
ศาลอนุญาตฝากขังคนร้ายชิงทรัพย์ธ.กสิกร
ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก หนุ่ม 21 ปี ชิงทรัพย์ ธ.กสิกรไทย รัชดา เชิดเงินหนีกว่า 4 แสน สุดท้ายถูกจับวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธ.ค. ขณะที่ ตร. ค้านประกันกลัวหนี ส่วนเจ้าตัวต้องเข้าเรือนจำ ญาติยังไม่ยื่นประกัน
วันที่ 2 ม.ค.55 เวลา 11.30 น. ร.ต.อ.จิรัชชัย ศุภวิรัชบัญชา พนักงานสอบสวน สน. ห้วยขวาง ควบคุมตัว นายกฤษณะ ไสยแก้ว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 323/231 ซ.สายไหม 33 ( หมู่บ้านกรุงทอง) แขวง-เขต สายไหม กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2023/2554 คดีชิงทรัพย์เงินธนาคารกสิกรไทย สาขาโรบินสัน รัชดาภิเษก มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 -13 ม.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เพราะต้องสอบพยานอีก 7 ปาก รอผลตรวจประวัติการต้องโทษผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันด้วย เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.54 เวลา 13.00 น. ผู้ต้องหา ซึ่งแต่งกายสวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงสีดำ สวมหมวกนิรภัยสีดำปิดบังใบหน้า ถืออาวุธปืนพกสั้น(ปลอม)แบบรีวอลเวอร์ พร้อมกับถือกระเป๋าเป้สีดำ เข้าไปในธนาคารกสิกรไทย สาขาโรบินสัน รัชดาภิเษก แล้วพูดจาข่มขู่ น.ส.สุกัญญา สนทอง พนักงานบริการลูกค้า ช่องบริการรับฝาก-ถอนเงิน ให้หยิบเงินจำนวนทั้งสิ้น 420,000 บาทจากลิ้นชักใส่กระเป๋าเป้ จากนั้นผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป เมื่อเจ้าพนักงานได้สืบสวนสอบสวนจนรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้วจึงขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา และสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.54 แล้วแจ้งข้อกล่าวหา ฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยปิดบังใบหน้าเพื่อมิให้เห็นหน้าหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 และ 340 โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ขณะที่วันนี้ไม่มีญาติของนายกฤษณะ มายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวนายกฤษณะไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป



