
ปชป.ปัดหมกมุ่น'ทักษิณ'
"ปชป." ปัดหมกมุ่น ทักษิณ ย้ำเข้มตรวจสอบเพื่อปกป้องนิติรัฐ อัดนโยบาย รบ.สองมาตรฐาน เอื้อคนรวย ขึ้นราคาก๊าซ NGV-LPG ลดภาษีนิติบุคคล ไม่สานต่อกม.ทรัพย์สิน ไร้มาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย รับจำนำข้าวไม่ชัดเจน พร้อมพาสื่อลงพื้นที่ตรวจสอบเรือช่วยน้ำท่วม ท้า"สุ
วันที่ 3 ม.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปฏิเสธถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์หมกมุ่นกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่มีเหตุผลที่พรรคจะไปหมกมุ่นกับปัญหาของบุคคลดังกล่าว แต่พ.ต.ท.ทักษิณต่างหากที่เป็นคู่ขัดแย้งของรัฐบาล เป็นคู่ขัดแย้งกับกฎหมายไทย และสิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลเองที่หมกมุ่นในตัวพ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ออกพาสปอร์ตให้ การทำเรื่องของพระราชทานอภัยโทษหรือนิรโทษกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีสองมาตรฐานเหนือคนไทย รัฐบาลทำให้อยู่เหนือกฎหมาย ทำให้พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องมาปกป้องระบบนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศ
ส่วนกรณีที่มีการพูดกันว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักโทษการเมืองจะให้มีการกักบริเวณแทนการติดคุกนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า อย่าทำให้สังคมเกิดความสับสน ยืนยันว่านักโทษทางการเมืองในประเทศไทยไม่มี เพราะคนที่เป็นนักโทษการเมืองคือ คนที่คิดตรงข้ามกับผู้มีอำนาจรัฐ แต่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายแล้วถูกจับ อาทิ นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี ประเทศพม่า แต่สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ไม่ใช่ เพราะเป็นผู้ทำผิดคดีอาญา และศาลก็ได้พิพากษาความผิดไปแล้ว
“ผู้อื่นที่เป็นนักการเมืองที่ถูกลงโทษ คนเหล่านั้นก็ยอมรับชดใช้กรรมตามคำตัดสินของศาล แต่ทำไมพ.ต.ท.ทักษิณคนเดียวจะต้องไม่รับผิด ไม่รับโทษ ดังนั้นอยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอย่าทำให้หลักนิติรัฐของบ้านเมืองเสียหาย ถ้าพูดอย่างนี้แปลว่า 5 ปีที่ผ่านมาประเทศไม่ก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณ และพ.ต.ท.ทักษิณต้องได้ทุกอย่างคืนก่อนบ้านเมืองจึงจะสงบสุขได้ และไม่ใช่เรื่องของไพร่ และอำมาตย์อย่างที่เคยกล่าวอ้าง แต่เป็นพ.ต.ท.ทักษิณที่เป็นอำมาตย์เอง”นายชวนนท์กล่าว
ปชป.อัดนโยบายรัฐสองมาตรฐานเอื้อคนรวย
นายชวนนท์ อินทรโกมารสุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาลในปี 55 ว่า พบว่ายังไม่เป็นไปตามที่หาเสียงไว้ และยังมีแนวทางที่ไม่ช่วยเหลือคนจน ผิดกับการหาเสียงของพรรคที่ต้องการกำจัดเรื่องสองมาตรฐาน ทั้งนี้จากการติดตามนโยบายพบว่าเอื้อต่อคนรวยประกอบด้วย 1.การขึ้นราคาก๊าซ NGV และ LPG ที่ไร้มาตรการร้องรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งการขึ้นราคาก๊าซอาจส่งผลต่อราคาอุปโภคบริโภค 2.การลดภาษีนิติบุคคล จากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 23 ที่ทำให้ผู้มีรายได้น้อยจะไม่ได้รับสิทธินี้ 3.การพยายามไม่สานต่อกฎหมายทรัพย์สินที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศกลับไม่มีการสานต่อ กฎหมายดังกล่าวจึงตกไป 4.การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ และผู้มีรายได้น้อยบางรายยังไม่มีมาตรการเยียวยาเพียงพอ 5.การรับจำนำข้าวที่ชัดเจนว่าผลจากอุทกภัยนี้ทำให้ชาวนาส่วนหนึ่งไม่มีข้าวมาจำนำ และแม้จะเริ่มทำนาปรังผลผลิตก็จะเก็บเกี่ยวได้ในเดือน มี.ค. แต่โครงการรับจำกลับปิดรับในเดือน ก.พ. ดังนั้นรัฐบาลควรต่อระยะเวลาจำนำด้วย
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้แถลงถึงประเด็นต่อเนื่องถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ส.ส.กทม. ผู้ซึ่งเคยอภิปรายการทำงานของ ศปภ. ถึงการจัดซื้อจัดจ้างสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัย กล่าวว่า ในการพิจารณางบฯ ปี 55 วาระที่ 2 ที่จะเข้าสภาพรุ่งนี้ (4 ม.ค.) ตนเป็นห่วงเรื่องงบฟื้นฟู 1.2 แสนล้าน ที่เป็นข่าวออกมามาก และยังไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ตนเคยอภิปรายเรื่องความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่วันนี้กลับพบว่ายังมีบางส่วนแสดงออกถึงความไม่โปร่งใส อาทิ ย่านฝั่งธนฯ มีการจัดซื้อเรือช่วยผู้ประสบภัย 16 ลำ แบ่งเป็น เรือไฟเบอร์ 13 ลำ เรือเหล็ก 3 ลำ แต่จำนวนนี้ไม่มีการแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้ใช้ ตนสืบทราบมาว่าใน 16 ลำนั้น มี 1 ลำจอดอยู่ที่บ้านผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่ง ขณะที่อีก 1 ลำจอดอยู่ที่วัดจันทรประดิษฐ์ ซึ่งในช่วงสายนี้ตนจะพาสื่อมวลชนไปดูจะได้เห็นว่าเรือจำนวนมากที่ซื้อมาไม่ได้ใช้งานจริง
"ปชป.”ขอนายกฯลงใต้แก้น้ำท่วมดินถล่ม
นายชวนนท์ แถลงกรณีความเสียหายจากดินโคลนถล่มที่ 5 จังหวัดภาคใต้ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีคำสั่งให้มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ร่วมกับทีมอาสาช่วยคนไทยน้ำท่วม จัดส่งถุงยังชีพ 1,000 ถุงไปที่ อ.จะนะ จ.สงขลา รวมทั้งสั่งให้ส.ส.ของพรรคทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบลงพื้นที่และรายงานความเสียหาย และความต้องการช่วยเหลือจากพื้นที่มายังผู้บริหาร เพื่อประเมินสถานการณ์ส่งความช่วยเหลือ ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภคอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้ และอยากให้นายกฯ ควรจะลงไปดูในพื้นที่ จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำ ตั้งศูนย์อพยพในแต่ละอำเภอ ไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์เกิดจนพี่น้องประชาชนติดอยู่ในพื้นที่ ทำให้การช่วยเหลือยากลำบาก หากเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์อพยพในพื้นที่เสี่ยงภัยทันที และจัดสรรงบประมาณในด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่ม จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ ทั้งนี้รัฐบาลควรให้ความระมัดระวังเรื่องน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มที่อาจจะแตกต่างจากปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา เพราะการบริหารต้องเกิดจากการเข้าใจสภาพพื้นที่ และรัฐบาลควรจริงใจสั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไปดูแลประชาชนในภาคใต้อย่างจริงจัง ไม่ให้เกิดการลุกลามบานปลายเหมือนอุทกภัยที่ผ่านมา
ท้า"สุรพงษ์"เดินหน้าเอ็มโอยู44
นายชวนนท์ กล่าวกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปประเทศกัมพูชาเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม ปี2554 ที่ผ่านมาว่า พรรคประชาธิปัตย์หวังว่าการเดินทางของนายสุรพงษ์จะมีการนำเรื่องการยิงเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือไทยเพื่อแสดงสิทธิเพราะไทยเป็นฝ่ายเสียหาย แต่ผลที่ออกมาปรากฏว่านายสุรพงษ์ไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวไปพูดคุยในที่ประชุม ปล่อยให้ฝ่ายกัมพูชาออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจำเป็นต้องยิงเฮลิคอปเตอร์เพราะฝ่ายไทยลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งเป็นการแสดงว่าไทยยอมรับคำกล่าวนั้น และยอมรับว่าพื้นที่ส่วนนั้นเป็นของกัมพูชาไปโดยปริยาย
นายชวนนท์ กล่าวว่า การเข้ามาทำหน้าที่ของนายสุรพงษ์เพียง 4 เดือนนี้นับไม่ถ้วนแล้วว่าทำความเสียหายให้กับประเทศไทยไปกี่เรื่องแล้ว อาทิ เรื่องเฮลิคอปเตอร์ ที่ปล่อยให้กัมพูชาไปพูดฝ่ายเดียว ซึ่งคำกล่าวเช่นนี้จะถูกบันทึกและเป็นการแสดงว่าเรายอมรับตามที่กัมพูชากล่าวอ้างหรือไม่ ส่วนการเดินหน้าเรื่องเอ็มโอยู 2554 ของนายสุรพงษ์นั้นตนขอท้าให้รีบทำ อยากถามว่านายสุรพงษ์กล้าทำหรือไม่ เพราะถ้าทำนายสุรพงษ์ก็จะกลายเป็นคนขายชาติ เพราะสัญญาดังกล่าวประเทศไทยเสียเปรียบอย่างชัดเจน



