
ลูกคนโต'คิม จอง-อิล'แอบเคารพศพพ่อ
บุตรชายคนโต "คิม จอง-อิล" อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ใช้หนังสือเดินทางปลอมแอบไปเคารพศพบิดา เผยแพร่ภาพผู้นำคนใหม่ทำงาน สื่อของรัฐเรียกร้องประชาชนทำตัวเป็นโล่ห์มนุษย์ปกป้องผู้นำ
2มกราคม2555 เว็บไซต์แท็บลอยด์ เดลี่เมล รายงานว่า นายคิม จอง-นัม วัย 40 ปี บุตรชายคนโตที่ใช้ชีวิตเยี่ยงเพลย์บอย ของนายคิม จอง-อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ ได้แอบไปเคารพศพบิดาที่เกาหลีเหนือ โดยใช้หนังสือเดินทางปลอม รายงานของหนังสือพิมพ์โยมิอูริ ของญี่ปุ่น ระบุว่า นายคิม จอง-นัม เดินทางจากมาเก๊า ซึ่งเป็นดินแดนของจีนเข้าไปยังกรุงเปียงยาง และได้ยืนเคียงข้างนายคิม จอง-อึน น้องชายวัย 27 ปี ที่ปัจจุบันก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของทุกสถาบันของเกาหลีเหนือ เคารพศพบิดาด้วยกัน ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังมาเก๊า
นายคิม จอง-นัม ไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ หรือจุดชนวนความขัดแย้งในประเด็นที่เขาไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา ทำให้เขาไม่ยอมไปร่วมในพิธีศพที่จัดแบบรัฐพิธีเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2554
รายงานของโยมิอูริ ระบุว่า นายคิม จอง-นัม ได้รีบเดินทางจากมาเก๊าไปยังกรุงเปียงยางทันทีในวันที่ 17 ธันวาคม หลังจากทราบข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของบิดา โดยใช้หนังสือเดินทางปลอมและใช้ชื่อว่า คิม ชอล และหลีกเลี่ยงไม่ใช้เส้นทางจากกรุงปักกิ่ง เพราะจะกลายเป็นจุดสนใจ และเขายังถอนตัวจากการเป็นผู้สืบทอดมาหลายปีแล้ว เนื่องจากไม่สนใจเรื่องการเมือง
นายคิม จอง-นัม อาศัยอยู่ในต่างประเทศมาหลายปีแล้ว และมักพบที่มาเก๊า สิงคโปร์และปักกิ่ง หลังจากสร้างความไม่พอใจให้บิดา ตอนที่พยายามลักลอบเข้าประเทศญี่ปุ่น โดยใช้หนังสือเดินทางปลอม เมื่อปี 2544 รวมถึงเรื่องที่เขาชอบไปขลุกอยู่ตามบ่อนคาสิโกในมาเก๊าเพื่อเล่นรูเล็ตต์
ตอนที่นายคิม จอง-อิล สุขภาพย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ทำให้เขาตัดสินใจแต่งตั้งนายคิม จอง-อึนน้องชายต่างมารดาของนายคิม จอง-นัม ขึ้นเป็นผู้สืบทอดอำนาจ และหลังจากนายคิม จอง-อิล ถึงแก่อสัญกรรมเพราะอาการหัวใจล้มเหลว ด้วยวัย 69 ปี นายคิม จอง-อึน ได้รับการยกย่องให้เป็น " ผู้สืบทอดผู้ยิ่งใหญ่ " และผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักข่าวในเกาหลีใต้ รายงานอ้างแหล่งข่าวในเกาหลีเหนือว่า แผนการลอบสังหารนายคิม จอง-นัม ถูกทำลาย หลังจากจีนได้ทราบข่าวก่อน และช่วยพานายคิม จอง-นัม ออกจากมาเก๊าไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว และปัจจุบัน นายคิม จอง-นัม อยู่ภายใต้การอารักขาของจีน ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า แผนลอบสังหารเขา มีขึ้นเพื่อสยบกระแสเรื่องราวความขัดแย้งต่าง ๆ รอบตัวเขา
เผยแพร่ภาพผู้นำคนใหม่ทำงาน
เว็บไซต์แท็บลอยด์ เดลี่เมล ของอังกฤษ ยังรายงานด้วยว่า หลังจากนายคิม จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือถึงแก่อสัญกรรมได้ 2 สัปดาห์ ได้เกิดความวิตกในหมู่ชาติตะวันตกว่า นายคิม จอง-อึน บุตรชายคนเล็กและทายาทผู้สืบทอดอำนาจการบริหารประเทศ จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนในภูมิภาคที่ไร้เสถียรภาพแห่งนี้ แต่จากภาพถ่ายที่ถูกนำออกเผยแพร่ล่าสุด ได้แสดงให้เห็นว่า ทุกอย่างยังคง
ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น มีสิ่งหนึ่งที่ผู้นำคนใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า เขามีคุณสมบัติที่ถอดแบบมาจากบิดาผู้ล่วงลับ นั่นคือความกระตือรือร้นเมื่อยามอยู่ต่อหน้ากล้อง และสืบทอดแม้แต่ภารกิจที่น่าเบื่อที่สุด
รูปภาพที่ถ่ายโดยสำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ ได้แสดงให้เห็น นายคิมได้ยืนมองถาดอาหารบุฟเฟ่ต์ ที่หน่วยทหารพาเยี่ยมชม , ทดสอบอุณหภูมิของน้ำที่ไหลจากก็อก และตรวจดูที่นอนที่มีผ้าห่มพับเรียงไว้ ซึ่งภาพเหล่านี้ ถ่ายเมื่อครั้งที่เขาไปตรวจเยี่ยมหน่วยทหารที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง
มีอยู่สองภาพ ที่แสดงให้เห็นนายคิม จอง-อึน วัย 28 ปี ซึ่งเป็นผู้กุมบังเหียนกองทัพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความกระฉับกระเฉง ดูมีพลัง อันเป็นคุณสมบัติของผู้นำของประเทศคอมมิวนิสต์ที่สันโดษแห่งนี้ โดยเฉพาะภาพที่เขากำลังสั่งการ โดยมีนายทหารอาวุโส กำลังจดทุกคำพูดของเขา และภาพที่เขากำลังปรบมือร่วมกับกลุ่มนายทหาร
บางที หลังจากผ่านเวลาแห่งการไว้อาลัย ที่มีประชาชนหลายพันคนออกไปแสดงความโศกเศร้ากันตามท้องถนน เมื่อกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวเปียงยางอาจจะข่มอารมณ์กันได้มากขึ้นแล้วโดยเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ รัฐบาลได้อวยพรปีใหม่ด้วยการส่งสารถึงประชาชน ให้พร้อมใจกันทำตัวเป็นโล่ห์มนุษย์ปกป้องผู้นำคนใหม่ ในขณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหาร
หนังสือพิมพ์ที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐ 3 ฉบับ ระบุในบทบรรณาธิการ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในช่วงปีใหม่ตามนโยบายที่กำหนดไว้ว่า นายคิม จอง-อึน มีหน้าที่อันชอบธรรมในการสืบทอดอำนาจการปฏิวัติต่อจากปู่ของเขา คือ ประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือและนายคิม จอง-อิล บิดาของเขา
บทบรรณาธิการขนาดความยาว 5 พันคำ ระบุว่า นายคิม จอง-อึน เป็นผู้นำสูงสุดของพรรคกรรมกร และประชาชนทุกคน เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความรุ่งเรืองแห่ง " ซงกอน "หรือ ทหารมาก่อน และศูนย์กลางแห่งความเป็นเอกภาพชั่วนิรันดร์ พร้อมกับเรียกร้องให้กองทัพทำตัวเป็นกำแพงต้านศัตรูและพลเรือนทำตัวเป็นโล่ห์มนุษย์ ปกป้องนายคิม จองอึน จนตัวตาย
ในบทบรรณาธิการยังเรียกปัญหาขาดแคลนอาหารในเกาหลีเหนือว่า " ประเด็นเผาไหม้ "ที่ทางพรรคกรรมกรได้พยายามแก้ปัญหาและสร้างประเทศที่รุ่งเรือง เพื่อให้ปี 2555 นี้เป็นปีแห่งความภาคภูมิใจ ความเป็นจริงที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน คือ เกาหลีเหนือกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารเรื้อรังและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากโลกภายนอก จากรายงานของสหประชาชาติระบุว่า เกาหลีเหนือยังต้องการความช่วยเหลือด้านอาหารสำหรับประชากรเกือบ 3 ล้านคน จากทั้งหมด 24 ล้านคน



