
เช็กความพร้อมไทยสู่อาเซียนปี58
เช็กความพร้อมไทยสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 - เอสเอ็มอีของไทยมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด : โดย ... นันทิดา พวงทอง
ประเทศภาคีสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา กำลังก้าวไปสู่การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอันจะทำให้มีพลังอำนาจในการต่อรองความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ นอกภูมิภาค
หากแต่วันนี้ ไทยในฐานะประเทศ 1 ใน 4 ประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน และเป็นประเทศที่มีบทบาทนำในภูมิภาคมาตลอด มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมเป็นประชาคมอาเซียนมากน้อยเพียงใด คงจะต้องตรวจสอบความฟิตของไทยว่าให้ความสำคัญการดำเนินงานมากน้อยเพียงใด ในการดำเนินการตามสัตยาบันความร่วมมืออาเซียน ใน 3 เสาหลักสำคัญ ประกอบไปด้วย เสาการเมืองและความมั่นคง มุ่งส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง การปกครองแบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาล เสาหลักเศรษฐกิจและเสาหลักด้านวัฒธรรมและสังคม
ในส่วนของเสาหลักด้านความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคง กล่าวได้ว่า ประเทศในอาเซียนแสดงความเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย นับเป็นสัดส่วนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของการมีส่วนร่วมประชาคมอาเซียน เนื่องด้วยประเทศภาคอาเซียนมีรูปแบบปกครองเฉพาะตน และในกฎบัตรอาเซียนได้ระบุชัดว่า จะไม่มีการแทรกแซงการเมืองภายใน จึงทำให้แนวคิดทางการเมืองที่เป็นหนึ่งเดียวกันในทุกปัญหา จึงค่อนข้างเป็นไปด้วยความยากลำบาก
แล้วอาเซียนจะลดช่องว่างเหล่านี้อย่างไร อย่างปัญหาการก่อการร้าย การค้ามนุษย์ ปัญหาโลกร้อน การรับมือกับพิบัติภัยทางธรรมชาติ รวมไปถึงข้อพิพาทของประเทศในภูมิภาค ทั้งนี้ที่ผ่านมา ไทยก็มีบทบาทนำในการพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทในภูมิภาค เช่น การจัดทำแนวทางฏิบัติในทะเลจีนใต้ หรือ Regional Code of Conduct นับเป็นก้าวหนึ่งที่ไปสู่การทูตเชิงป้องกัน
ขณะที่เสาที่ 2 เศรษฐกิจ มีสัดส่วนสำคัญราว 60 เปอร์เซ็นต์ของการเป็นประชาคมอาเซียน เน้นการพัฒนาตลาดร่วม (Single Market) และเป็นฐานการผลิตอันเดียวกัน (Single Production Base) ซึ่งจะต้องมีการไหลเวียนของสินค้า บริการ การลงทุนและแรงงานฝีมือทั่วทั้งภูมิภาคของประชาคมอาเซียนมีเงินทุนไหลเวียนโดยเสรี และมีสถานะการพัฒนาทางเศรษฐกิจในหมู่สมาชิกประชาคมที่เท่าเทียมกันรวมทั้งเสริมสร้างเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพด้านการเงิน การประสานในด้านนโยบายเศรษฐกิจระหว่างสมาชิกทั้ง 10 ชาติ รวมถึงมีกฎระเบียบที่ดีด้านการเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายการแข่งขันทางการค้า และการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งประชาคม
ทั้งนี้ การขยับเป้าหมายการรวมตัวเป็น "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" จากเดิมที่จะมีขึ้นในปี 2563 ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2558 ก่อให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้ความสำคัญกับการสานต่อแผนผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนนี้อย่างไร (โดยไม่นับรวมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับประเทศในอาเซียน) โดยเฉพาะการสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้มีการส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับลู่ทางการลงทุน กลไกตลาด ระเบียบการค้า และภาษีให้นักลงทุนกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีมากน้อยเพียงใด
ในแง่ของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจ ทุกภาคส่วนทางเศรษฐกิจของไทยต้องตื่นตัวรับรู้ว่า ปี 2558 จะก่อผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งบวกและลบอย่างไร และได้เตรียมตั้งรับรวมทั้งใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เช่นใดบ้าง เช่นเมื่อตลาดอาเซียนขยายขึ้นเป็น 500 ล้านคน (เมื่อรวมประชากรทุกประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) หรือถ้ามีการปรับลดกำแพงภาษีระหว่างกัน นักธุรกิจไทยพร้อมจะไปบุกตลาดเพิ่มหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องส่งเสริมการเรียนรู้ข้อมูลของตลาดอาเซียน รวมทั้งกฎกติกาการค้าแบบใหม่ที่อาเซียนจะเอามาใช้ร่วมกัน
อีกประเด็นที่สำคัญ ก็คือในทางทฤษฎี ตลาดแรงงานอาเซียนจะหลอมรวมเป็นตลาดเดียวกันต่อไปในอนาคต นั่นแปลว่า ผู้ประกอบการหรือคนงานทุกคนต้องตระหนักว่า จะต้องเกิดแรงงานไหลเวียน และเปิดเสรีของผู้ที่อาชีพที่ใช้ทักษะชั้นสูง เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกร ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่อาจมีการแข่งขันสูงขึ้นในตลาดแรงงานภายในประเทศและนอกประเทศ เนื่องจากแรงงานมีทักษะจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้ามาทำงานในประเทศไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ขณะเดียวกัน ไทยก็สามารถข้ามรั้วไปทำงานบ้านเขาได้เช่นเดียวกัน ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาล และแรงงานทักษะสูงของไทยมีความพร้อมในเรื่องนี้หรือยัง
เสาหลักที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม เป็นส่วนสำคัญของประชาคมอาเซียน เนื่องจากได้ยกให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือ และมุ่งเชื่อมประสานสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน (ASEAN Connectivity) โดยมีกิจกรรมในด้านต่างๆ การเดินทางไปมาหาสู่กันทุกระดับ การแลกเปลี่ยนใกล้ชิดระหว่างกัน ทั้งด้านการศึกษา ภาคธุรกิจภาคเอกชน และสถาบันต่างๆ ตลอดจนการศิลปิน นักเขียนและสื่อสารมวลชน
เมื่อได้ทบทวนความร่วมมือทั้ง 3 เสาหลักแล้ว จะเห็นว่า สิ่งสำคัญประการแรก ในการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยที่จะเข้าเป็นประชาคมอาเซียน นั่นคือ การทำความรู้จักประเทศตนเอง ในบริบททางวัฒนธรรมให้ดีพอเสียก่อน จึงจะเปิดรับและเรียนรู้ประเทศสมาชิกในอาเซียนอย่างลึกซึ้ง เพื่อที่จะรู้ถึงจุดอ่อนจุดแข็งของกันและกัน ที่จะช่วยส่งเสริมประโยชน์ในเรื่องการเชื่อมความสัมพันธ์
แต่ขณะนี้ก็เกิดคำถามว่า ประเทศไทยรู้จักเพื่อนบ้านร่วมอาเซียน เรารู้จักฟิลิปปินส์ กัมพูชา บรูไนดีแค่ไหน เข้าใจวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิธีคิด จิตใจของเขา มากเท่าใด
ดังกรณีปี 2554 ที่มีข่าวเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดทั้งปี แน่นอนว่า ทั้ง 2 ประเทศย่อมมีทัศนคติในทางลบระหว่างกัน เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งท้าทายในการวางกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยปราศจากการเมืองชี้นำ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาระบบการศึกษาไทย ยังไม่ได้เตรียมพร้อมให้เด็กไทยเข้าสู่ระบบการเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็กำลังปรับหลักสูตรให้ลงตัวอยู่ แต่จะทำได้ทันในปี 2558 หรือไม่ คงต้องลุ้นกันมากทีเดียว
ทั้งนี้ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การรู้ภาษาอังกฤษก็มีความสำคัญและถือเป็นพื้นฐานขั้นต้น เพื่อสื่อสารกันให้เข้าใจ ซึ่งภาษาทำงานของอาเซียน คืออังกฤษ แล้วภาษาอังกฤษของเด็กไทย ที่ใช้สื่อสารกับเพื่อนอาเซียนอยู่ในเกณฑ์สื่อสารรู้เรื่องดีพอแล้วหรือไม่ ขณะที่บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ หรือพม่า อาจจะได้เปรียบไทย เพราะเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อน ที่ผ่านมา จากการสำรวจทักษะด้านการใช้ภาษาอังกฤษในประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศไทยก็ยังรั้งในอันดับท้าย เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเห็นความสำคัญ ในการกำหนดยุทธศาสตร์และดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจริงเพียงใด
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวย้ำบ่อยครั้งว่า "อย่าคาดหวัง พอถึงปี 2558 แล้ว ประชาคมอาเซียนจะหลอมรวมกันอย่างทันทีทันใด และต้องยอมรับว่า ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นมาได้ชั่วข้ามคืน แต่เรื่องนี้ อาจถือได้ว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่จะต้องพัฒนาต่อไป แต่ถึงอย่างไรทิศทางอาเซียนต้องเดินหน้า หันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงถนนเลนเดียวที่ไม่มีจุดกลับรถ ซึ่งไทยและสมาชิกอาเซียนต้องแล่นไปด้วยกันในอนาคต เพียงแต่ต้องเติมน้ำมัน เช็กน้ำมันเครื่องให้พร้อม ไม่ปล่อยให้รถยนต์ที่ชื่อว่า "อาเซียน" เกิดสะดุดหรือดับระหว่างทางเท่านั้น
----------
(หมายเหตุ : เช็กความพร้อมไทยสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 - เอสเอ็มอีของไทยมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด : โดย ... นันทิดา พวงทอง)
----------



