ข่าว

น้ำคลองหาดใหญ่เอ่อท่วมควนลัง2เมตร

น้ำคลองหาดใหญ่เอ่อท่วมควนลัง2เมตร

02 ม.ค. 2555

น้ำในคลองหาดใหญ่เอ่อท่วมบ้านเรือน ร้านค้า ควนลังบางจุดสูงกว่า 2 เมตร นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย-สิงคโปร์หนี นครศรีธรรมราชวิกฤตหลายจุด ปัตตานีเริ่มคลี่คลายหลังฝนตกน้อยลง สายเอเซีย41ชุมพรขาขึ้นกทม.รถเล็กผ่านไม่ได้

               2ม.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในคลองสายต่างๆทั่วทั้งพื้นที่ อ.หาดใหญ่   จ.สงขลา ยังคงเต็มไปด้วยปริมาณน้ำจำนวนมาก ที่ไหลลงมาจากพื้นที่ อ.สะเดา เพื่อระบายออกสู่ทะเลสาบสงขลา อย่างเช่น คลองโปะหมอ พื้นที่ ต.บ้านพรุ เป็นคลองอีกสายหนึ่งที่มีปริมาณน้ำเอ่อล้นจนไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและร้านค้า ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ลำคลอง     โดยเฉพาะร้านอาหารมุมโปรด ตั้งอยู่ริมถนนสายโปะหมอ - กองบิน 56 และอยู่ใกล้ริมคลองสายนี้ น้ำจากคลองได่เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมจนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเปิดร้านให้บริการลูกค้าได้

               นางบุญมา ทรงงาม แม่ครัวประจำร้านอาหารแห่งนี้ ซึ่งตกเป็นผู้ประสบภัยด้วย   กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่รุนแรงเหมือนช่วงปลายปี 2553 ตอนนั้นระดับน้ำสูงมาก ครั้งนี้ความเสียหายน้อยกว่า 


ควนลังบางจุดสูงกว่า2เมตร


               นายอนุภาพ ทับพรหม  หัวหน้าฝ่ายสำนักงาน สำนักปลัดเทศบาลตำบลควนลัง  อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ในพื้นที่เทศบาลควนลังกว่าร้อยละ 80 ขณะนี้ถูกน้ำที่เอ่อล้นจากจากแม่น้ำสายต่างๆ โดยเฉพาะครอง ร.1 ส่งผลให้บางจุดมีระดับน้ำท่วมขังสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนพรุฉิมพลี ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ1เมตร ส่วนหมู่บ้านฟ้าใส มีระดับน้ำสูงกว่า2เมตร
   
               นายอนุภาพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการระดมเจ้าหน้าที่อุปกรณ์เครื่องไม่เครื่องมือออกให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน เพราะได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า โดยมีการจัดศูนย์อพยพผู้ประสบภัยไว้ที่โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานเทศบาลควนลัง ได้ถูกน้ำไหลเข้าท่วมแล้วเช่นเดียวกัน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำได้ไหลถนนสายเอเชียบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เส้นทางหาดใหญ่-สนามบิน หาดใหญ่ มีระดับน้ำท่วมขังสูง 60-70เซนติเมตร ส่งผลให้การจราจรบริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างยากลำบากโดยเฉพาะรถเล็ก


นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย-สิงคโปร์หนี


               นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร นายกสมาคมธุรกิจโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่าจากภาวะน้ำท่วม อ. หาดใหญ่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้ทยอยเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงยกเลิกการเข้าพัก โดยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่ก่อนเทศกาลปีใหม่เหลือแค่เพียง15-20เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากจำนวนห้องพักที่ถูกจองเต็มทั้งหมดจำนวน20,000ห้อง
   
               นายสมชาติ กล่าวต่อว่า  ขณะนี้ได้เตรียมหาแนวทางเร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้หนักและรุนแรงหากเทียบกับเมื่อวันที่1 พ.ย.2553 เพราะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความเป็นห่วงว่าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะทำให้ภาพลักษณ์และแนวทางรวมถึงแผนงานการท่องเที่ยวของเมืองหาดใหญ่ในปีนี้  จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

 

ผู้ว่าฯสงขลาเสนอใช้1,000ล้านขยายคลองอู่ตะเภา


                นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  กล่าวว่า ถ้าฝนไม่ตกคาดว่าภายใน 48 ชั่วโมง นับจากเวลา 06.00 น.วันที่ 2 ม.ค. น้ำก็จะลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยได้สอบกับสำนักงานอุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จังหวัดสงขลาที่เฝ้าติดตามสภาพอากาศตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. จนถึงวันที่ 2 ม.ค. ยังไม่มีฝนตก แต่หลังจากนี้ไปประมาณวันที่4-5-6 ม.ค.อาจจะมีฝนตก แต่จะตกเป็นระยะๆ จะไม่ตกติดต่อกัน 25 ชั่วโมงหรือ 28 ชั่วโมง เหมือนคืนวันที่ 31 ธ.ค.2554และวันที่ 1 ม.ค.2555

                 สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมครั้งนี้ที่มีน้อย  เกิดจากส่วนราชการต่างๆไม่ว่าทางจังหวัด  ทางเทศบาลนครหาดใหญ่  ตำรวจ ทหาร ที่เข้ามาช่วย สามารถบริหารจัดการภาวะวิกฤติจากน้ำท่วมครั้งนี้ได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ตัวเลขความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ระดับ 100 ล้านบาททั้ง 12 อำเภอ รวมอำเภอหาดใหญ่ด้วย ไม่เสียหาย 1,000 ล้านบาท หรือ 10,000 ล้านบาทเหมือนที่ผ่านมา  เช่น บ้านพัง ถนนในหมู่บ้านเสีย ที่ต้องเข้าไปซ่อมให้เขา

                "เร่งให้มีการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคนได้รับการเยียวยา เบื้องต้นเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทตามเกณฑ์ทั่วประเทศต้องเร่งดำเนินการ" ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  กล่าวและว่า
 
                นอกจากนี้น้ำท่วมครั้งนี้ยังมีความสูญเสียอีกอย่างคือความสูญเสียทางธุรกิจ  การท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีคนทวิตเตอร์บอกกว่าน้ำจะท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของหาดใหญ่ภายใน  4 ชั่วโมง 8 ชั่วโมงในช่วงเย็นของวันที่ 1 ม.ค. ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวล เดินทางกลับประเทศก่อนกำหนด"

                ส่วนการจะมีการยกเลิกประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยสำหรับ 12 อำเภอนั้น  นายกฤษฎา กล่าวว่า  ต้องรอให้ผ่าน 48 ชั่วโมงไปก่อน แล้วค่อยมาพิจารณากัน เพื่อให้แน่ใจก่อน เพราะเรื่องของดินฟ้าอากาศบางครั้งก็ไม่สามารถทำนายได้แม่นยำ  เนื่องจากในขณะนี้จังหวัดสงขลาเราคณะทำงานติดตามสภาพอากาศและน้ำ มีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ทุก 24 ชั่วโมง

                 "สาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมหาดใหญ่ใน 8 ชุมชนครั้งนี้ เกิดจากปริมาณน้ำที่มีมากกว่าขีดความสามารถการระบายของคลองอู่ตะเภาประมาณ 900 ล้านลบม./วินาที แต่ปริมาณน้ำที่มีประมาณ 1,100 ล้าน ลบม./วินาที แต่ยังไม่ถึง 1,600 ล้านลบม.เหมือนปี 53"
     
                 ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวน้ำท่วมหาดใหญ่ ในขณะที่ทางจังหวัดสงขลา ให้สำนักงานชลประทานจังหวัดขยายคลองอู่ตะเภา ทำประตูระบายเพิ่มมากขึ้น โดยใช้งบประมาณระดับ 1,000 ล้านบาท แต่ว่าถ้าเราลงทุน 1,000 ล้านบาทแล้วเราสามารถดูศูนย์กลางเศรษฐกิจที่หาดใหญ่ไม่เสียหายเป็น 10,000 ล้านบาท คุ้มค่า

                "เรื่องนี้ผมไปค้นดูที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสไว้เมื่อปี 2531 กับอดีตท่านอธิบดีกรมชลประทานไว้แล้ว ว่า การลงทุนการแก้ปัญหาที่ อ.หาดใหญ่นั้น ลงทุนมากแต่ว่าคุ้มค่า เพราะสามาารถป้องกันชีวิตและทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาลนั้นเป็นเรื่องที่คุ้มทุน ผมได้คัดลอกพระราชดำรัสตรงนี้เสนอเป็นเมกกะโปรเจ็คขึ้นไปที่รัฐบาลพิจารณาอนุมัติ ในการขยายคลองอู่ตะเภา และเพิ่มประตูระบายน้ำให้เราด้วย ตอนนี้เสนอไปแล้ว"  ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าว



นครศรีฯวิกฤตน้ำป่าถล่มหลายจุด


               ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 2 วัน ปรากฏว่าได้เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงใน อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้มีน้ำหลากเข้าท่วม  ที่ บ้านเผียน บ้านสามเทพ บ้านวังส้าน ต.เทพราช และ ต.ฉลอง  อ.สิชล  ถนนหลายสายในพื้นที่ถูกกระแสน้ำตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านต้องอพยพตนเองออกมาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนบ้านเผียน ต.เทพราช
   
               ขณะเดียวกันน้ำในคลองท่าทนเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำได  เพราะไฟฟ้าดับ ไม่สามารถใช้งานมอเตอร์ไฮดรอลิคเปิดประตูระบายน้ำได้ขณะเดียวกันน้ำป่าได้ทะลักท่วมข้ามถนนสาย 401 ช่วงกิโลเมตรที่ 36 ต.สิชล อ.สิชล ระดับสูงกว่า 80 ซม.รถทุกชนิดไม่สามารถใช้การได้    ที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช กระแสน้ำป่าได้ไหลหลากอย่างรุนแรงและต่อเนื่องมาตามลำห้วยสายต่างๆในพื้นที่ ต.กรุงชิง ต.นบพิตำ ทำให้ถนนถูกตัดขาดไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ ตงกรุงชิง ได้แล้ว กระแสน้ำได้พัดพาเอาต้นไม้ใหญ่น้อยถอนรากถอนโคมากระแทกกับตอม่อสะพานอย่างรุนแรงต่อเนื่องเสียงดังสนั่นตลอดเวลา สะพานสะเทือนเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ของ อบต.นบพิตำ และ อบต.กรุงชิง ได้ใช้รถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงเปิดสัญญาณไซเรนแจ้งเตือนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และอพยพออกจากพื้นที่ในจุดเสี่ยง
   
               นายพล จันทร์ชุม นายก อบต.กรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า น้ำป่าได้หลากลงมาอย่างรุนแรงขณะนี้ทำให้ถนนถูกตัดขาดไปแล้วหลายจุด เช่นที่ ม.1 ,ม.10 ต.กรุงชิง  และล่าสุดนั้นมีดินโคลนถล่มอยู่ที่ ม.8 ต.กรุงชิง มีบ้านเสียหาย 1 หลัง
   
               ส่วนที่ อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไต้เต๊กเซี่ยงตึ๊ง ได้พยายามเข้าให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ในน้ำตกท่าหา ต.กำโลน อ.ลานสกา เนื่องจากน้ำป่าได้ทะลักลงมาจากเทือกเขาหลวง ผ่านลงมายังลำคลองท่าดี ซึ่งเป็นลำคลองสายหลักในการถ่ายเทน้ำจากเทือกเขาหลวงอย่างรุนแรง โดยมีรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวติดค้ารวม  70 คน แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถข้ามกระแสน้ำไปให้การช่วยเหลือได้ โดย พ.ต.อ.สุตรีธา อ่อนสด ผกก.สภ.ลานสกา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปประสานในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
   
               นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช  กล่าวว่า เตรียมที่จะประกาศพื้นที่ภัยพิบัติใน 3 อำเภอ คือ อ.นบพิตำ อ.สิชล อ.ท่าศาลา  เพื่อให้การช่วยเหลือตามกรอบขั้นตอนทางกฎมายในการอนุมัติงบประมาณและส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


นักท่องเที่ยวยังคงยืนยันที่จะอยู่ในพื้นที่ต่อ

   
                 นายวิโรจน์กล่าวด้วยว่า ได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขณะนี้ได้สั่งการให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสร้างสะพานชั่วคราวขึ้นใหม่ เพื่อให้สัญจรและออกสู่ภายนอกได้ ขณะเดียวกันในพื้นที่อ.ลานสกา หลังจากเกิดฝนตกหนัก และลมกรรโชกแรง ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายบริเวณหมู่ที่ 9 บ้านท่าหา ต.กำโลน อ.ลานสกา ได้มีนักท่องเที่ยว จำนวน 75 คน ติดอยู่ที่ท่าหารีสอร์ท ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้  ทางอำเภอลานสกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลำเลียงอาหารกล่อง เข้าไปให้แล้วโดยหลังจากที่ระดับน้ำป่าลดระดับและความรุนแรงลงนักท่องเที่ยวมีกำลังใจดีขึ้นและขออยู่ต่อในที่พักและขอเพียงเสบียงเข้าไปสนับสนุนเท่านั้น


ปัตตานีเริ่มคลี่คลายหลังฝนตกน้อยลง


               สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปัตตานี ปรากฏว่าวันนี้ในพื้นที่มีฝนตกน้อยลง ระดับน้ำท่วมลดลง แต่ยังมีบางตำบล ใน  อ.มายอ น้ำจากภูเขายังไหลหลาก และน้ำที่เอ่อล้นจากคลองส่งน้ำของชลประทานปัตตานี ได้ไหลเข้าท่วมในหลายหมู่บ้านใน ต.สะกำ อ.มายอ จ.ปัตตานี ระดับน้ำสูง 30-50 ซม.โดยเฉพาะในพื้นที่ ม.3 ม.4 ต.สะกำ อ.มายอ จ.ปัตตานี  กว่า 600  ครัวเรือน และโรงเรียนตาดีกา มัสยิด และสถานที่ราชการระดับตำบลและถนนในหมู่บ้าน น้ำได้เข้าท่วมได้รับความเสียหาย
   
               สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเริ่มสูงขึ้น เนื่องจากมวลน้ำจากตอนบนในพื้นที่ จ.ยะลา และน้ำป่าที่ไหลหลากลงสู่แม่น้ำปัตตานี ได้เคลื่อนตัวมาที่ปลายน้ำในพื้นที่ อ.เมือง  จ.ปัตตานี เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำปัตตานี และพื้นที่ราบลุ่มในเขตอำเภอเมือง ได้เตรียมขนของไว้ที่สูงแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ ม.1-2 ต.ปะกาฮารัง, ม.8 ต.บาราเฮาะ, ม.8 บ้านกูนิง ต.ประจัน อ.ยะรัง ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

 

น้ำท่วมนราฯยังสูงต่อเนื่องจนท.เร่งอพยพชาวบ้าน

                ที่ จ.นราธิวาส หลังจากที่ฝนได้หยุดตกลงมาในช่วงเช้า ล่าสุดฝนได้ตกลงมาอีกครั้งแต่ไม่หนักมากนักและปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้ง 3 สาย คือ แม่น้ำสุไหงโก-ลกบางนราและแม่น้ำสายบุรี มีปริมาณน้ำล้นตลิ่งและสูงขึ้นจากช่วงเช้าที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ในระดับความสูงเฉลี่ย 110-140 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 2 ชุมชน ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก คือ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่ชุมชนบือเร็ง และชุมชนหัวสะพาน จำนวน 27 ครัวเรือน รวม 158 คน ไปอาศัยอยู่ชั่วคราวที่ศูนย์อพยพซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนเทศบาล4




สายเอเซีย41ชุมพรขาขึ้นกทม.รถเล็กผ่านไม่ได้


         
      พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศีร ผกก. สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้รับแจ้งว่า มีน้ำป่าไหลทะลักท่วมผิวการจราจร บนถนนเอเซีย 41 จึงระดมกำลังตำรวจ หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวนรุดไปที่เกิดเหตุ  ที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำหลังสวนในช่องทางขาขึ้น กทม. พบว่ามีน้ำป่าไหลทะลักจากภูเขาม่วงริม ถนนเอเซีย41 เข้าท่วมผิวการจราจรบนถนนเอเซีย41 ระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม.ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านไปได้

              จึงได้สั่งการให้ปิดการจราจร บนสะพานข้ามแม่น้ำหลังสวนในช่องขาขึ้น กทม. ให้ใช้ช่องทางขาล่องใต้เพียงช่องทางเดียว ส่งผลให้รถที่กำลังมาจาก ภาคใต้มุ่งหน้ากรุงเทพฯ ติดยาวเหยียดร่วม 10 กม.นอกจากนั้นบนถนนเอเซีย 41 ในพื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร และอีกหลายจุด ในพื้นที่ อ.หลังสวน ก็ได้เกิดน้ำป่าไหลทะลักท่วมบนถนนด้วยเช่นกัน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก
    
              ทั้งนี้ตั้งแต่  06.00 น.ของวันที่ 2 ม.ค. ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ของ จ.ชุมพร ตั้งแต่ อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน อ.ละแม  ทำให้ หลายพื้นที่ มีน้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านอย่างรวดเร็ว อาทิ หมู่ที่ 1 ต.ละแม หมู่ที่ 8 ต.ทุ่งหลวง อ.ละแม ระดับน้ำสูงร่วม 2เมตร ส่งผลให้ทรัพย์สิน ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ในพื้นที่ หมู่ที่ 13 ต.วังตะกอ

น้ำป่าหลากท่วมกาญจนดิษฐ์

              
หลังจากที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี  ตลอดคืนวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่  โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์  น้ำป่าจากเทือเขาในเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่  ต.คลองสระ  ต.ป่าร่อน และ ต.กรูด ถนนเชื่อมหมู่บ้านต่างๆถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 80 เซนติเมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ความแรงของน้ำป่าได้กัดเซาะคอสะพานขาดหลายส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนถูกตัดขาด  

              นายธีระยุทธ  เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทางอำเภออพยพชาวบ้านในจุดเสี่ยงมาอาศัยอยู่ในจุดที่ปลอดภัย พร้อมประกาศเตือนให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำต่อจาก 3 ตำบล เตรียมพร้อมรับสถานการณ์เนื่องจากยังมีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง