
ยก'หาดใหญ่'ต้นแบบแก้น้ำท่วมเยี่ยม
"ปลอดประสพ" โปรยยาหอมชาวหาดใหญ่เก่งแก้น้ำท่วมเมืองเศรษฐกิจสำเร็จ เล็งยกระดับจังหวัดต้นแบบ เยี่ยมชาวแหลมตะลุมพุก โปรยอีกสร้างเขื่อนกันคลื่น-ท่าเรือ ปรับเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปัตตานีอ่วมระลอก 4 หลังมวลน้ำเหนือในพื้นที่ยะลาไหลลงแม่น้ำปัตตานีก่อนระบายออกสู่ทะ
เมื่อเวลา 15.30.น.วันที่ 3 ม.ค. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำที่คลองร.1 บริเวณคลองประตูระบายน้ำบ้านหน้าควน เขตเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ โดยมีนายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลาและนายดนัยวิทย์ สายบัณฑิตย์ ผอ.สำนักชลประทานจังหวัดสงขลาและนายไพร พัฒโน นายเทศมนตรีนครหาดใหญ่ร่วมชี้แจงและรายงานผลการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จสามารถป้องกันไม่ให้น้ำท่วมย่านเศรษฐกิจสำคัญของหาดใหญ่ จ.สงขลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายปลอดประสพ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ครั้งนี้ได้ถือว่าประสบความสำเร็จและเป็นที่น่าชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำที่ค่อนข้างวิกฤติจนสามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญได้สำเร็จ โดยเฉพาะระบบการแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ เช่น สัญลักษณ์การยกธงสีต่างๆเพื่อแจ้งเตือนภาวะฉุกเฉินที่ในอนาคตจะเป็นแบบอย่างให้กับจังหวัดอื่นๆได้นำไปศึกษาเป็นตัวอย่างในการให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนและที่สำคัญประชาชนเชื่อในข้อมูลจนสามารถลดความสูญเสียและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ได้สำเร็จ คือ เรื่องความสำคัญของฟลัดเวย์ หรือ ช่องทางระบายน้ำที่มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยระบายน้ำและเป็นปัจจัยให้หาดใหญ่รอดพ้นจากน้ำท่วม ซึ่งต่างจากกทม.ที่ไม่มีช่องทางน้ำทำให้การระบายน้ำปฎิบัติได้ยาก ซึ่งในอนาคตจำเป็นต้องศึกษาเรื่องฟลัดเวย์ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนและเห็นผลในทางปฎิบัติ
"ผมรู้สึกทึ่งมากที่หาดใหญ่รอดจากภาวะน้ำท่วม ขณะเดียวกันก็รู้สึกอายที่ไม่สามารถช่วยเหลือให้กรุงเทพฯรอดน้ำท่วมได้เหมือนหาดใหญ่ โดยเฉพาะความประทับใจที่พบว่าชาวหาดใหญ่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันและช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่จนผ่านวิกฤติได้สำเร็จ และที่ต้องขอชื่นชมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือ เรื่องของระบบการแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพทำให้ประชาชนเชื่อและปฎิบัติตามคำเตือนจนทุกอย่างผ่านได้ด้วยดี ซึ่งระบบนี้ต่อไปทุกภูมิภาคอาจต้องปรับตัวเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหมือนหาดใหญ่ และจะพยายามผลักดันให้ภายใน 6 เดือนถึง 1ปีทุกพื้นที่มีระบบการแจ้งเตือนที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน" นายปลอดประสพ กล่าวและว่า
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่มีการนำเสนอของบประมาณและแนวทางต่างๆ ทั้งการสร้างผนังกั้นน้ำ การขุดลอกและขยายคู คลองต่างๆนั้นซึ่งมีงบประมาณหลายพันล้านบาทจะได้นำเข้าสู่การหารือในครม.เพื่อพิจารณาและเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาโดยเชื่อว่าทุกภาคส่วนจะให้การสนับสนุนแนวทางที่นำเสนอ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวอีกว่า สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงนี้หลายพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาฝนตกหนักต้องเตรียมความพร้อมระมัดระวังภาวะน้ำท่วม โดยพื้นที่ใดก็ตามที่อยู่ในพื้นที่ภูเขา หรือพื้นที่เสี่ยงหากมีภาวะฝนตกหนักนานกว่า10 ชั่วโมง และที่สำคัญยิ่งพื้นที่ใดที่มีข้อมูลระบุว่าปริมาณฝนที่ตกเกิน 150-200 มิลเมตรขึ้นไปให้ตั้งสมมติฐานเบื้องต้นได้เลยว่าน้ำป่าอาจทะลักท่วมได้ประชาชนต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์
เยี่ยมชาวแหลมตะลุมพุกโปรยยาหอมสร้างเขื่อนกันคลื่น-ท่าเรือ
นายปลอดประสพ พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ที่บ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดูข้อเท็จจริงและรับการรายงานจากนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้นำท้องถิ่น ภายหลังบริเวณหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ของบ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ถูกคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งรุกเข้าสู่พื้นที่ของหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง
นายปลอดประสพ กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยและเห็นความสำคัญ ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย คลื่นถล่มซัดชายฝั่งชายทะเลตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงมา โดยเฉพาะที่บ้านแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จะเกิดเหตุการณ์วาตภัยขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรุนแรง สร้างความเสียหายอย่างหนักทุกปี
หากไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง หมู่บ้านจะถูกคลื่นกัดเซาะหมดอย่างแน่นอน มีความเป็นไปได้ ที่จะสร้างเขื่อนและท่าเรือ ที่มีความมั่นคงแข็งแรงเป็นแนวป้องกันชายฝั่งและปรับปรุงเป็นจุดท่องเที่ยว โดยใช้หลักการวิศวกรรม ซึ่งจะได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีทราบ น่าจะเห็นผลได้ใน 1-2 ปีนี้ ส่วนการขอใช้พื้นที่ป่าชายเลนเนื้อที่ 150 ไร่ เพื่ออพยพประชาชนใช้เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ ก็จะได้พลักดันให้เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน
ฝนกระหน่ำสุราษฎร์เฝ้าพื้นที่เสี่ยงหวั่นน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่วันที่ 3 ม.ค.ว่า ยังมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่โดยเฉพาะที่ อ.กาญจนดิษฐ์ มีปริมาณน้ำฝน ที่บ้านปากฮาย ต.คลองสระ วัดได้ 210 มิลลิเมตร ส่งผลให้ยังมีน้ำจากภูเขาสูง ไหลลงมายังที่ราบอย่างต่อเนื่อง ก่อนไหลบ่าลงสู่ทะเล ส่วนที่ถนนสาย 401 สุราษฎร์ธานี- นครศรีธรรมราช บริเวณหน้า รพ.กาญจนดิษฐ์ มีน้ำท่วมสูง ในฝั่งขาเข้าเมือง ระดับน้ำ สูง 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางฝั่งขาเข้าเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถ โดยให้รถทุกชนิดวิ่งสวนทางในฝั่งขาออก ซึ่งมีน้ำท่วมเช่นกันระดับน้ำประมาณ 20 เซนติเมตร รถทุกชนิด
ต้องใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว
ส่วนพื้นที่รับน้ำก่อน ลงสู่ทะเลใน ต.ท่าอุแท ต.พลายวาส ต.ปากกระแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ และต.ชลคราม อ.ดอนสัก มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงจากที่สูงไหลลงมาสบทบอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ริมฝั่งแม่น้ำตาปี ใน อ.พระแสง มีการแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังน้ำล้นตลิ่ง โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาอุทก พระแสง ได้รายงานปริมาณฝนเหนือลุ่มน้ำตาปีวัดได้ 784 มิลลิเมตร ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีวัดได้ ประมาณ 3 เมตร ส่วนระดับตลิ่ง อยู่ที่ 5 เมตร 50 เซ็นติเมตร ทำให้แม่น้ำตาปี ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 2 เมตร
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานียังคงมีน้ำท่วมบนถนนสายเลี่ยงเมือง โดยพื้นที่น้ำท่วมขยายวงกว้างออกไปอีก เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนสายเลี่ยงเมืองฝั่งขาเข้า เนื่องจากระดับน้ำท่วมขังสูง รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ ต้องมาใช้ถนนฝั่งขาออก ซึ่งมีระดับน้ำต่ำกว่า แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้น
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันแล้ว ใน 6 อำเภอ คือ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา อ.กาญจนดิษฐ์อ.ดอนสัก อ.บ้านนาสาร และ อ.บ้านนาเดิม
ล่าสุดทาง องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง อ.กาญจนดิษฐ์ ได้อพยพประชาชน 4 ครอบครัว ในพื้นที่น้ำท่วมสูง ออกจากพื้นที่มาพักรวมกันอยู่ที่วัดประสพ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย พร้อมยังเฝ้าระวังระดับน้ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากน้ำจากที่สูงยังไหลลงมายังที่ลุ่ม ก่อนระบายสู่ทะเล อย่างต่อเนื่อง
ส่วนพื้นที่ 4 ตำบล ชายฝั่งทะเลของอำเภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำก่อนระบายออกสู่ทะเล คือต.กระแดะ ต.พลายวาส ต.ท่าทอง และต.ท่าอุแท ถูกน้ำหลากเข้าท่วม หลายจุดโดยเฉพาะถนนสายถนนสายกาญจนดิษฐ์ บ้านพอด มีน้ำไหลข้ามถนน แม้ว่าระดับน้ำจะไม่สูงมาก แต่การสัญจรต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น
นอกจากนั้น ยังได้เกิดดินถล่ม ในพื้นที่หมู่ 13 บ้านหน้าถ้ำ ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ ส่งผลให้เส้นทางการคมนาคม ที่มีเพียงเส้นทางเดียวถูกตัดขาดทันที โดยประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ได้ รวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ปล่อยภัย 3 จุด และขอความช่วยเหลือลงมา โดยจุดแรก มีผู้ประสบภัยรวมตัวอยู่ด้วยกัน ประมาณ 30 คน จุดที่ 2 ที่สำนักสงฆ์วิเวการาม มีพระและแม่ชีอยู่ 8 รูป ส่วนจุดที่ 3 มีเด็กและคนชราอยู่โดยจุดนี้ยังไม่สามารถติดต่อคนในพื้นที่ได้
น้ำเหนือจากยะลาไหลลงแม่น้ำปัตตานีเอ่อท่วมบ้านปชช.ระลอก4
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปัตตานี ล่าสุดฝนได้หยุดตกแล้ว แต่จากการที่ จ.ยะลา ประสบภัยน้ำท่วม และอยู่ตอนบนของ จ.ปัตตานี จึงทำให้มวลน้ำที่จะไหลออกสู่ทะเล ได้ไหลลงมาสู่แม่น้ำปัตตานี ก่อนที่จะไหลต่อลงทะเล และตรงจุดนี้เองพื้นที่ปลายน้ำหรือพื้นที่รับน้ำท้ายสุด ก่อนจะไหลลงทะเล คือ พื้นที่ อ.เมืองปัตตานี ขณะนี้มวลน้ำได้ไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานีอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มและริมแม่น้ำปัตตานีของพื้นที่ ม.7 ต.ตะลูโบ๊ะ
โดยระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 30-50 ซม.และพื้นที่ ม.1,ม.2 ต.ปะกาฮารัง และ ม.8 ต.บาราเฮาะ ระดับน้ำสูงประมาณ 50-80 ซม. ไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 800 ครัวเรือน เดือดร้อน 3,200 คน ต้องรีบขนย้ายทรัพย์สิน สิ่งของต่างๆ และรถยนต์ รถจักรยานยนต์ไปเก็บไว้ในที่สูงอย่างรีบด่วน เนื่องจากกระแสน้ำมาเร็วมาก และระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนบ้านเรือนที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน พบว่าระดับน้ำลึกประมาณ 1 -2 เมตร ประชาชนต้องใช้เรือสัญจรเท่านั้น



