ข่าว

สายอีสานเริ่มเดินทางกลับกทม.แล้ว

สายอีสานเริ่มเดินทางกลับกทม.แล้ว

02 ม.ค. 2555

โคราชเล็งเปิดช่องทางพิเศษให้วิ่งสวนทาง ด้าน ขอนแก่น เสริมรถกลับกรุงฯ เพิ่มขึ้น 18 เที่ยว รถไฟฟรี 18 โบกี้ ส่วน บุรีรัมย์ ขนส่งเสริมรถ 84 คัน ยันไม่ตกค้าง รถไฟเที่ยวกลับถูกจองเต็มถึง 4 ม.ค.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค.55  นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 8 กรมทางหลวง รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา-บุรีรัมย์-ปราจีนบุรี และสระแก้ว เปิดเผยว่า ประชาชนเริ่มเดินทางกลับไปเตรียมทำงานในวันที่ 4 ม.ค. ทำให้มีรถใช้เส้นทาง ถ.มิตรภาพ ด้านขาล่อง มุ่งหน้าเข้าสู่เขตภาคกลางจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับปริมาณรถที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จึงจะปิดจุดกลับรถชั่วคราว 29 จุด บน ถ.มิตรภาพ ระหว่างทางแยกนครราชสีมา หรือทางแยกบิ๊กซีโคราช ถึง ต.แก่งคอย สระบุรี และ ถ.มิตรภาพ เส้นทางระหว่าง จ.ขอนแก่น ถึง จ.นครราชสีมา จะปิดจุดกลับรถชั่วคราว 18 จุด จากจำนวนทั้งสิ้น 57 จุด รวมทั้งการปิดทางเข้า-ออก บางช่วง

          นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมหากปริมาณรถหนาแน่นมาก ด้วยการเปิดช่องทางพิเศษชั่วคราว เพื่อให้รถยนต์แล่นสวนทางกัน ดังนี้

1. ที่หลักกิโลเมตรที่ 204-208 บ้านโนนทราย ถึงทางแยกตลาดแค อ.โนนสูง

2. ที่หลักกิโลเมตรที่ 175 ถ.มิตรภาพ ถึงช่วงรอยต่อระหว่าง เส้นทางเลี่ยงเมือง ถ.สามแยกปักธงชัย-จอหอ หลักกิโลเมตรที่ 17 บ้านหนองกระดังงา ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง

3. ที่หลักกิโลเมตรที่ 103 ถ.มิตรภาพ ถึงทางแยกต่างระดับสีคิ้ว หลักกิโลเมตรที่ 91

4. ที่หลักกิโลเมตรที่ 51-54 ด่านตรวจเขาบันไดม้า ถึงฟาร์มโชคชัย อ.โชคชัย

          ในช่วงผ่านทางร่วม-ทางแยก ได้วางวัสดุที่ไหล่ทาง มีกรวยทาง , แท่งคอนกรีต และยางรถยนต์ เพื่อบังคับการจราจร ให้ยานพาหนะแล่นตามกัน มิให้ผู้ขับขี่เร่งความเร็วแซงซ้าย หรือเบียดแทรกในบางช่วง ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันได้

 

ขอนแก่น เสริมรถบริการ ปชช.กลับกรุงฯ เพิ่มขึ้นวันละ 18 เที่ยว รถไฟฟรี 18 โบกี้

 

          ที่ห้องประชุม ปภ.จังหวัดขอนแก่น นายพยัต ชาญประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วม ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ จ.ขอนแก่น เพื่อประชุมสรุปสถานการณ์ในช่วง 7 วันอันตราย ในเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น หลังจากผ่านไป 4 วัน พบว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 23 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 25 คน ผู้เสียชีวิต 1 คน เทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมาถือว่า มีสถิติลดลง สำหรับทั่วประเทศจังหวัดที่มีอุบัติเหตุมากสุดคือ จ.เชียงราย ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากสุดคือ จ.บุรีรัมย์ 14 ราย รองลงมาคือ นครราชสีมา 6 ราย

          โดยการประชุมครั้งนี้ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้กำชับเรื่องการกวดขันบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรให้เน้น 4 ข้อหาคือ เมาไม่ขับ , ไม่สวมหมวกกันน็อค , ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด และตัดหน้ากระชั้นชิด โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีขายตามถนนทั่วไป โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเข้มผ่านไป 4 วัน มีการเรียกตรวจยานพาหนะไปแล้ว 258,944 คัน มีการดำเนินคดีกับผู้ไม่สวมหมวกนิรภัยไปแล้ว 5,793 ราย ส่วนมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัยดำเนินคดีไป 2,726 ราย , เมาแล้วขับ มีการดำเนินคดีไปแล้ว 290 ราย , ไม่คาดเข็ดขัดนิรภัย ดำเนินคดีไปแล้ว 4,078 ราย , ขับรถเร็วเกินกำหนด ดำเนินคดีไปแล้ว1,284 ราย , ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ดำเนินคดีไปแล้ว 2,028 ราย , ขับรถย้อนศร ดำเนินคดีไปแล้ว 1,876 ราย , แซงในที่คับขัน ดำเนินคดีไปแล้ว 2,063 ราย , ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ดำเนินคดีไปแล้ว 809 ราย , ขับรถไม่มีใบขับขี่ ดำเนินคดีไปแล้ว 6,695 ราย อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงคือ หนองเรือ , เขาสวนกวาง , น้ำพอง

          นายพยัต เปิดเผยว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจากการตรวจเช็คและเก็บสถิติของ ศูนย์ปฏิบัติการร่วม ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ จ.ขอนแก่น พบว่า ส่วนใหญ่การเกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังมาจากเหตุ เมาสุรา 50% ส่วนที่เหลือคือ ขับรถเร็ว 16 .67% รถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังเป็น มอเตอร์ไซค์ 77.78% , รถปิคอัพ 11.11% ถนนที่เกิดอุบัติเหตุมากคือ ถนนในตำบล-หมู่บ้าน 77.78% รองลงมาคือ ทางหลวงแผ่นดิน (มิตรภาพ) 11.11% 

          อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.54 เป็นต้นไป เป็นช่วงที่ประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก จังหวัดขอนแก่นได้หาลือกับทางขนส่งจังหวัดขอนแก่นแล้วพร้อมจัดรถบริการเสริมจากเดิมเพิ่มขึ้นมาอีกวันละ 18 เที่ยว และจะเพิ่มขึ้นอีกในวันที่ 3 ม.ค.นี้ ส่วนค่าเดินทางราคาปกติ หากพบเห็นการคิดค่าเดินทางเพิ่มขึ้น โทรแจ้งได้ที่หมายเลข 1584 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และทางสถานีรถไฟขอนแก่น มีการจัดรถไฟฟรีเป็นเที่ยวเสริมเส้นทาง กรุงเทพ - ขอนแก่น ด้วยในวันที่ 3-4 ม.ค.นี้ ในเวลา 22.45 น. มีทั้งหมด 18 โบกี้ ใครที่ต้องการนั่งรถไฟฟรีกลับตามเส้นทาง ขอนแก่น - กรุงเทพ ก็สามารถใช้บริการได้

 

บุรีรัมย์ ขนส่งเสริมรถ 84 คันยันไม่ตกค้าง ตั๋วรถไฟเที่ยวกลับถูกจองเต็มถึง 4 ม.ค.

 

          ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนที่เดินทางกลับมาเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ยังภูมิลำเนา และตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในช่วงหยุดยาว เริ่มทยอยเดินทางกลับก่อนล่วงหน้า เพื่อไปทำงานยังกรุงเทพฯ และตามจังหวัดต่าง ๆ เพราะเกรงว่าหากเดินทางกลับในวันหยุดวันสุดท้ายรถจะหนาแน่นไม่มีที่นั่ง ส่งผลให้บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร และสถานีรถไฟบุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ตั๋วรถไฟเที่ยวกลับปลายทางกรุงเทพฯ ได้ถูกจองเต็มล่วงหน้าทุกที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 1-4 ม.ค.แล้ว

          นายนภดล สุทธิจิตร์ นายสถานีเดินรถบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทางสถานีรถไฟได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับ ที่ยังไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้า สามารถชื้อตั๋วเดินทางกลับในขบวนรถเสริมที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดเตรียมไว้บริการประชาชนเพิ่มอีก 4 ขบวน ทั้งนี้ก่อนรถออกเดินทางจะตรวจทั้งความพร้อมของรถ และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ สภาพร่างกาย พนักงานขับรถทุกคัน ทั้งกำหนดให้มีการสับเปลี่ยนพนักงานขับรถทุก 4 ชั่วโมง เพื่อความปลอดของผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับ หรือหากผู้โดยสารรายใดถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือใช้วาจาไม่สุภาพจากพนักงานประจำรถ สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์รับร้องเรียนฯ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารได้ทุกแห่ง เพื่อจะได้ดำเนินการเอาผิดกับบุคคลดังกล่าว

          ส่วนสถานีขนส่งผู้โดยสารได้จัดเตรียมเที่ยวรถเสริมทั้งจังหวัดจำนวน 84 คัน ตลอดทั้งวัน เชื่อว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารที่เดินทางกลับได้ โดยไม่ตกค้างและทันต่อการทำงาน อย่างก็ตามในห้วง 7 วันอันตราย จังหวัดบุรีรัมย์มีผู้บาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุแล้ว 38 ราย เป็นชาย 22 ราย หญิง 16 ราย และเสียชีวิต 16 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 11 ราย 

 

หนองบัวลำภูนักท่องเที่ยวพาครอบครัวแห่ชมไดโนเสาร์

          บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ตาสถานที่ท่องเท่ยวต่างๆยังคงคึกคัก แม้ว่าจะใกล้ถึงวันทำงานตามปกติแล้วก็ตาม โดยเฉพาะที่พิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี บ้านห้วยเดื่อ ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ริมถนนสายหนองบัวลำภู - อุดรธานี ห่างจากตัวเมือง  10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการขุดค้นพบซากหอยโบราณดึกดำบรรพ์และโครงกระดูกไดโนเสาร์  มีอายุกว่า 150 ล้านปี  ซึ่งต่อมาจังหวัดหนองบัวลำภู และ อบต.โนนทัน ได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดหนองบัวลำภู โดยได้มีการจัดสร้าง อาคารที่เก็บหอยหินโบราณ โครงการกระดูกไดโนเสาร์โบราณไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้ และจัดสร้างอาคารแสดงเกี่ยวกับวิวัฒนาการของไดโนเสาร์  ดิน หิน ดวงดาวและมนุษย์ไว้ให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ 

          นอกจากนั้นภายในยังมีไดโนเสาร์ดิ้นได้ ที่สามารถเค ลื่อนไหวไปมาได้ ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเด็กๆจะชื่นชอบกับการได้เห็นไดโนเสาร์ดิ้นได้ มีเสียงร้องและลูกตาเคลื่อนกระพริบตาไปมาได้เป็นอย่างมาก  บางครอบครัวแวะท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก่อนเดินทางกลับไปทำงาน ทำให้มีผู้มาเที่ยวชมกันอย่างคึกคักตลอดวัน