
พิษน้ำท่วมกระหน่ำ'มหาวิทยาลัย'
พิษน้ำท่วม ถูกหั่นงบวิจัย เมิน ม.นอกระบบ-ลังเลครูพันธุ์ใหม่ เทกระหน่ำมหาวิทยาลัยปี 54 : โดย ... ชุลีพร อร่ามเนตร
เปลี่ยนผลัด จากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สู่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในช่วงปี 2554 ที่ผ่านมา มีหลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นในแวดวงสถาบันอุดมศึกษาไทย ไม่ว่าจะเป็นการผกผันตามรัฐบาล อย่าง ยุติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กลับเป็นกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้เหตุผลว่ากองทุน กยศ. มีปัญหาการฟ้องร้องลูกหนี้ที่ไม่จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก หรือ การปรับเลื่อนเปิดภาคเรียนการศึกษาของกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) มีสมาชิกมหาวิทยาลัยรัฐ 27 แห่ง โดยปรับให้ตรงกับสากล โดยมหาวิทยาลัยไหนพร้อม ก็เริ่มปรับเวลาเปิดภาคเรียน จากเดือนมิถุนายน เป็นสิงหาคม ได้ทันทีในปี 2555 ก่อนตั้งเป้าพร้อมเปิดภาคเรียนเดือนสิงหาคมทุกแห่งในปี 2557
แต่ถ้าเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบขยายวงกว้างมาก ตั้งแต่มหาวิทยาลัยภาคเหนือจนถึงกรุงเทพฯ “มหาพิบัติอุทกภัย” อาทิ ม.ธรรมศาสตร์(มธ.) ศูนย์รังสิต พื้นที่ 1,700 ไร่ ภายในมหาวิทยาลัยถูกน้ำท่วมเต็มทุกพื้นที่ “ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์” อธิการบดี มธ. เล่าว่า มูลค่าความเสียหายถึง 2,800 ล้านบาท มหาวิทยาลัยได้ยื่นเรื่องของบประมาณช่วยเหลือจากรัฐบาลประมาณ 800 ล้านบาท และกำลังเร่งทำความสะอาด ติดตั้งระบบต่างๆ ซึ่งระบบไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต ในส่วนของอาคารเรียน หอพัก สามารถใช้ได้ปกติแล้ว ดังนั้น มธ.พร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2554 ในวันที่ 9 มกราคม 2555
ขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชน อีก 2 แห่ง ในฝั่งเดียวกัน ม.กรุงเทพ(มกท) วิทยาเขตรังสิต ได้รับความเสียหาย 1,100 ล้านบาท แต่ทางมหาวิทยาลัยของบช่วยเหลือจากรัฐเพียง 300 ล้านบาท ดร.มัทนา สานติวัตร อธิการบดี มกท ฟื้นฟูทำความสะอาด แก้ระบบไฟ ระบบน้ำ และย้ายนักศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาเขตรังสิต มาเรียนที่วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 เรียนที่วิทยาเขตรังสิต เปิดเรียนวันที่ 4 มกราคม 2555 เช่นเดียวกับ ม.รังสิต กำลังเร่งฟื้นฟู ทำความสะอาด เพื่อให้ทันเปิดเรียนวันที่ 5 มกราคม 2555 ผศ.ดร.นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เล่าว่า ประเมินความเสียหายประมาณ 800 กว่าล้านบาท และได้แจ้งไปยังสกอ.แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือช่วยเหลือ อยากวิงวอน ศธ. และรัฐบาลให้ช่วยมหาวิทยาลัยเอกชนด้วย ช่วยบางส่วนก็ยังดี เพราะอย่างน้อยมหาวิทยาลัยเอกชน ก็ช่วยพัฒนาผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกมารับใช้สังคมและประเทศชาติ
นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายแห่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ เช่น ม.เกษตรศาสตร์, ม.ศรีปทุม, มทร.รัตนโกสินทร์, มทร.ธัญบุรี ฯลฯ นางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ตอนนี้สกอ.ยังเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยทยอยส่งข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมมายังสกอ. ทำให้ยังสรุปความเสียหายเพิ่มเติมทั้งหมดไม่ได้ ได้เพียงบางแห่ง และยื่นของบไปแล้ว
ล่าสุด ศธ.ได้รับงบฟื้นฟูด้านคุณภาพชีวิตในส่วนของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีสจล.เป็นศูนย์กลาง จำนวน 56 ล้านบาท ส่วนการฟื้นฟูด้านโครงสร้าง มทร.ธัญบุรี 709 ล้านบาท, มธ.รังสิต 654 ล้านบาท, มรภ.นครสวรรค์ 75 ล้านบาท, มรภ.กำแพงเพชร 6.9 ล้านบาท, มรภ.อุตรดิตถ์ 3.9 ล้านบาท, มทร.รัตนโกสินทร์ 58 ล้านบาท, วิทยาลัยชุมชนพิจิตร 7.2 แสนบาท และสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา 2.3 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ คาดว่าจะได้รับงบแตกต่างกันไป
ปัญหาน้ำ น้ำ ยังแก้ไม่จบ ปัญหาด้านอื่นๆ ก็สั่นคลอน “อุดมศึกษา” ไม่แพ้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องไม่เคยถึงฝั่งฝัน อย่างงบวิจัย ของมหาวิทยาลัยวิจัย 9 แห่ง ที่ไม่ว่ารัฐบาลยุคไหนก็ไม่เคยได้ตรงตามที่ขอ 2,000 ล้านบาทสักครั้ง แถมล่าสุด ยังถูกหั่นเหลือเพียง 833 ล้านบาท เป็นเหตุให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวิจัย 9 แห่งต้องออกมาเรียกร้องหน้าดำคร่ำเครียด เพราะหากได้งบน้อยงานวิจัยบางชิ้นก็ต้องหยุดชะงัก แต่ช่องทางในการพัฒนาประเทศไทยอาจหยุดชะงักตามลงไปด้วย และถ้าให้งบน้อยลงเรื่อยๆ คงไม่จำเป็นต้องเรียนมหาวิทยาลัยวิจัย เรียนมหาวิทยาลัยทั่วไปก็ได้
อนาคตงบวิจัยของประเทศไทยจะลดน้อยถอยลงไปขนาดไหน แต่ปีการศึกษา 2554 ดูท่าจะส่อแววแห้ว เมื่อ"วรวัจน์" ออกมาชี้แจงว่าคงไม่สามารถดำเนินการขอแปรญัตติต่อกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 เพื่อต่อรองของบวิจัยได้ โดยคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พิจารณา และตอบกลับมาว่า งานวิจัยหลายโครงการยังเป็นในลักษณะต่างคนต่างทำ ไม่ได้เป็นรูปแบบของการบูรณาการงานร่วมกัน ดังนั้นในภาพรวมของงานวิจัยยังไม่เห็นภาพการทำงานที่ชัดเจน ส่วนกรณีที่ให้แปรญัตติให้นั้น คงไม่สามารถดำเนินการได้ทัน เพราะเลยเวลาดังกล่าวไปแล้ว
ดูท่าแล้ว งบวิจัยที่มหาวิทยาลัยวิจัยทั้ง 9 แห่งต้องการ อาจไม่ได้ดั่งที่ฝันไว้ คงได้แต่ต้องพยายามพึ่งพาตนเองแล้วกระมัง เพราะหากไม่มีงานวิจัย ประเทศไทยคงอ่อนด้อยตกต่ำกว่าที่เป็นอยู่แน่
ตามติดด้วยประเด็นฮอตไม่แพ้กัน เมื่อ “รมว.ศึกษาธิการ คนปัจจุบันยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่าไม่เห็นด้วยที่จะผลักดันมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ” ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากให้มหาวิทยาลัยขูดรีดขึ้นค่าหน่วยกิตไม่เป็นธรรมต่อนิสิตนักศึกษา แต่ดันสวนทางกับความคิดเห็นของ สถาบันอุดมศึกษา ที่หมายมั่นปั้นมือเตรียมร่างพ.ร.บ. เป็นมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เหมือนมหาวิทยาลัยนอกระบบอีก 13 แห่ง เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน ปีนี้ (2555) คงต้องติดตามกันต่อไปว่า มหาวิทยาลัยที่ร่างพ.ร.บ.ออกนอกระบบ ผ่านสภามหาวิทยาลัยแล้วกำลังดันเข้าคณะรัฐมนตรี จะมีสักกี่แห่งที่ได้ออกนอกระบบตามที่ตั้งใจไว้
ตบท้ายด้วย เรื่องเก่าเล่าใหม่เดินหน้า หยุด ถอยหลัง สร้างความสับสนให้ครูพันธุ์ใหม่ขนานแท้ เมื่อข่าวล่ามาแรง “รัฐมนตรีวรวัจน์” เจ้าเก่า แว่วๆ ว่าจะขอหารือกับกลุ่มที่ทำงานครูพันธุ์ใหม่ อย่าง สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ แห่งประเทศไทย ก่อนจะตัดสินใจอย่างไร เพราะว่า นโยบายดังกล่าว ไม่ใช่ของรัฐบาลชุดนี้ คงต้องเร่งทำตามนโยบายประชานิยมก่อน แถมยังตั้งป้อมเปิดโครงการ “ครูคลังสมอง” ดึงคนที่มีความรู้ความสามารถในทุกแวดวงวิชาชีพ มาเป็นครูผู้สอน
เป็นเด็กยุคใหม่ นอกจากเป็นคนดี เก่ง มีคุณธรรม จริยธรรมแล้ว ยังต้องติดตามข่าวสารอีกด้วย เพราะไม่เช่นนั้นรัฐบาลเก่าไป รัฐบาลใหม่มา นโยบายนั้นผุด นโยบายนี้ถูกยุติไปแล้ว คงหวาดหวั่น สับสนอย่างแน่แท้ เอาเป็นว่าขึ้นศักราชใหม่ ปีใหม่ วงการศึกษาไทยคงต้องพัฒนามากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการพัฒนาเด็ก เยาวชน ผู้เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของชาติ เพื่อให้พร้อมก้าวสู่โลกเสรีแห่งการศึกษา
----------
(หมายเหตุ : พิษน้ำท่วม ถูกหั่นงบวิจัย เมิน ม.นอกระบบ-ลังเลครูพันธุ์ใหม่ เทกระหน่ำมหาวิทยาลัยปี 54 : โดย ... ชุลีพร อร่ามเนตร)
----------



