
ตร.ลั่น3ม.ค.เพิ่มมาตรการกดดัน'ครรชิต'
ตำรวจภาค 7 ถกเครียดความคืบหน้าคดียิงดับนายกอบจ.มหาชัย หลังไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ต้องสงสัย สั่งควานหาพยานหลักฐานเสริมรูปคดีให้แน่นหนา เผยผู้ครอบครองปืนขนาด.40 ต่างทยอยนำมาให้พิสูจน์ ลั่น 3 ม.ค.เพิ่มมาตรการกดดัน "ครรชิต" ให้ความร่วมมือตร.
พนักงานสอบสวนยังคงใช้ความพยายามในการคลี่คลายคดีที่นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร ถูกยิงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม หลังจากนำหมายเรียกวัตถุพยานจากศาลส่งให้นายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องสงสัย เพื่อให้นำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำตาล ทะเบียน กฉ 4124 นครศรีธรรมราช และอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก ขนาด .40 หมายเลข กท 54222747 มาตรวจสอบ ขณะที่ทีมกฎหมายของนายครรชิตออกมาปฏิเสธและบอกว่า ไม่เคยได้รับหมายเรียกวัตถุพยานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด
เมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ห้องประชุมชั้น 4 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.บวร นันทะยาวงศ์ รอง ผบช.ภ.7 ได้เรียกประชุมคณะทำงานร่วมชุดคลี่คลายคดีสังหารนายอุดร เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังจากล่าสุดทำหนังสือถึงนายครรชิต ผู้ต้องสงสัย เพื่อเรียกวัสดุของกลางปืน .40 มาตรวจสอบอีกรอบ
ในการประชุมมี พ.ต.อ.ชุมพล ฉันทะจำรัสศิลป์ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายจังหวัด, พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ในฐานะเจ้าของท้องที่, พ.ต.อ.ณัชชัชพงศ์ ศศลักษณานนท์ ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.อำนวยการ และ พ.ต.ท.โยธิน เธียรสุขสันต์ สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าของคดีในวันเกิดเหตุ
มีการรายงานว่า ได้ส่งหนังสือไปยังผู้ครอบครองปืนขนาด.40 ในเขต จ.สมุทรสาคร ทั้ง 7 คนแล้ว ซึ่งมีด้วยกัน 4 ราย ได้ให้ความร่วมมือนำเข้ามาพิสูจน์หลักฐานแล้ว ส่วนกรณีนายครรชิตยังไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
พล.ต.ท.บวร กล่าวว่า รูปคดีล่าสุดมีความแน่นหนาดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนกรณีที่ศาลยังไม่อนุมัติหมายค้นบ้านผู้ต้องหาตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่คงต้องทำงานมากขึ้น ซึ่งมอบให้ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร หาข้อมูลและรายละเอียดมากยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ออกหนังสือหมายเรียกพยานวัตถุ (ครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2555 ไปยังบ้านเลขที่ 560/182 ถ.สุขาภิบาล ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อแจ้งให้นายครรชิตนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำตาล ทะเบียน กฉ 4124 นครศรีธรรมราช และอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก ขนาด.40 หมายเลขทะเบียน กท 54222747 ที่มีอยู่ในความครอบครอง มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ตรวจสอบในเวลา 13.00 น. วันที่ 3 มกราคม
อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบนางทัศนีย์ ทับสุวรรณ มารดาของนายครรชิต ซึ่งแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า นายครรชิตไม่อยู่ และไม่ได้เซ็นรับเอกสาร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าได้มาแจ้งเรียกของกลางในวันนี้ และมอบหนังสือดังกล่าวไว้ 1 ฉบับ
พ.ต.อ.จำแรง กล่าวว่า วันที่ 3 มกราคม จะครบกำหนดระยะเวลาที่นายครรชิตจะต้องส่งหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ หากนายครรชิตไม่ให้ให้ความร่วมมือก็ต้องดูขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ที่จะหาทางกดดันให้นายครรชิตให้ความร่วมมือให้ได้
"ขั้นตอนต่อไปคือการออกหมายเรียกขอตรวจสอบของกลางในคดีเป็นครั้งที่ 3 ถ้าออกหมายเรียกครบถึง 3 ครั้งแล้ว นายครรชิตยังไม่ยอมนำอาวุธปืนและรถกระบะมาให้ตำรวจตรวจสอบ ก็จะทำหนังสือชี้แจงข้อมูลทั้งหมดต่อศาลจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขอให้พิจารณาออกหมายค้นต่อไป" ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาครระบุ
ด้านนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตส.ส.สมุทรสาคร น้องชายนายอุดร กล่าวว่า ครอบครัวเริ่มทำใจต่อการเสียชีวิตของพี่ชายคนโต และได้หารือกันถึงการเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งนายกอบจ.สมุทรสาครที่ว่างลงว่าจะดำเนินการอย่างไรกันต่อไป คาดว่าคงได้คำตอบในเร็ววันนี้
พร้อมกันนี้อดีตส.ส.สมุทรสาครยังแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ที่ปรึกษาด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นทีมทนายนายครรชิต ที่ออกมารับประกันว่าจะพานายครรชิตไปยิงเป้าที่สนามหลวง หากนายครรชิตเป็นคนยิงนายกอุดรจริง ว่า เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม คนที่มีสถานะทางสังคมเป็นถึงผู้แทนประชาชน ไม่ควรจะพูดเช่นนี้ ควรรู้หน้าที่ของตนเอง ทั้งนี้จะให้สังคมเป็นผู้ตัดสินคำพูดนี้



