
'ทักษิณ-รัฐธรรมนูญ'วิกฤติปี2555
'ทักษิณ-รัฐธรรมนูญ'วิกฤติปี2555 : โต๊ะการเมืองรายงาน
สถานการณ์การเมืองไทยปี 2555 มีความเห็นที่หลากหลาย "ฝ่ายบริหาร" ก็มองว่าไม่น่าจะดุเดือดเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 เพราะทุกฝ่ายได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ในอดีต จะทำให้ทุกฝ่ายใจเย็นขึ้น ทำอะไรก็จะไตร่ตรองและสุขุมมากขึ้นกว่าเดิม
ขณะที่ "ฝ่ายค้าน" มองว่าขึ้นอยู่กับบทบาทที่รัฐบาลจะเลือกเล่น ในฐานะที่มีเสียงข้างมากในสภา และมีภาคประชาชนอย่าง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นกองหนุนนอกสภา รวมทั้งกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่มที่ให้การสนับสนุน
ถ้ารัฐบาลเลือกที่จะเน้นเดินหน้าพา "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" กลับบ้าน แก้กฎหมายที่ค้านต่อกระแสสังคมก็เชื่อว่าการเมืองไทยจะมีความเข้มข้นและดุเดือดไม่น้อยไปกว่าปี 2553
ประกอบกับการเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติจึงมีหลายฝ่ายเฝ้าจับตามองเรื่องการนำ "กฎหมาย" เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
เพราะพฤติกรรมของ "รัฐบาล" ได้สร้างความหวาดระวังให้แก่สังคมหลังจาก "คณะรัฐมนตรี" ทำลับๆ ล่อๆ ในการพิจารณา "ร่างพระราชกฤฎีกาอภัยโทษ" จนทำให้เกิดกระแสต้าน เพราะเกรงว่าจะเอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ
พฤติกรรมลับๆ ล่อๆ นี้ใช่ว่าไม่เคยเกิดเพราะในก่อนหน้าก็ไปร้องขอให้ญี่ปุ่นเปิดประตูรับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาแล้ว
หนักยิ่งกว่านั้น กระทรวงการต่างประเทศได้คืนพาสปอร์ตให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วเช่นกัน
แต่ถึงจะได้อะไรต่อมิอะไรไปแล้ว ปี 2555 ก็ยังต้องจับตาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้อะไรอีก ซึ่งคราวนี้พุ่งเป้าไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เบื้องต้นดูจะเห็นพ้องกันแล้วว่า ควรจะมี ส.ส.ร.มายกร่าง
ประเด็นที่มา หรือจำนวน ส.ส.ร.ดูจะเป็นเรื่องรอง เพราะเรื่องหลักนั้นอยู่ที่มาตรา 309 ที่เป็นบทบัญญัติปกป้อง คมช.และอันจะยาวไปถึงการตั้ง คตส.ที่บรรดาฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ มองว่าเป็น "ปฏิปักษ์" และนำมาซึ่งการยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ถ้าบทบัญญัติตามมาตรา 309 หายไป ก็เป็นคำถามว่า คดีความที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จะหายไปด้วยหรือไม่
นี่คือสิ่งที่จะชี้ชะตากรรมของบ้านเมืองในปี 2555
ความจริงถ้าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ติดโทษและหนีคุก ก็น่าจะได้เป็น "บุคคลแห่งปี" และในปี 2555 นี้ก็เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย คนบ้านเลขที่ 111 จะได้ออกมาเริงร่า หรือว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะปรับ ครม.ก็ดูเป็นเรื่องรองไปหมด
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเดียวที่ยังไม่อาจวางใจได้ก็คือ "กองทัพ" ที่แม้วันนี้ยังขาดเหตุขาดปัจจัยที่จะให้เข็นรถถังออกมา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหรือไม่มีโอกาสเลยเสียทีเดียว
หาก "รัฐธรรมนูญ" เป็นเหตุให้ความแตกแยกของประชาชนรุนแรงจนถึงขั้นเผชิญหน้ากัน ปะทะกัน ในวันนั้น กองทัพก็คงไม่อาจนิ่งเฉยปล่อยให้ "ไทยฆ่าไทย" แม้จะถูกข่มขู่จะแก้ พ.ร.บ.กลาโหม หากไม่ยอมนั่งเป็น "พระอันดับ" ก็ตาม
ทั้งหมดนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าต้องการ "เอาคืน" มากน้อยแค่ไหน และรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะสนองตอบอย่างไร
ทุกฝ่ายเป็นเส้นขนาน
"วรณัย พงศาชลากร" นักวิชาการอิสระ มองทิศทางการเมืองหลังปี 2555 จะมีความเข้มข้นและดุเดือด รัฐบาลต้องสร้างจุดเด่นและลบจุดด้อยในเรื่องการบริหารบ้านเมือง
ส่วนมีโหรทำนายว่าปี 2555 จะนองเลือดนั้น "วรณัย" เห็นว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูง มีการตั้งกลุ่มและสร้างองค์กรทางสังคมที่มีความเห็นไม่ตรงกันทำให้เกิดจุดขัดแย้ง ทุกฝ่ายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางบรรจบกันได้
นอกจากนี้ "วรณัย" มองว่าหากรัฐบาลจะเดินหน้าออกกฎหมายนิรโทษกรรมและกฎหมายปรองดอง ถ้าทำประชามติ หรือประชาวิจารณ์ แล้วมติชนะขาดก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ผ่านจะเป็นจุดขัดแย้งครั้งใหญ่
ปีหน้ารัฐบาลน่าจะเน้นเรื่องรัฐธรรมนูญ
"สมบัติ บุญงามอนงค์" แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ยังไม่กำหนดกิจกรรมที่จะเคลื่อนไหวหลังปีใหม่อาจจะมีรูปแบบไปทางประชุมกันภายในกลุ่มมากกว่า แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นหัวข้อใดบ้าง เป็นการเคลื่อนไหวต่อสาธารณะและยังไม่ได้เตรียมการอะไร
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดง "สมบัติ" มองว่า รัฐบาลยังไม่มีเครื่องมือหรือมาตรการในการสร้างความมั่นคงให้แก่คนเสื้อแดงอย่างชัดเจน เพราะช่วงนี้เกิดปัญหาหลายอย่าง ทำให้สับสนวุ่นวายกันไปหมด ต้องรอดูไปอีกสักระยะ อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึง
"ปีหน้ารัฐบาลน่าจะเน้นเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เรื่องอื่นคงเป็นแค่สีสันเล็กๆ น้อยๆ และอีกสักระยะน่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี และเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เพราะช่วงนี้เกิดปัญหาเยอะ ควรช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างแข็งขัน" แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงกล่าว
"ก่อแก้ว พิกุลทอง" ส.ส.รายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง บอกว่า คนเสื้อแดงเตรียมนัดประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหาร นปช.ชุดถาวร เพราะชุดปัจจุบันเป็นชุดรักษาการหลังจากแกนนำถูกคุมขัง เพื่อกำหนดบทบาทของกรรมการแต่ละคนให้ชัดเจน เนื่องจากมีบางคนเข้าไปเป็นข้าราชการการเมืองส่วนหนึ่ง จึงต้องเลือกกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแทน
ส่วนความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงหลังปีใหม่ "ก่อแก้ว" บอกว่า จะเร่งรัดรัฐบาลเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทางการเมืองทั้งคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง รวมทั้งร้านค้าและนักธุรกิจ หรือบุคคลอื่นๆ ด้วย จะเร่งรัฐบาลให้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น ส่วนกิจกรรมทางการเมืองก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ปี 55 การเมืองรุนแรงกว่าเดิมแน่ : นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์
แม้สถานการณ์การเมืองปี 2555 จะถูกจับตาว่าอาจมีความร้อนแรงเกิดขึ้น จากความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ในส่วนของการเมืองภาคประชาชนแล้ว มีคำยืนยันออกมาแล้วว่า ไม่ท้อ ไม่อ่อนแรง และจะจับตาการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะถ้ายังมีความพยายามดึงดันช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาประเทศไทยอย่างไร้ความผิด
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ประเมินว่าการเมืองปี 2555 ยังคงแตกเป็น 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มสนับสนุนทักษิณ กับกลุ่มต่อต้านทักษิณ โดยประเด็นที่จะจุดพลุให้การเมืองร้อนแรงขึ้นนั้น คาดว่าน่าจะมาจากเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญผ่านการเดินหน้าของกลุ่มเสื้อแดงที่เตรียมล่ารายชื่อ 5 หมื่นคนเสนอแก้ไข ประเด็นการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักสูงสุดของประเทศ และประเด็นการพยายามช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณให้พ้นผิด
"ผมมองว่าการเมืองปี 55 น่าจะรุนแรงกว่าปี 54 เพราะทักษิณต้องการกลับมาให้ได้ และต้องไม่ติดคุก ตอนนี้เขาก็เริ่มโหมโรงให้กองเชียร์ออกมาเตรียมพร้อม แต่หารู้ไม่ว่า ยิ่งทำแบบนี้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นตัวเรียกแขกชั้นดี ก็ดีไปอย่าง รัฐบาลจะได้จบไวๆ ถามว่ารัฐธรรมนูญปี 50 มันไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญจริงก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม ไม่ใช่ทำเพื่อปูทางให้แก่คนคนเดียว"
นอกเหนือจาก 3 เรื่องหลักแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีมองว่า อาจเป็นการสุมไฟการเมือง คือการจัดทัพแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปี ที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายน และการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม ที่อาจก่อกระแสความไม่พอใจให้แก่บรรดาขุนทหาร
สำหรับความเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชนในปี 2555 นั้น นพ.ตุลย์มั่นใจว่าจะมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่า ถ้ารัฐบาลยอมยุติการเคลื่อนไหวช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยุ่งเรื่องสถาบัน เราก็ไม่ไปก่อม็อบล้มรัฐบาลแน่นอน เพราะเราไม่ได้จ้องจะล้มรัฐบาลอยู่ร่ำไป
"แต่ถ้ารัฐบาลนี้ยังยืนยันจะทำเพื่อทักษิณ และไม่แก้ปัญหาหมิ่นเจ้า อันนี้เป็นเรื่องแน่ มันจะเกิดปฏิกิริยาแอ็กชั่น-รีแอ็กชั่นขึ้นมาทันที ถ้ารัฐบาลนี้อยากเรียกแขกก็เอาเลย เชิญทำดู แต่ทั้งหมดนี้ผมเชื่อว่าขึ้นอยู่กับทักษิณจะสั่งการอย่างไร ถ้าเขายอมอยู่ต่างประเทศไม่กลับมา รัฐบาลอาจอยู่ได้นานขึ้น มีคนถามว่าเราไม่เหนื่อยหรือที่ต่อสู้อย่างนี้ ผมบอกว่าไม่เหนื่อย แต่เหนื่อยใจกับการทำหน้าที่ของรัฐบาลแบบนี้มากกว่า"
...................
(หมายเหตุ : 'ทักษิณ-รัฐธรรมนูญ'วิกฤติปี2555 : โต๊ะการเมืองรายงาน)



