
จับยกแก๊งปล้นลูก'อลงกรณ์'
นครบาลรวบแก๊งปล้นทรัพย์ลูก "อลงกรณ์" และนายตำรวจคนสนิท ผบช.น. ได้ที่สมุทรปราการ เผยผู้ต้องหาทั้ง 4 คนมีประวัติโชกโชนทั้งคดีปล้นทรัพย์-ฆ่า-พยายามฆ่าละแวกฝั่งธนฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ม.ค.55 พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.น.7 , พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.บางขุนนนท์ และ พ.ต.อ.ชูสวัสดิ์ จันทรโรจน์กิจ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาแก๊งปล้นทรัพย์ นายสหรัฐ ตรีนรเศรษฐ์ อายุ 23 ปี บุตรชาย พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการศูนย์สืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.3) นายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.ท.วินัย และลูกชาย นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนรุ่นน้อง
ประกอบด้วยผู้ต้องหาจำนวน 4 คน ได้แก่ นายจิรกร หรือก๊อต วัดตรง อายุ 19 ปี ชาวสุรินทร์ , นายกิตติพัฒน์ หรือตุ๋น เจริญผล อายุ 19 ปี ชาว กทม. , นายรณชัย หรืออาร์ม เศษจันทร์ อายุ 19 ปี ชาวสมุทรปราการ และนายเบียร์ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี โดยจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ที่บริเวณซอยช้อยเพ็ง ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ สีดำเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาว ทะเบียน ขขต 718 สมุทรสาคร กระเป๋าสตางค์สีดำของผู้เสียหาย 1 ใบ โทรศัพท์มือถือไอโฟน 4 จำนวน 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รี่ 1 เครื่อง
พล.ต.ท.วินัย กล่าวเท้าความถึงเหตุการณ์ที่เกิดว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.54 ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ผู้เสียหายซึ่งมี นายสหรัฐ และลูกชาย นายอลงกรณ์ ได้ปั่นรถจักรยานออกมาคนละคันจากโรงพยาบาลศรีวิชัย 1 โดยใช้เส้นทางถนนจรัญสนิทวงศ์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนตัดใหม่เลียบทางรถไฟ ก่อนจะมีคนร้ายเป็นวัยรุ่น 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขี่ซ้อนท้ายกันมา 2 คัน เข้ามาทำทีถามทางจากผู้เสียหายก่อนจะลงมือชกต่อยทำร้ายร่างกาย นายสหรัฐ แล้วปล้นเอาทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน 4 และกระเป๋าสตางค์มีเงินอยู่ 1,500 บาท ก่อนจะข่มขู่ ลูกชาย นายอลงกรณ์ แล้วปล้นเอาโทรศัพท์แบล็กเบอร์รี่ และกระเป๋าสตางค์มีเงินอยู่ 500 บาท ก่อนพากันหลบหนี
"เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางถนนจรัญสนิทวงศ์ผ่านแยกท่าพระไปแยกมไหยสวรรค์ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนสุขสวัสดิ์ ย่านประชาอุทิศ จึงได้ประสานงานตรวจสอบประวัติการกระทำผิดที่เกิดในพื้นที่ สน.ที่เกี่ยวข้อง และพื้นที่รอยต่อปริมณฑลในลักษณะที่ก่อเหตุดังกล่าว พบ กลุ่มวัยรุ่นที่เคยต้องคดีลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ สน.บางขุนนนท์ และสน.ราษฎร์บูรณะ รวมทั้งมีประวัติร่วมกันทำร้ายร่างกายและฆ่าผู้อื่น จึงสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้"
ผบช.น. กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุร่วมกันปล้นทรัพย์จริง โดยไม่รู้ว่าผู้เสียหายเป็นลูกชายของนักการเมืองชื่อดัง และก่อนเกิดเหตุได้นัดที่ร้านเกมในซอยช้อยเพ็ง และชวนกันไปขี่รถจักรยานยนต์เล่นไปตามถนนประชาอุทิศเข้าถนนสุขสวัสดิ์ผ่านบางปะแก้ว จอมทอง เรื่อยมาหลายเส้นทางก่อนถึงถนนริมทางรถไฟตัดใหม่ เห็นผู้เสียหายปั่นจักรยานอยู่จึงชักชวนกันก่อเหตุปล้นทรัพย์
"เมื่อได้ทรัพย์สินมาก็เอาไปแบ่งกัน เอากระเป๋าสตางค์ของ นายสหรัฐ ไปทิ้งที่บริเวณแยกบางปะแก้ว ส่วนกระเป๋าของ ลูกชาย นายอลงกรณ์ ได้ทิ้งที่เชิงสะพานคลองมอญ ถนนจรัญสนิทวงศ์ จากนั้นได้เอาโทรศัพท์มือถือทั้งสองเครื่องไปขายให้ นายออฟ ในราคารวมกัน 11,000 บาท แบ่งกัน 4 คน คนละ 2,750 บาท แล้วแยกย้ายหลบหนีนำเงินไปเที่ยวเตร่ แต่งรถ" พล.ต.ท.วินัย กล่าวถึงคำสารภาพของผู้ต้องหา
ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดมีประวัติการกระทำความผิดโดย นายจิรกร เคยก่อคดีชิงทรัพย์ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ก่อคดีพยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง และมีอาวุธปืนท้องที่ สน.ยานนาวา โดยคดีนี้รออ่านคำพิพากษาในวันที่ 26 ม.ค.55 และคดีปล้นทรัพย์ท้องที่ สน.บางขุนนนท์ ส่วนนายกิตติพัฒน์ ก่อคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นในท้องที่ สน.ราษฎร์บูรณะ และคดีปล้นทรัพย์ท้องที่ สน.บางขุนนนท์
นายรณชัย มีคดีปล้นทรัพย์ท้องที่ สน.บางขุนนนท์ และนายเบียร์ (นามสมมติ) เคยก่อคดีทำร้ายร่างกายในท้องที่ สน.ทุ่งครุ และคดีปล้นทรัพย์ท้องที่ สน.บางขุนนนท์ โดยการก่อเหตุที่ถูกจับกุมได้ครั้งนี้ ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม



