
หาดใหญ่น้ำท่วมคลี่คลายทำบิ๊กคลีนนิ่ง
น้ำท่วม 4 ชุมชนหาดใหญ่ชั้นในคลี่คลายแล้ว เทศบาลนครหาดใหญ่จัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเช้านี้ น้ำฝนหลากท่วมเทศบาลเมืองพัทลุงสูง 60-70 ซม. ถนนสายเอเชียหลังสวนชุมพรใช้การได้แล้ว
3ม.ค.2555 ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 4 ชุมชนในย่านหาดใหญ่ใน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ประกอบด้วย ชุมชนริมคลองร.1 ชุมชนเทศาพัฒนา ชุมชนหวัดหาดใหญ่ใน และชุมชนตลาดพ่อพรหม หลังจากที่ถูกน้ำในคลองระบายน้ำ ร.1 ล้นตลิ่งเข้าท่วมตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา
ล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องถนนเพชรเกษมทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกรถทุกชนิดสามารถผ่านได้แล้ว เป็นผลมาจากมวลน้ำสองก้อนสุดท้ายจากพื้นที่ต้นน้ำ อ.สะเดา ที่ทำให้ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำร.1 สูงขึ้นในผ่านพ้นไปแล้วเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำทั้งสองคลองลดลงอย่างต่อเนื่อง
คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ในทั้ง 4 ชุมชน จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 4 ม.ค.ขณะที่ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้เตรียมพร้อมนำกำลังทหารจาก มทบ.42 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่และพลังมวลชนจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งในพื้นที่หาดใหญ่ในเพื่อเก็บกวาดขยะที่ไหลมากับน้ำและบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 3 ม.ค.
นครศรีฯเตรียมประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่ม3-4อำเภอ
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงสถานกาณณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า ล่าสุด สถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงกว่าวานนี้ เนื่องจาก เมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักมาก โดยเฉพาะที่เทือกเขา อ.สิชล เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช
ส่วนเรื่องของการช่วยเหลือได้มีการอพยพประชาชนในพื้นที่ อ.นบพิตำ ทั้ง อตบ.นบพิตำ อบต.กรุงชิง โดยมีทหาร ตำรวจ และ อปพร.อยู่ในพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ในการบรรเทาทุกข์เบื้องต้น
นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า จะมีการประชุมร่วมกับ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี มาติดตามสถานการณ์ที่ อ.ปากพนัง และจะให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เดินทางไปดูพื้นที่ อ.หัวไทร ที่ถูกพายุงวงช้างเมื่อวานนี้ รวมถึงประสานหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือ และเตรียมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มอีก 3-4 อำเภอ อาทิ อ.เมือง สิชล พระพรหม หัวไทร และปากพนัง แต่ต้องดูการรายงานสรุปสถานการณ์อีกครั้ง
น้ำฝนหลากท่วมเทศบาลเมืองพัทลุงสูง 60-70 ซม.
เมื่อเวลา 02.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง ว่าหลังจากฝนตกหนักติดต่อกันยาวกว่า 4 โมงทำให้ปริมาณน้ำฝนบวกกับปริมาณน้ำสะสมเดิมในพื้นที่ ได้ไหลเข้าท่วมถนนทุกสายในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ระดับน้ำเฉลี่ยสูง 60 - 70 เซนติเมตร ส่งผลให้น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงและร้านค้า โดยไม่ได้มีการเตรียมการรล่วงหน้าเนื่องจากตลอดทั้งวันที่ 2 ม.ค. ฝนได้หยุดตก ทำชาวบ้านต้องขนย้ายข้าวของกันจ้าละหวั่น แต่ก็ยังมีข้าวของบางส่วนในร้านเสียหายเนื่องจากขนย้ายไม่ทัน ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิพัทลุงกู้ภัยการกุศลได้กระจายกำลังอาสาสมัครลงพื้นที่บอกเส้นทางและช่วยขนย้ายข้าวของประชาชนกลางดึก
โดยเฉพาะที่ด้านหน้า รพ.พัทลุง รถยนต์ของญาติผู้ป่วยที่จอดอยู่จำนวนหลายคันจมน้ำ ทางเจ้าหน้าที่ต้องนำกระสอบทรายมาปิดกั้นน้ำ ป้องกันน้ำหลากเข้าท่วมโรงพยาบาล
ขณะเดียวกันที่บริเวณถนนเอเชียช่วงพัทลุง - นครศรีธรรมราช รถสามารถวิ่งได้เพียงเลนเดียวเนื่องจากมีน้ำท่วมสูง ในส่วนถนนสายเพชรเกษม พัทลุง - ตรัง มีน้ำไหลผ่านถนนเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าสหกรณ์โคนมพัทลุงจำกัด และบริเวณแยกหัวถนนท่านช่วย และ หน้า สภ.บ้านนา ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ บางจุดรถสามารถวิ่งผ่านได้เลนเดียว รถเล็กต้องระมัดระวัง ระดับน้ำสูงประมาณ 40 - 50 ซม.
ถนนสายเอเชียหลังสวนชุมพรใช้การได้แล้ว
ตามที่น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมผิวการจราจรบริเวณถนนสายเอเชีย 41 หมู่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร และน้ำป่าได้ทะลักเข้าท่วมบริเวณพื้นลานชั้นล่างและชั้นหนึ่งของโรงพยาบาลหลังสวน สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตรล่าสุด ตำรวจ สภ.หลังสวน ระบุว่า ขณะนี้การจราจรสามารถผ่านได้ตามปกติ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง หลังจากเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา การจราจรติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากมีน้ำท่วมขังเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้ต้องประชาสัมพันธ์ให้ใช้ทางเลี่ยงยาวกว่า 40 กิโลเมตร ส่วนสถานการณ์ที่โรงพยาบาลหลังสวนก็กลับสู่ปกติแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรแล้ว
น้ำท่วมยะลาเด็ก9ขวบจมน้ำดับกว่า5หมื่นคนเดือดร้อน
เมื่อเวลา 09.00 น. มีรายงานจากศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดยะลา ได้ทำรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัย ห้วงระหว่างวันที่ 1-2 มกราคม 2555 ว่า พื้นที่จังหวัดยะลาประสบอุทกภัยรวม 6 อำเภอ 40 ตำบล 197 หมู่บ้าน มีราษฎรเสียชีวิตจากการจมน้ำ 1 ราย คือ ดญ.สารีตา สาอุ อายุ 9 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 6 ต.บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยจำนวน 51,189 ราย 15,300 ครัวเรือน อพยพ 1,645 ราย 405 ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย 4,640 ไร่ ปศุสัตว์ 22 ตัว บ่อปลา 40 บ่อ
บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 5 หลัง เสียหายทั้งหลัง 1 หลัง ถนน 55 สาย สะพาน 12 แห่ง ท่อระบายน้ำ 4 แห่ง โรงเรียน 11 แห่ง วัด 3 แห่ง อ่างเก็บน้ำ 1 แห่ง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่อุทกภัย กำลังกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายใน 2-3 วันนี้
อุตุฯเตือน5จว.ใต้ระวังน้ำป่า-ท่วมฉับพลัน
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 3 มกราคม 2555 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04.00 น. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลอันดามัน ทำให้บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา มีฝนตกหนักบางแห่งอาจมีน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ในบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างสูง 2-3 เมตร ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ สำหรับบริเวณพื้นที่เขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 4-6 ม.ค.55 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ส่วนในภาคเหนือมีฝนตกและอุณหภูมิลดลง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันที่ 3 ม.ค. ถึง 06.00 น.วันที่ 4 ม.ค.
ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศา สำหรับบริเวณยอดภู อากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-15 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา สำหรับบริเวณเทือกเขา อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 15-16 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นมา: อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป: มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.



