
ไฟไหม้ปั๊มปตท.คาดเสียหายกว่าล้านบาท
หม้อแปลงบึ้มไหม้สายไฟฟ้า ลุกลามไหม้ปั๊มน้ำมันปตท. จนท.เร่งระดมรถดับเพลิง โชคดีไม่ลุกลามคลังเก็บน้ำมัน คาดเสียหายกว่าล้านบาท
วันที่ 3 ม.ค.55 เวลา 12.15 น. ศูยน์รับแจ้งเหตุ ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง รับแจ้งทาง 191 ว่า น้ำมัน ปตท.ของ หจก.วณาการ ตั้งอยู่เลขที่ 248 ถ.พหลโยธิน ต.ชมพู อ.เมือง เทศบาลนครลำปางใกล้กับแยกนาก่วม หลังจากนั้นแจ้งให้รถดับเพลิงของเทศบาลนครลำปาง และเทศบาลเมืองเขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปางองค์ อบต.ใกล้เคียง กว่า 15 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกว่า 30 นาย รุดไปช่วยกันระงับเพลิง
เมื่อไปถึงพบไฟกำลังโหมลุกไหม้ภายในปั๊มอย่างรุนแรง ควันดำโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่ดับเพลิง จึงได้ระดมฉีดน้ำเข้าสกัดทั้ง 4 ด้าน เบื้องต้นไฟไหม้ลุกลามในออฟฟิต เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ระดมฉีดน้ำเข้าสกัดทั้ง 4 ด้าน ซึ่งเปลวไฟได้ลุกลามไหม้เพดานของสถานีบริการน้ำมัน จนใกล้จะถึงหัวจ่ายน้ำมันดีเซล เบนซิลและน้ำมันแก็สโซฮอล จำนวน 6 หัว นอกจากนี้ บริเวณลานใกล้กับสถานีบริการน้ำมันระยะเพียง 200 เมตร ยังมีรถบรรทุกน้ำมันจอดอยู่ 4 คัน นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก หากเกิดลุกลาม และเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมฉีดน้ำเข้าสกัดอย่างเร่งด่วน และมีเสียงบระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ ซึ่งใช้เวลา 30 นาที จึงสามารถสกัดเพลิงที่ไหม้ลุกลามไว้ได้
สำหรับปั๊มดังกล่าว เป็นของ นายเกรียงศักดิ์ วนชยางค์กูล อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครลำปาง ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันที่ตั้งอยู่ใกล้กับแยกนาก่วม จากนั้น พ.ต.อ.กฤตธาพล ยี่สาคร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิทักษ์ นาสมวาส ผู้กำกับการ สภ.เมืองลำปาง และ พ.ต.ท.นวพล พงษ์ไพโรจน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายข่าวจากมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรีจังหวัดลำปาง และ นายเกรียงศักดิ์ วนชยางค์กูล เจ้าของปั๊มสถานีบริการน้ำมัน เดินทางมาที่เกิดเหตุ
นางชนิชรา โชติเขียว อายุ 43ปี ผู้ เห็นเหตุการณ์ ให้การกับเจ้าหน้าทีตำรวจว่า ต้นเพลิงมาจาก การระเบิดของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งอยู่ตรงข้ามปั๊ม จากนั้นไฟได้ไหม้วิ่งไปตามสายไฟฟ้าแรงสูง ก่อนจะไหม้ตู้ไฟฟ้าในปั๊มแล้วเกิดไหม้ลุกลามที่ในออฟฟิต ก่อนจะหื้บลุลามดังกล่าว
จากการสอบสวน นายนุ เครือเงิน อายุ 36 ปี ผู้ดูแลปั๊มให้การว่าขณะที่ตนกำลังทำงาน ก็ได้ยินเสียงระเบิดก่อนจะมีควันไฟไหม้ที่หม้อแปลงไฟ ข้างปั๊ม ก่อนที่ตนและ พนักงานเติมน้ำมันรวม 4 คน จึงได้เดินไปดูความเสียหายที่หม้อแปลง ก่อนที่จะเกิดไฟลุกไหม้ภายในสำนักงานอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถดับได้ทัน ทั้งนี้ สาเหตุของไฟไหม้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจรอย่างแน่นอน โดยจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองวิทยาการ 3 ลำปาง มาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 1,800,000 บาท เนื่องจากทรัพย์สินภายในสำนักงานเสียหายทั้งหมด และยังมีเงินสดอีกหลายแสนบาท ที่เป็นเงินจากการจำหน่ายน้ำมันในช่วงปีใหม่ ก็ถูกไฟไหม้ทั้งหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องปิดถนนพหลโยธิน ตั้งแต่แยกไฟแดงนาก่วม ไปจนถึงแยกย่าเป้า และให้เลี่ยงไปยังสี่แยกภาคเหนือแทน เพื่อความสะดวกในการเข้าระงับเหตุไฟไหม้ของเจ้าหน้าที่



