
'นิพิฏฐ์'ยัน'ครรชิต'ยินดีส่งปืน-รถพิสูจน์
"นิพิฏฐ์”อ้าง “ครรชิต” ไม่ได้รับหนังสือจากตร.ส่งปืน-รถพิสูจน์ ท้าส่งเซ็นที่สภา 4 ม.ค.ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือ หลัง ตร.เดินหน้าสรุปทำผังเตรียมส่งสำนวนฟ้อง พร้อมไล่ล่าสาวกุ๊ก กิ๊กฉนวนเหตุปัญหายิงกัน ผกก.เมืองสมุทรสาครสรุปขาดหลักฐานอาวุธปืน
3ม.ค.2555 นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะบุคคลพานายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามอบตัวในคดีสังหารนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร กล่าวถึงการขอตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่แม่ของนายครรชิตไม่รับหนังสือเรียกวัตถุพยาน จึงทำให้ตำรวจเตรียมออกหมายค้นว่า ก่อนที่ตนจะลงมาพื้นที่ได้บอกนายครรชิตว่า ช่วงรอยต่อของปีเก่าและปีใหม่จะมีหมายค้นออกมา และไม่ได้ค้นที่เดียว จะค้นเป็นชุด แบบปูพรม ปัญหาคือนายครรชิตไม่ได้รับหมายหรือหนังสือของตำรวจว่าจะให้ทำอย่างไร ส่วนที่แม่นายครรชิตไม่เซ็นรับหนังสือนั้นตนไม่ทราบ และรู้มาว่านายครรชิตอยู่คนละบ้านกับแม่ เจ้าตัวจึงไม่ทราบว่ามีหนังสือแจ้งมา
“ผมบอกกับคุณครรชิตว่า เมื่อตำรวจต้องการอาวุธหรือรถ ต้องอำนวยความสะดวก และให้ความร่วมกับตำรวจในทุกเรื่อง คุณครรชิตเขาก็ยินดี ที่จริงเขาไม่ได้อยู่กับแม่ และในที่ 4 ม.ค. ถ้าไม่ขัดข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปที่สภาฯได้ เพราะมีการประชุมสภาฯ มีเอกสารก็ส่งมา จะเซ็นรับและอำนวยความสะกวดในการตรวจค้น ไม่ต้องไปให้ข่าวผ่านสื่อ”นายนิพิฎฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นเช่นนี้จะต่อสู้คดีแบบใด นายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า ในทางคดีการต่อสู้เรามีแผนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา เอาเป็นว่ารูปคดีของฝ่ายตรงข้าม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เปิดเผยหมดแล้ว เป็นทั้งวีซีดี และภาพ แต่รูปคดีในการต่อสู้ของเรา ฝ่ายโน้นยังไม่ทราบ เพราะเราจะเอาไปเปิดเผยในชั้นศาล แต่คนเขาเชื่อเพราะร.ต.อ.เฉลิม พูดฝ่ายเดียว
ต่อข้อถามว่า ถึงเวลานี้ นายครรชิต มีอาการเครียดหรือไม่ นายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า นายครรชิตไม่เครียด ตนก็บอกเขาว่า อย่าไปทำอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึก หรือทำให้ประชาชนไม่สบายใจ เราต้องเคารพเขาให้มาก ๆ
"เฉลิม"ลั่นคดียิง"นายกฯตุ่น"เดินหน้า
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าเรียบร้อย ซึ่งถ้าไม่ชัดเจน ศาลก็จะไม่ออกหมายจับ แต่ตนไม่อยากพูดถึงคดีดังกล่าว เพราะเกรงว่า จะเป็นประเด็นทางการเมือง ส่วนกรณีที่มีหมายเรียกนายครรชิตแล้วไม่มาตามหมายเรียก ก็ถือเป็นสิทธิตามประชาธิปไตย ตามกฏหมายของไทย ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเกมเร็ว จะกลายเป็นว่าตนเป็นคนไปสั่ง จึงได้โทรศัพท์คุยกับผู้บังคับการสมุทรสาคร ให้ดำเนินทุกอย่างตามกฏหมาย และออกหมายเรียกไปเรื่อย ๆ สุดท้ายสังคมก็จะบอกว่าตำรวจใช้ดุลพินิจในพื้นฐานไม่ใช่เรื่องการเมือง ทั้งนี้ตนไม่ขอพูดถึงกระแสข่าวที่เป็นเรื่องส่วนตัวในเชิงชู้สาวของทั้งสอง
ตำรวจเตรียมส่งสำนวนฟ้อง
พ.ต.อ.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ รอง ผบก.ภ.สมุทรสาคร ฐานะประธานคณะทำงานร่วมฯ และ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ฐานะเจ้าของพื้นที่และกำกับดูแลสำนวน เพื่อเตรียมส่งฟ้องฯ ในคดีร่วมคลี่คลายการสังหาร นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร หลังมีความคืบหน้าโดยลำดับ เพื่อเร่งประกอบสำนวนให้รัดกุมที่สุด ซึ่งล่าสุดทำหนังสือยังบ้านนายครรชิต ผู้ต้องหา เพื่อเรียกหาวัสดุของกลางปืน .40 และรถยนต์กระบะ มาทำการตรวจสอบเป็นรอบสุดท้าย ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เรียก พ.ต.ท.โยธิน เธียรสุขสันต์ สารวัตรเวร สภ.เมืองฯ เจ้าของคดีวันเกิดเหตุ เข้ารายงานผลงานสอบสวนพยานไปกว่า 10 ราย ขณะเดียวกันหลังส่งหนังสือถึงนายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.สมุทรสาคร เพื่อขออาวุธร่วมพิจารณาคดี ล่าสุดยังไม่ได้รับสัญญาณชัดเจนตอบกลับ
พ.ต.อ.จำแรง กล่าวว่า สำหรับตามที่ได้ส่งหนังสือ สภ.เมืองสมุทรสาคร กำหนดให้ส่งอาวุธปืน ในวันที่ 3 ม.ค.นี้ จากผู้ต้องหา และผู้ครอบครองปืนขนาด.40 รายอื่นๆในเขตสมุทรสาคร ที่กองทะเบียนอำเภอ ระบุช่วงคคีฆ่าแกนนำถ่านหิน นั้นว่ามีทั้งสิ้น 7 กระบอก แม้ไม่ครบแต่ก็มีจำนวนหนึ่งส่งเข้ามาพิสูจน์หลักฐานร่วมในคดีนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นสิทธิของผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ก็ไม่หนักใจ อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานที่เรารวบรวมได้ เชื่อว่าเราสามารถสรุปสำนวนดังกล่าวได้แน่นหนาสามารถส่งฟ้องผู้ต้องหาได้ แม้หากทางศาลไม่อนุมัติหมายค้นบ้าน แต่อย่างไรก็ตามอาจจะรองยื่นศาลขอหมายค้นดูอีกครั้งก็เป็นได้
พ.ต.อ.จำแรง กล่าวด้วยว่า โดยล่าสุดนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.โยธิน เธียรสุขสันต์ สารวัตรเวร สภ.เมืองฯ เร่งทำผังภาพรวมของการก่อเหตุ และพื้นที่ปั้มน้ำมันโดยรวม อาทิ ระบุตำแหน่ง ระหว่างเกิดเหตุการณ์สังหารและตำแหน่งจุดพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อไว้ใช้งานอย่างละเอียดแล้ว ในสภาพแผ่นใหญ่พอสมควร เนื่องจากในรูปสำนวนคดีล่าสุดนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมได้ก็แทบจะดำเนินการส่งฟ้องเอาผิดได้สบายๆ
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการหารือครั้งนี้ที่ประชุมได้นำรูปสาวกุ๊ก (ชื่อเล่น) ต้นต่อฉนวนเหตุกระทบกระทั่ง ในการลงไม่ลงมือขั้นยิงกันเอาชีวิต ซึ่งล่าสุดตำรวจยังควานหาเจ้าตัว อย่างไรก็ตามส่วนด้านเสียงครหาแคลงใจ ของบรรดาประชาชนและจากสื่อ กรณีเหตุการณ์คดีนี้น่าแปลกใจ ไม่มีภาพวงจรปิดหรือหลักฐานจากการบันทึกภาพคนร้าย ออกเผยแพร่ และไม่ให้เล็ดรอดออกสู่หน้าสื่อสิ่งพิมพ์เช่นเดียวกับที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามพ.ต.อ.ชุมพล รอง ผบก.ภ.สมุทรสาคร ฐานะประธานคณะทำงานร่วมทำคดี แจงว่า เป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครอบสิทธิ ขณะที่ผู้ต้องหามีระดับหรือเป็น ส.ส.คาดทำให้ไม่มีใครกล้าอนุญาต พร้อมกันนี้และตัดสินใจของหน้าที่ตำรวจก็เป็นได้ ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดหากเป็นเอกชน ก็สามารถไม่ให้เจ้าหน้าที่ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นสิทธิส่วน
ขีดเส้นครรชิตบ่ายนี้มอบปืน
พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เปิดเผยถึงความคืบหน้า คดีสังหาร นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร เสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก และไม่ได้มีความซับซ้อน ขณะที่สอบปากคำพยานได้จำนวนหลายปากแล้ว แต่ยังเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนกรณีการเรียกตรวจวัตถุพยาน หรือ อาวุธปืนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือเรียกตรวจไป 7 กระบอก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีของ นายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จ.สมุทรสาคร ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย และขณะนี้ มีคนนำมาให้แล้ว 1 กระบอก
ส่วนกรณีที่ นายครรชิต ปฏิเสธว่า ยังไม่ได้รับหนังสือเรียกสอบปืนจากตำรวจนั้น ตนยืนยันว่า ส่งไปให้แล้วทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งภายในบ่ายวันที่ 3 ม.ค. หากยังไม่มีการส่งมอบปืนมาให้อีก ทางเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกอีกครั้ง ในวันพุธที่ 4 ม.ค. อีกทั้งคาดว่า อาจจะมีการพิจารณาเพื่อเรียกตัว นายครรชิต เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม ภายในสัปดาห์นี้ พร้อมกันนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อเร่งคลี่คลายคดีอย่างเต็มที่ โดยไม่รู้สึกกดดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อีกทั้งพยานที่ได้ให้ปากคำไปแล้ว ก็ยังคงยืนยันในการให้ปากคำเดิม ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ในการสอบสวนคดีนี้ พ.ต.อ.จำแรง กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องของวัตถุพยาน หรือ ปืนที่เรียกไป ซึ่งขณะนี้ได้มาเพียง 1 กระบอกเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้การติดตามคดีเกิดความล่าช้า เนื่องจากจะต้องรอวัตถุพยานที่มาส่งมอบ และส่งต่อไปให้ กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบ ซึ่งจะต้องเสียเวลาพอสมควร ขณะที่ สำนวนของคดีดังกล่าวพร้อมแล้ว เหลือเพียงสรุปวัตถุพยานเท่านั้น



