
'กรณ์'ห่วงปี55ค่าครองชีพสูง
กรณ์ ห่วงปี 55 ค่าครองชีพสูง แนะระวังพิษการเมือง-ภัยพิบัติซ้ำปัญหาเศรษฐกิจ
วันที่ 2 ม.ค.55 นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วิเคราะห์เศรษฐกิจปี 2555 ว่า ปัจจัยเสี่ยงมีทั้งจากภายในและภายนอก ซึ่งสิ่งที่ประชาชนกังวลมากที่สุดคือค่าครองชีพที่จะสูงขึ้น เพราะมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากน้ำท่วม โดยราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และเมื่อขึ้นก็มักจะไม่ลงง่ายๆ ดังนั้นตนอยากให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ ในฐานะรมว.พาณิชย์ มีบทบาทมากขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้อง
นายกรณ์ กล่าวว่า สำหรับความเสี่ยงภายในประเทศ มี 2 เรื่องคือ 1.ความเสี่ยงด้านการเมือง โดย 5 ปีที่ผ่านมาความไม่มั่นคงและความขัดแย้งทางการเมืองมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และกระทบโอกาสของประชาชน ซึ่งในขณะนี้ความขัดแย้งก็ยังดำรงอยู่ทั้งๆ ทั้งที่ไม่ควรจะมีแล้ว เพราะพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ตนอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาให้กับประชาชนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของตนเอง และ 2.ภัยธรรมชาติ ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมากในปี 54 ซึ่งกระทรวงการคลังคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงแค่ 1.1 เปอร์เซ็นต์ ต้องถือว่าต่ำมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารสถานการณ์อุทกภัย จึงเป็นประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบว่าจะส่งผลต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจปี 55 มากน้อยแค่ไหน
ชี้จับตาสถานการณ์โลก กระทบประเทศคู่ค้า
นายกรณ์ กล่าวว่า ส่วนความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกในเรื่องราคาน้ำมันนั้น แม้ว่าความเสี่ยงในเรื่องนี้จะมีน้อยลงเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่ใช้น้ำมันขนาดใหญ่มีน้อยลง และเมื่อความต้องการน้อยลงราคาก็จะปรับลดลงด้วย ดังนั้นเรื่องนี้คิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเศรษฐกิจไทยมากกว่าข่าวร้าย แต่ถึงอย่างไรก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะการเมืองในซีกตะวันออกกลางยังไม่นิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะโซนยุโรป ซึ่งแนวโน้มเศรษฐกิจปี 55 ไม่ดี เนื่องจากการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะและระบบการเงินไม่คืบหน้า ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและไทย ในฐานะคู่ค้า รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย
“การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ยังมีปัจจัยจากการเมืองสหรัฐเพราะจะเป็นปีเลือกตั้ง ซึ่งจะไม่เป็นข่าวดีของประเทศคู่ค้าสหรัฐเท่าใดนัก อีกทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐก็ไม่ดี จึงส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย อีกทั้งประเทศคู่ค้าของไทยในแถบเอเชีย เช่น จีน อินเดีย ก็เริ่มมีความชะลอตัวในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการส่งออกจึงไม่แจ่มใสเท่าที่ควร ส่วนการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศก็ขึ้นอยู่กับการบริหารของรัฐบาล โดยเครื่องมือทางการคลังยังมีอยู่ในการแก้ปัญหา จึงไม่คิดว่าจะเกิดวิกฤต แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะไม่แจ่มใสเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามจะดีกว่าปี 2554 ยกเว้นว่าจะเกิดความขัดแย้งในประเทศอย่างรุนแรง หรือภัยพิบัติครั้งใหญ่ และรัฐไม่สามารถบริหารจัดการได้” นายกรณ์ กล่าว



