลองเตย กทม. 3.นายเสาร์แก้ว นามวงศ์ อายุ 59 ปี 4.นายพงษ์ศักดิ์ หรือ เจี๊ยบ นามวงศ์ อายุ 35 ปี ที่อยู่ 238 หมู่ 7 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง จ.เชียงราย 5.นายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40 ปี ที่อยู่ 40 หมู่ 5 ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย และ 6.นายคำนวณ หรือนวน เมฆน้อย อายุ 38 ปี อยู่ที่ 449 หมู่ 9 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทันทีที่ศาลอนุมัติหมายจับ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย คือ "นายสิงห์ทอง" พร้อมของกลางเงินสด 5 แสนบาท และสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 2 เส้น รวมมูลค่า 2.5 แสนบาท และ "นายเสาร์แก้ว" พร้อมของกลางเงินสด 2,322,000 บาท
วันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.บก.สส. บช.น. ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่หน่วยราชการของ ส.ป.ป.ลาว เพื่อติดตามตัว "นายวีระศักดิ์" ซึ่งหลบหนีไปกบดานที่ ส.ป.ป.ลาว เพื่อนำตัวมาสอบสวน
- 18 พฤศจิกายน : "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" รองนายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งย้ายนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เข้ามาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้ ป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวนกรณีที่ถูกสงสัยว่าอาจจะเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ
- 19 พฤศจิกายน : ศาลอุมัติหมายจับเพิ่มอีก 5 ราย คือ 1.นายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 9 ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม 2.นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 34/107 ซอยช่างอากาศอุทิศ 8 แยก1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. 3.นายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 79/148 หมู่6 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. 4.นายประพันธ์ เรืองเครือ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และ 5.นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/10 หมู่ 1 ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี
ทันทีที่ศาล อนุมัติหมายจับ สามารถจับกุมตัว "นายวนัญกฤต" พร้อมของกลางเงินสด 9,965,000 บาท และ "นายบุญสืบ" พร้อมของกลางเงินสด 840,000 บาท และ "นายสมบูรณ์" พร้อมของกลางเงินสด 996,000 ล้านบาท
- 20 พฤศจิกายน : "นายชยธัช" พร้อมด้วย "นางชุติมา จันทร์ผ่อง" มารดา ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการส่วนตัวของปลัดกระทรวงคมนาคม เดินทางเข้ามอบตัว ในวันเดียวกันญาติของนายวีระศักดิ์นำเงิน 1.5 ล้านบาท ที่นายวีระศักดิ์มาฝากไว้คืนให้ตำรวจ
- 23 พฤศจิกายน : "นายประพันธ์" พร้อมด้วย "นายประจวบ เรืองเครือ " อายุ 59 ปี พี่ชาย ซึ่งเป็นทนายความอยู่ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี เดินทางเข้ามอบตัว และปฏิเสธเรื่องเงินสดที่จะนำมาคืน 9 ล้านบาท ในวันเดียวกันญาติของ "นายสิงห์ทอง" นำเงินสด 1 ล้านบาท มาส่งมอบคืนให้ตำรวจ
- 24 พฤศจิกายน : เจ้าหนี้ของ "นายสิงห์ทอง" นำเงินสด 3 แสนบาทมาคืนให้ตำรวจ วันเดียวกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อภิปรายในสภา กล่าวอ้างคดีปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม มีความเกี่ยวพันกับการทุจริตโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว
- 27 พฤศจิกายน : พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง สรุปยอดเงินสดของกลาง 18.1 ล้านบาท โดยมีการตั้งคณะกรรมการดูแลเงินสดของกลางที่เก็บไว้ที่ สน.วังทองหลาง พ.ต.อ.ธวัช เป็นผู้ถือกุญแจตู้เซฟร่วมกับ พ.ต.ท.กฤตินาท ตุลยารักษ์ รอง ผกก.ป. รวมถึง พ.ต.ท.โสภณ ยานะธรรม รอง ผกก.สส. ช่วยกันในการดูแล พร้อมกับร้อยเวรและสิบเวรประจำในแต่ละวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
คดีนี้ ผู้ร่วมขบวนการปล้น ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องถูกจับกุมได้แล้ว 9 ราย ทว่าหัวโจกผู้กุมความลับตัวเลขเงินสดที่แท้จริง และสมุนบางส่วนยังลอยนวล อย่าง "นายวีระศักดิ์" มีพยานหลายปากยืนยันว่านั่งเรือหางยาวว่าจ้างลำละ 2 หมื่นบาท พร้อมขนกระสอบปุ๋ยหลายใบลงเรือจากฝั่งชายแดนไทย ข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งชายแดนลาว แขวงคำม่วน แม้ชุดสืบสวนไทยพยายามประสานเข้าร่วมจับกุม แต่ทาง ส.ป.ป.ลาว ขอให้รออยู่ที่ตั้ง ต่อมารายงานกลับมาว่าไม่พบตัวหรือเบาะแสใดๆ ส่วน "นายคำนวณ" หลบหนีอยู่ที่ชายแดนประเทศลาว "นายวุฒิชัย" ยังหลบหนีเข้ากลีบเมฆ และ "นายพงษ์ศักดิ์" คาดว่ายังหลบหนีอยู่ที่ จ.เชียงราย
คดีปล้นบ้าน "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" แน่นอนจะต้องมีการสืบสาวถึงที่มาของเงินสดมหาศาลที่ถูกปล้นไป แล้วตำรวจจะปิดคดีปล้นปริศนาแห่งปีได้หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไป...!!
.........
(หมายเหตุ : 'ปล้นสะท้านเมือง'คดียังไม่จบ...เงินสดยังไม่ครบ? : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



