
รวบลูกเขยโหดเผาแม่ยายตายทั้งเป็น
รวบลูกเขยโหด ราดน้ำมันจุดไฟเผาแม่ยายตายทั้งเป็น สารภาพเป็นอุบัติเหตุไม่ได้ตั้งใจ ขณะที่เมียสาวเผยวันเกิดเหตุทะเลาะกับผัวเรื่องหึงหวง แม่เห็นเหตุการณ์ไม่พอใจเข้าไปต่อว่าผัวจึงถูกเผาทั้งเป็น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 มกราคม พ.ต.อ.ชาญ แก้วท่าไม้ ผกก.สน.บางขุนเทียน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไกรวิทย์ อุณหไตรภพ พ.ต.ท.สนชัน พูนผล สว.สส.สน.บางขุนเทียน และนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แถลงข่าวการจับกุมนายนรินทร์ หรือก้อย แซ่กอ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุราดน้ำมันเบนซินใส่นางสาย เพิ่มรุ่งเรือง อายุ 56 ปี จากนั้นได้จุดไฟเผาตายทั้งเป็น โดยมี น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 32ปี ลูกสาวผู้ตายและเป็นภรรยาของผู้ต้องหามาชี้ตัวด้วย
พ.ต.อ.ชาญ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 เวลา 04.30 น. นายนรินทร์ได้มีปากเสียงกับภรรยาด้วยความหึงหวงอยู่บนรถแท็กซี่ ก่อนจะแวะไปซื้อน้ำมันเบนซินในปั๊มน้ำมันย่านถนนตากสิน อ้างว่าจะเอาไปเติมรถจักรยานยนต์ที่บ้านย่านซอยเอกชัย 33 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. ระหว่างนั่งรถแท็กซี่ยังมีปากเสียง พร้อมนำไฟแช็กขึ้นมาจุดข่มขู่ภรรยา เมื่อถึงบ้านนางสาย แม่ยายของผู้ต้องหาพยายามออกมาห้ามปราม แต่ถูกผู้ต้องหาราดน้ำมันใส่ตัวแล้วจุดไฟเผา ก่อนจะหลบหนีไป ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 นางสายได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพราะทนพิษบาดแผลไฟไหม้ไม่ไหว จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียนสามารถติดตามจับกุมนายนรินทร์ผู้ต้องหาได้ที่บริเวณร้านสะดวกซื้อริมถนนราชพฤกษ์ แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. เมื่อเวลาประมาณ 12’30 น. วันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.ชาญ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายนรินทร์ รับสารภาพว่าก่อนเหตุจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจราดน้ำมันจุดไฟเผา เพียงแต่เกิดการยื้อแย่ง ทำให้น้ำมันหกใส่ ซึ่งสาเหตุที่ทะเลาะกับภรรยาเพราะเกิดจากการหึงหวง เนื่องจากเป็นคนหน้าตาดี ประกอบกับยังพูดคุยกับแฟนเก่าอยู่ ส่วนสาเหตุที่เอาน้ำมันกับไฟแช็กมาจุดเพื่อข่มขู่เท่านั้น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอุบัติเหตุ เมื่อเกิดเรื่องกลัวความผิด จึงหลบหนีไปอยู่กับญาติ อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้ที่แขนขวาเช่นกัน จึงต้องไปรักษาตัว ก่อนจะปรึกษากับญาติว่าจะเข้ามอบตัวต่อตำรวจ แต่ถูกจับเสียก่อน
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า น.ส.ดาได้เดินทางมายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อเข้าร้องทุกข์กรณีนางสาย มารดาถูกนายนรินทร์ สามีใช้น้ำมันเบนซินราดแล้วจุดไฟเผาเสียชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ จึงเกรงว่า ครอบครัวจะได้รับอันตราย อย่างไรก็ตามหลังรับแจ้งได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ชาญ เพื่อให้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังจับกุมได้เดินทางมาพร้อมผู้เสียหาย เพื่อชี้ตัวคนร้ายพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากนายนรินทร์มีจิตใจโหดเหี้ยมทั้งเคยข่มขู่หาก น.ส.ดาเลิกความสัมพันธ์ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง
ขณะที่ น.ส.ดา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้ไปงานเลี้ยงกับหัวหน้า และเพื่อนร่วมงานโดยบอกนายนรินทร์ สามีว่า จะไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. หลังเสร็จงานเลี้ยงทุกคนกำลังแยกย้ายกลับบ้าน ระหว่างนั้นเป็นจังหวะที่สามีได้เดินเข้ามาในร้าน จากนั้นเรียกให้มานั่งดื่มกินต่อ ก่อนที่สามีจะสั่งเบียร์มาดื่ม กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. จึงเรียกแท็กซี่กลับกันสองคน ระหว่างทางมีปากเสียงกันเนื่องจากสามีกลัวว่าจะกลับไปคืนดีกับแฟนเก่าจึงมีอาการหึงหวง
น.ส.ดา กล่าวต่อว่า จากนั้นนายนรินทร์บอกให้แท็กซี่แวะปั๊มน้ำมัน เมื่อถึงปั๊มนายนรินทร์เดินลงไปซื้อน้ำมันเบนซินโดยบอกว่าจะเอาไปเติมรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้แถวปากคลองตลาด เมื่อซื้อน้ำมันเสร็จจึงกลับเข้ามานั่งในรถแท็กซี่พร้อมถังน้ำมัน 1 แกลลอน แต่สามีแกล้งทำน้ำมันหกใส่ จึงเถียงกันอีก เมื่อกลับถึงบ้านจึงรีบเดินเข้าบ้านเห็นแม่อยู่ในครัว จึงบอกแม่ว่า สามีแกล้งทำน้ำมันหกใส่ แม่จึงเกิดอาการโมโห และเดินเข้าไปต่อว่านายนรินทร์ที่หน้าบ้าน
“จังหวะนั้นดิฉันได้ยินเสียงแม่ร้องตะโกนว่า “อย่าๆ” แล้วมีเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด จึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นไฟกำลังลุกท่วมร่างแม่อยู่ จึงตะโกนให้คนในบ้านออกมาช่วยกันดับไฟ ระหว่างที่ชุลมุนกันอยู่นั้น นายนรินทร์วิ่งหลบหนีไป จึงรีบนำร่างแม่ส่งโรงพยาบาลทหารเรือ ก่อนจะย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากนั้นได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สิทธิวงศ์ ยิ่งยวด พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางขุนเทียน เพื่อให้ติดตามตัวสามีจอมโหดคนนี้มาดำเนินคดี แม่อาการสาหัสมาก เสียชีวิตในที่สุด ดิฉันเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้จับตัวคนร้ายจึงได้มาร้องเรียนต่อมูลนิธิ เนื่องจากกลัวว่าสามีจะย้อนกลับมาทำร้ายคนที่บ้านอีก”น.ส.ดากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลงข่าวผู้ต้องหายกมือไหว้ขอโทษญาติผู้ตาย ก่อนจะกล่าวว่า สาเหตุที่ทำลงไปไม่ได้ตั้งใจเป็นเพราะน้ำมันหกใส่ ตอนนั้นถือไฟแช็กอยู่จึงเกิดประกายไฟขึ้น รู้สึกเสียใจมากไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่ขนาดนี้ หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปอยู่ทางใต้ และตั้งใจว่าจะเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังปีใหม่แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน



