ข่าว

'ผบ.ตร.'เก้าอี้'อาถรรพณ์'

'ผบ.ตร.'เก้าอี้'อาถรรพณ์'

03 ม.ค. 2555

'ผบ.ตร.'เก้าอี้'อาถรรพณ์' :โต๊ะรายงานพิเศษ

                  ในที่สุดตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก็กลายเป็นสมบัติผลัดกันชมทางการเมืองไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
   
               ผบ.ตร.ที่มาจากรัฐบาลพรรคใด ก็ต้องจากไปเมื่อฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาครองอำนาจบริหารประเทศ
   
               อย่างกรณีล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ต้องลุกออกจากเก้าอี้ผบ.ตร. ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคง (สมช.) เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1 ขึ้นมานั่งบริหารองค์กรตำรวจแทน หลังจากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
   
               สถานะ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นพี่ชายของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายแท้ๆ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน
   
               อีกด้านหนึ่งผบ.ตร.ผู้นี้ก็มีความชอบธรรมที่จะขึ้นเป็นผู้นำสตช.มาหลายครั้ง แต่ถูกเบียดออกจากวงโคจร เหตุเพราะเป็นสายเลือดเดียวกับอดีตภรรยาผู้นำ เลยกลายเป็นฝ่ายแดงไปโดยปริยาย
   
               ในช่วงรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ เป็นจังหวะที่รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.คนที่ 6 ไปช่วยราชการสำนักนายกฯ ก่อนที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ซึ่งนั่งรักษาการนายกฯ ได้ออกคำสั่งให้กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง กระทั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลว่า พล.ต.อ.พัชรวาท มีความผิดทางอาญารวมทั้งวินัยร้ายแรงกรณีสั่งสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เก้าอี้ผบ.ตร. จึงว่างลงอีกครั้ง โดยมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาตินั่งรักษาราชการแทนจนเกือบเกษียณอายุราชการ
   
               ห้วงเวลานั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากนำชื่อ พล.ต.อ.ปทีป เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) แล้วไม่ผ่าน
   
               จนสุดท้ายเมื่อถึงวาระการแต่งตั้งประจำปีทดแทนผู้เกษียณอายุราชการ ชื่อของ พล.ต.อ.วิเชียร ก็ถูกนายอภิสิทธิ์หยิบยกขึ้นมาเสนอต่อ กตช.และได้เป็นผบ.ตร.คนที่ 7 ด้วยคะแนนเสียง 8-0 เอกฉันท์
   
               นับแต่นั้นมาองค์กรตำรวจก็ดูเหมือนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
   
               การทำงานของพล.ต.อ.วิเชียร แม้จะไม่หวือหวา แต่ก็ดำเนินไปได้ ส่วนหนึ่งเพราะรัฐบาลปชป. ไม่มีตัวเลือกนายตำรวจระดับ พล.ต.อ.มากนัก เนื่องจากเป็นฝ่ายค้านอยู่หลายปี ประกอบกับแกนนำใหญ่บางคนของพรรค ก็ยังสนับสนุนคู่เขย พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้นี้อยู่
   
               จวบจนถึงปลายสมัยรัฐบาลปชป.กลับมีชื่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ10) ขึ้นมาเฉิดฉายเนื่องจากทำงานได้เข้าตานายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ รับผิดชอบสตช.ยิ่งนัก เก้าอี้ของ พล.ต.อ.วิเชียร จึงสั่นสะท้านขึ้นทันที
   
               แต่สุดท้ายเมื่อมีการประกาศยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภา พร้อมจัดตั้งรัฐบาล บรรดาเกจิทั้งหลายฟันธงว่า ต้องมีการเปลี่ยนตัวผบ.ตร. อย่างแน่นอน
   
               แล้วก็ไม่เกินความคาดหมายเมื่อนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.พรรครักประเทศไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายพร้อมกับนำคลิปวิดีโอ บ่อนการพนันแห่งหนึ่งออกมาฉายได้อย่างเผ็ดร้อนถึงความไม่เอาไหนของผู้บริหารสตช. มีการปล่อยปละละเลยให้มีอบายมุขและยาเสพติดตามสถานบันเทิง
   
               และนี่คือเหตุผลสำคัญในการโยกพล.ต.อ.วิเชียร ไปนั่งเลขาฯ สมช.
   
               แล้วที่ประชุมกตช.ก็เลือก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ขึ้นมานั่งบริหารงานแทนก่อนเกษียณอายุราชการในอีก 1 ปี ข้างหน้า ท่ามกลางการป้อนคำหวานของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ รับผิดชอบสตช.ว่า ผบ.ตร. คนใหม่มากด้วยความสามารถ ทำงานดี และจากนี้ไปนโยบายด้านการปราบปรามยาเสพติดและอบายมุขจะเดินหน้าเต็มที่เนื่องจากได้คนที่เหมาะสมกับงาน
   
               ทว่า เส้นทางผบ.ตร.ในอดีตนั้นดูจะไม่สวยสดงดงามโรยด้วยกลีบกุหลาบนัก ยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถยืนหยัดอยู่จนเกษียณอายุราชการคือ พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ เนื่องจากดำรงตำแหน่งในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ปีเท่านั้น
   
               นอกนั้นล้วนประสบชะตากรรมไม่แตกต่างกัน เริ่มจาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร.คนแรก ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ในปี 2543 ท่ามกลางกระแสข่าวกำลังถูกปลดจึงชิงลาออกเพื่อไม่ให้เสียเกียรติประวัติ
   
               ผบ.ตร. คนที่ 2 พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อยู่จนครบเกษียณ
   
               ผบ.ตร. คนที่ 3 พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ถูกเด้งจากข้อกล่าวหาไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคดีสำคัญการอุ้มตัวนายสมชาย นีละไพจิตร ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ลงดาบทันที
   
               ผบ.ตร. คนที่  4 พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ หนึ่งในผู้ร่วมทำรัฐประหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แม้จะมีเพื่อนร่วมรุ่นชื่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคมช. แต่ก็ถูก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) สั่งมาช่วยราชการจนกระทั่งเกษียณอายุราชการเดือนกันยายน ปี 2547
   
               ผบ.ตร. คนที่ 5 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ถูกนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้ารัฐบาลสั่งมาช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อกล่าวหาทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง
   
               ผบ.ตร. คนที่ 6 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถูกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกฯ
   
               แล้วผบ.ตร.คนที่ 7 อย่าง พล.ต.อ.วิเชียร ก็ไม่พ้นบ่วงอาถรรพณ์เช่นกัน
   
               สำหรับผบ.ตร.คนที่ 8 นามว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ที่ขึ้นมานั่งตำแหน่งผู้นำตำรวจท่ามกลางความแข็งแกร่งบนเก้าอี้ในฐานะที่เป็นพี่ภรรยาอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งว่ากันว่ามีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินตัวจริงในขณะนี้ แต่กลับมีกระแสข่าวว่า นักการเมืองใหญ่ผู้ทรงอำนาจในรัฐบาลกำลังเจรจากับอดีตนายกฯ ขอให้รองผบ.ตร.ท่านหนึ่งขึ้นมานั่งเก้าอี้ผบ.ตร. 6 เดือนก่อนเกษียณอายุราชการ โดยเสนอให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ออกไปรับตำแหน่งทางการเมือง
   
               ข้อเสนอใหม่บนเก้าอี้อาถรรพณ์ตัวนี้จะเป็นจริงหรือไม่ คำตอบอยู่ที่การตัดสินใจของอดีตนายกฯ คนไกลบ้านกับเจ้าตัวว่าจะรับได้หรือไม่ !!

 

...................

 

(หมายเหตุ : 'ผบ.ตร.'เก้าอี้'อาถรรพณ์' :โต๊ะรายงานพิเศษ)