
ขาขึ้นจากใต้เลี่ยงเส้นทางจากหลังสวน
กรมทางหลวงแนะำเส้นทางขาขึ้นกรุงเทพฯจากภาคใต้ควรเลี่ยงเส้นทางจากหลังสวน จราจรติดขัดหนัก ทัวร์สายใต้ป่วนขับอ้อมเส้นทางหลักเกือบครึ่งร้อยก.ม. ชุมพรอ่วมฝนกระหน่ำหนักถนนสายเอเซีย 41 ขาขึ้นและขาล่องถูกตัดขาด นครศรีฯหลายพื้นที่น้ำท่วมสูง"ร่อนพิบูลย์"ผวาภูเขาปร
3ม.ค.2555 กรมทางหลวงแนะนำเส้นทางขาขึ้นกรุงเทพจากภาคใต้ว่า ไม่ควรใช้เส้นทางที่ตรงมาทาง อ.หลังสวน จ.ชุมพร เนื่องจากรถติดขัดเป็นอย่างมาก ไม่มีป้ายบอกทางเลี่ยงให้ชัดเจน รวมทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ตรงจุดทางเลี่ยง ตลอดจนมีรถขับเข้ามาทางฝั่งตรงข้าม ทำให้การจราจร ล้มเหลว 90% ทั้งนี้หากหลีกเลี่ยงได้ ควรไปตามทางหลวงหมายเลข 401 ทางอ.ตะกั่วป่า จ.ระนอง แล้วใช้ถนนเพชรเกษม
ทัวร์สายใต้ป่วนขับอ้อมเส้นทางหลักเกือบครึ่งร้อยก.ม.
บรรยากาศการเดินทางกลับของประชาชนจากพื้นที่ภาคใต้ได้มีการทยอยเดินทางกลับช่วงเช้าที่ผ่านมาในเวลา 04.00 - 05.00 น. สำหรับช่วงสายและเย็นจะเป็นรถที่ขนส่งบริการประชาชนในช่วงจังหวัดใกล้ๆจึงพบเห็นประชาชนค่อนข้างบางตา
ด้านนายสิริพันธ์ สุริยกุล เจ้าหน้าที่การเดินรถ เปิดเผยว่า ประชาชนทางภาคใต้ส่วนใหญ่จะเดินทางไปบ้านช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่เป็นส่วนใหญ่ จากนั้นจะทยอยเดินทางกลับเข้าสู่ กทม.ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 ม.ค. เป็นบางส่วน โดยวันจันทร์ที่ 2 ม.ค.จะเริ่มมีมากเป็นปานกลาง มากที่สุดจะเป็นช่วงค่ำคืนวันที่ 3 ม.ค. ทั้งนี้รถจะเข้าสู่บริเวณสถานีขนส่งสายใต้ประมาณช่วงเช้าในเวลา 6 - 7 โมงเช้า โดยตามปกติแล้วรถทุกเที่ยวจะเข้ามาถึงช่วงเช้ามืดมีจำนวน 2,044 เที่ยว แต่ขณะนี้ภาคใต้ประสบปัญหาน้ำท่วมมีฝนตกหนักตลอดเส้นทางแทบทุกพื้นที่ โดยพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ยังเกิดน้ำท่วมต้องขับรถอ้อมกว่า 45 กิโลเมตรเพื่อนำผู้สารเข้าสู่ กทม.
“ผมได้รับโทรศัพท์ติดตามต่อรถแต่ละเที่ยว ทราบว่า ที่อ.ไชยา และอ.ท่าชนะตอนนี้มีฝนตกหนักอยู่เช่นกัน ปริมาณผู้โดยสาย 109,150 คนที่เดินทางกลับในช่วงหลังกาลปีใหม่ แม้จะมีปริมาณมาก แต่ก็มั่นใจเรามีเที่ยวรถบริการพอเพียงกับประชาชนที่เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯได้พอเพียง” นายสิริพันธ์ กล่าว
ชุมพรอ่วมถนนเอเซีย41ถูกตัดขาดผู้ประสบภัยเริ่มขาดอาหาร
เมื่อเวลา 08.00 น.นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอทุ่งตะโก จ.ชุมพร กล่าวว่า ขณะนี้ถนนสายเอเซีย 41 ในช่วงบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งตะโก ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ระดับน้ำสูงมากกว่า 50 ซม.ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ เนื่องจากในช่วงกลางคืนที่ผ่านมาได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักร่วม 5 ชม. ทำให้มีน้ำป่าจากด้านภูเขา ทิศตะวันตกไหลทะลักเข้าท่วม ถนนสายเอเซีย 41 อีกครั้งหนึ่งภายหลังที่ท่วมมาตลอดเมื่อวานนี้ แล้วลดลงในช่วงสี่ทุ่ม จนกระทั่งเช้าวันนี้ ระดับน้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมอีกครั้ง จนทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้
ส่วนทางด้านสถานการณ์ในเขต อ.หลังสวน ได้มีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมในทุกตำบล ทั้ง 13 ตำบล รวมถึงในตัวเทศบาลเมืองหลังสวน ที่ถูกน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงกว่า 30 ซม ทำให้ อ.หลังสวน ถูกน้ำป่าล้อมรอบไม่สามารถเข้าออกได้ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ชาวบ้านหลายหมื่นคนกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก
ขณะที่ อ.พะโต๊ะ น้ำป่าได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านทั้ง 4 ตำบล ซึ่ง อ.พะโต๊ะ เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ทำให้มีชาวบ้านติดน้ำป่า อยู่ท่ามกลางภูเขา โดยไร้ความช่วยเหลือ สถานการณ์ ทั้ง 4 อำเภอตอนใต้ของ จ.ชุมพร เต็มไปด้วยโกลาหล ชาวบ้านหลายพันคนและเริ่มขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม
ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น.วันเดียวกัน น้ำป่าจากพื้นที่ อ.พะโต๊ะ ซึ่งเป็นภูเขาสูงทะลักลงมาตามแม่น้ำหลังสวน เข้าท่วมพื้นที่ ถนนเอเซีย 41 บริเวณ สี่แยกไฟจราจร อ.หลังสวน จ.ชุมพร ทำให้รถทุกชนิด ทั้งขาขึ้นขาล่องใต้ ติดขัดยาวเหยียด ตลอดแนวบนถนนเอเซีย 41 จนไม่สามารถเดินทางไปผ้าน อ.หลังสวน ได้ เนื่องจาก ระดับน้ำสูงขึ้นตลอดเวลา และ มีปริมาณรถจากทางภาคใต้ ขึ้นมาแออัด ที่ อ.หลังสวน จำนวนมาก
ส่วนในพื้นที่เทศบาลเมืองหลังสวน น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงกว่า 30 ซม. สร้างความโกลาหล แก่ ชาวบ้านในตลาดหลังสวน ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูงได้ทัน คนชราและเด็กจำนวนมาก ต้องติดอยู่ภายในบ้านพักบนชั้น 2 ไม่สามารถออกมาจากบ้านได้ เนื่องจากระดับน้ำรอบบ้าน มีความสูงมากกว่า 1 เมตร
ขณะที่ สถานีวิทยุ อสมท.หลังสวน ชาวบ้านได้โทรศัพท์ เข้าไปขอความช่วยเหลือจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่ ชาวบ้านนับพันคน ไม่สามารถทำอาหารกินได้ เนื่องจากน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือจนได้รับความเสียหายเร็วมาก จนตั้งตัวไม่ทัน
ขณะที่นายพินิจ เจริญพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 3-4 ม.ค.55 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง ลงสู่ทะเลอันดามัน ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่
ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจาก ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
สำหรับจังหวัดชุมพรมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินถล่ม คลื่นลม ในอ่าวไทยมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และห้ามเรือเล็กออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 3-4 ม.ค. 55 ส่วนอำเภอสวี ทุ่งตะโก หลังสวน ละแม และอำเภอพะโต๊ะ ขอให้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม และอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้เตรียมการป้องกันระมัดระวังอันตราย และติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา (www.tmd.go.th) และสถานีวิทยุกระจายเสียงในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และหากมีสถานการณ์รุนแรงขอให้แจ้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร โทรศัพท์ 077-501207 , 077-502257 และสายด่วนจังหวัดชุมพร 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
นครศรีฯหลายพื้นที่น้ำท่วมสูง"ร่อนพิบูลย์"ผวาภูเขาปริร้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องโดยมีลักษณะของฝนตกหนักบ้าง เบาบางบ้าง ซึ่งยังคงส่งผลให้ระดับน้ำในลำคลองสายต่างๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันน้ำจากเทือกเขาหลวง ได้ไหลทะลักเข้าสู่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทำให้ชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่อยู่ริมคลองสายหลัก คือ คลองคูเมือง คลองสวนหลวง คลองป่าเหล้า คลองคูพาย คลองหน้าเมือง คลองราเมศวร์ มีระดับน้ำสูงได้ไหลบ่าเข้าท่วมสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนนับพันครัวเรือน
โดยเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้จัดตั้งศูนย์อพยพในโรงเรียนสังกัดเทศบาลหลายโรงด้วยกัน โดยมีการสนับสนุนเสบียงอย่างเร่งด่วน ในส่วนของความพยายามในการระบายน้ำยังเป็นไปได้อย่างล่าช้าเนื่องจากมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพียง 3 เครื่องการระบายน้ำในเขตเมืองชั้นในจึงยังเป็นไปอย่างล้าช้า ถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างถนนราชดำเนินไปยังถนพัฒนาการคูขวางใช้ได้เพียง 3 เส้นทางเท่านั้น
นอกจากนั้นถูกน้ำท่วมสูงรถทุกชนิดไม่สามารถใช้การได้ ส่วนสาเหตุที่น้ำได้ขยายวงกว้างมากกว่าทุกครั้งเนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ แล้วได้สั่งให้มีการรื้อเขื่อนกั้นดันน้ำในคลองหน้าเมืองซึ่งมีคุณสมบัติกั้นและเบี่ยงน้ำให้ไหลออกทางตะวันตกของเขตเทศบาลแล้วไปออกยังคลองราเมศวร์ออกทิ้งไป ทำให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในได้อย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างได้มากขึ้น
ผศ.เชาวนวัศน์ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการอพยพประชาชนหลายจุดด้วยกันในเขตที่น้ำท่วมสูงเช่นที่ชุมชนบ่อทรัพย์ได้อพยพมาอาศัยที่โรงเรียนเสมาเมือง ชุมชนนอกโคกมาอาศัยที่วัดศรีทวี เป็นต้น และยังมีน้ำท่วมสูงมิดหลังคาที่บ้านบางงัน สถานการณ์น้ำรุนแรงมาก โดยเฉพาะน้ำป่าที่ไหลเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช เทศบาลได้ระดมเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 8 เครื่องเข้าติดตั้งและเร่งผลักระบายออกสู่อ่าวไทยอย่างเร่งด่วน ซึ่งจุดที่เป็นตัวชี้สถานการณ์ในขณะนี้คือปริมาณฝนหากฝนยังตกต่อเนื่อง สถานการณ์จะยิ่งวิกฤติกว่านี้ แต่ถ้าฝนหยุดเชื่อว่าจะสามารถเอาอยู่
หลังจากที่ระดับน้ำได้ท่วมสูงอย่างต่อเนื่องในเขตเทศบาล น้ำได้ทะลักเข้าสู่ตลาดพืชผลซึ่งเป็นตลาดรวมสินค้าทางเกษตรจำพวกผัก ผลไม้ จากทั่วทุกภาคของประเทศไทยและเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ทั้งยังเป็นแหล่งส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย อยู่ในสภาพจมน้ำพ่อค้าแม่ค้าต่างๆต้องอพยพเอาสินค้าที่ยังสามารถขนย้ายได้นำออกมาปักหลักจำหน่ายในราคาถูกบนเกาะกลางถนนกะโรม ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อระบายสินค้าให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันพบว่ายังมีสินค้าที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกม่าได้ทันจมน้ำเสียหายไปเป็นจำนวนมากเนื่องจากน้ำมาแรงและเร็วและมาในช่วงกลางคืน
ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีผู้โดยสารนับร้อยคนไปใช้บริการสายการบินไทยแอร์เอเซียเพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร โดยมีเที่ยวบินของสายการบินไทยแอร์เอเซียที่เดินทางมาจาก กทม.มาถึงยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ในเวลา 07.40 น. โดยกัปตันได้นำเครื่องลงจอดท่ามกลางเมฆหนาทึบ และสายฝนที่โปรยปรายอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะรับผู้โดยสารจากท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และเดินทางมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 08.20 น.
โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า สายการบินไทยแอร์เอเซีย ยังคงบินตามตารางบินปกติ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนสายการบินนกแอร์ และโอเรียนไทย ต้องติดตามสถานการณ์ชั่วโมงต่อชั่วโมงเนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ในเบื้องต้นนั้นได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไว้ก่อนเนื่องจากสภาพอากาศไม่ปลอดภัยต่อการบินมากนัก
ด้านผู้โดยสารรายหนึ่งที่ลงเครื่องบินที่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ช่วงที่ลงมานั้นเครื่องบินได้บินฝ่าเมฆฝนทึบลงมาเจอกับสายฝน แต่กัปตันได้นำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย ส่วนตัวนั้นรู้สึกลุ้นเช่นเดียวกันเนื่องจากบนท้องฟ้าอากาศค่อนข้างแปรปรวน
นายสมพงศ์ อยู่เถาว์ หน.งานส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา เขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ในภาพรวมนั้นมีการสั่งปิดโรงเรียนทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมค่อนข้างขยายวงกว้างกระทบกับนักเรียน และสถานศึกษาเอง โรงเรียนหลายโรงจมน้ำได้รับความเสียหาย ขอให้ผู้ปกครองและนักเรียนตรวจสอบข้อมูลเพื่อความสะดวก
ส่วนที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช น้ำป่าได้ไหลทะลักจากภูเขามหาชัย เทือกเขาหลวง ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของมหาวิทยาลัยเข้าท่วม ทำให้นักศึกษาที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่เพื่อเตรียมตัวเปิดเรียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ต่างช่วยกันเร่งมือขนย้ายสิ่งของหนีน้ำกันอย่างจ้าละหวั่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่ายังคงทะลักอย่างต่อเนื่องตลอดแนวเทือกเขาหลวง ในอำเภอสิชล นบพิตำ ลานสกา ร่อนพิบูลย์ พรหมคีรี และ อ.เมือง โดยที่ ต.ท่างิ้ว อ.เมือง มีกระแสน้ำป่าไหลทะลักมาในคลองบ้านตาล ส่งผลให้ถนนสายนครศรี-จันดี ไม่สามารถใช้การได้ระดับน้ำท่วมสูง ถนนสายเบญจมะ -นาพรุ ช่วง ต.นาสาร อ.พระพรหม มีน้ำท่วมสูงเช่นเดียวกัน
ส่วนทางด้านนายปรีชา คุ้มวงศ์ นายอำเภอนบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ได้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเนื่องจากมีรายงานว่าในพื้นที่ ม.8 ต.นบพิตำ ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง และมีดินถล่มเกิดขึ้นหลายจุด เสาไฟฟ้าโค่นล้มโดยยังไม่มีรายงานชะตากรรมของชาวบ้านในย่านนั้น เนื่องจากเป็นเขตอับสัญญาณโทรศัพท์ ขณะเดียวกันอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่ต่างติดตามสถานการณ์เพื่อคอยแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ ร.พ.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเคยประสบกับอุทกภัยอย่างหนักมาเมื่อครั้งเดือนมีนาคม-เมษายน 2554 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าน้ำได้ทะลักเข้าท่วมในเขต รพ.อีกครั้งตั้งแต่ช่วงเย็นของวานนี้(2ม.ค.) เจ้าหน้าที่ได้อพยพคนไข้จำนวนมากออกจาก รพ.ไปรักษาตัวต่อยัง รพ.อื่นถึง 50คน
น.พ.กิตติ รัตนสมบัติ ผอ.รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าหลังจากน้ำไหลเข้าท่วมได้อพยพคนไข้ชุดแรกเป็นคนไข้ ไอซียู ไปยัง รพ.มหาราช จากนั้นได้อพยพส่วนอื่นๆซึ่งมีทั้งกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านและไปรักษาต่อยัง รพ.มหาราชแล้วรวม 50 ราย ส่วนการเตรียมความพร้อมก่อนหน้าได้จัดเตรียมอพยพสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ได้ทันที พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามแผนรองรับความเสียหายจึงมีไม่มาก
นายทวีผล บุญผล ผู้ใหญ่บ้าน ม.12 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านกำลังตื่นตระหนกและอพยพขนย้ายสิ่งของออกมาจากบ้านเขาวัง ทางขึ้นโรงเรียน ตชด.บ้านเขาวัง ต.หินตก เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องส่งผลให้ภูเขาวังปริแยกเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งเกรงว่าหากฝนยังตกเช่นนี้ต่อไปอาจเกิดเหตุดินถล่มได้ตลอดเวลา และจะทำให้ชาวบ้านที่อยู่ภายในติดค้าวกว่า 1 พันคนทีเดียวโดยขณะนี้ได้แจ้งให้กับทางการนายอำเภอ และฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว



