
2011ปีของอาร์วีพี
ท่องยุทธจักร ลูกหนังโลก : 2011 ปีของอาร์วีพี : โดย ... จิตติ
แม้ว่าจะทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดต่อปีของ "ฮอตช็อต" อลัน เชียเรอร์ ได้ แต่ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ก็สร้างสถิติใหม่ของตัวเอง และอาร์เซนอล ขึ้นมาได้ หลังจากที่เกมนัดวันส่งท้ายปีเก่า ช่วยส่องประตูให้ปืนใหญ่เอาชนะ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ได้ 1-0
ประตูที่ซัดใส่คิวพีอาร์ ถือเป็นประตูที่ 35 ของ ฟาน เพอร์ซี ในรอบปี 2011 โดยรวมแล้วถือว่าเป็นสถิติที่น่าเหลือเชื่อ เพราะหัวหอกดัตช์ลงสนามให้ทีมไป 36 นัด แต่ยิงได้ถึง 35 ประตู เป็นการสร้างสถิติใหม่ของสโมสรขึ้นมา
สถิติเดิมของอาร์เซนอล เป็นของ เธียร์รี อองรี ที่ยิงไป 34 ประตูจาก 39 นัดเมื่อปี 2005 ส่วนสถิติของเกาะอังกฤษยังคงเป็นของ อลัน เชียเรอร์ ที่ทำสถิติเอาไว้ 36 ประตูจาก 42 นัดเมื่อปี 1995
แต่สถิติใหม่ของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีที่อาร์วีพีสร้างขึ้นมาใหม่คือการทำประตูเฉลี่ยทั้งปี ที่มีสถิติถึง 0.97 ประตูต่อนัด ซึ่งเหนือกว่าสถิติของทั้ง เชียเรอร์ และอองรี
แม้ เชียเรอร์ จะยิงได้ถึง 36 ประตูก็จริง แต่ค่าเฉลี่ยนั้นเป็นเพียง 0.86 ประตูต่อนัด ขณะที่ของ อองรี อยู่ที่ 0.87 ประตูต่อนัด
ดังนั้นปี 2011 จึงเป็นปีของ ฟาน เพอร์ซี อย่างแท้จริง โดยหลังจากที่หายเจ็บมาเมื่อต้นปี ก็แทบจะไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนอีกเลย การนำเอา จีพีเอสสปอร์ต มาใช้ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ทำให้ร่างกายของฟาน เพอร์ซี สดใหม่เสมอ
เวนเกอร์ ยังเชื่อว่าเด็กของตัวเองจะยังฟอร์มดีอย่างต่อเนื่อง ถึงวันนี้จะเปลี่ยนตัวเลขมาเป็นปี 2012 แล้ว
อีกทั้งยังไม่มีตัวป้อนชั้นดีอย่าง เชส ฟาเบรกาส และ มิเกล อาร์เตตา ยังแทนกันไม่ได้ชัดเจน การระเบิดฟอร์มส่วนตัวได้ขนาดนี้ก็ต้องยกเครดิตให้ ฟาน เพอร์ซี ล้วนๆ
เกมโดยรวมของอาร์เซนอลช่วงนี้ ยังเหมือนว่าห่างไกลจากการลุ้นแชมป์ เพราะกองหลังมีปัญหาการบาดเจ็บกันเยอะ เวนเกอร์ น่าจะต้องหาฟูลแบ็กเข้ามาเสริมอีกสักหน่อย ส่วนตำแหน่งอื่นๆ นั้นพอกล้อมแกล้มกันได้
การมาของ เธียร์รี อองรี น่าจะช่วยให้งานของฟาน เพอร์ซี ลดลงไม่มากก็น้อย ทำให้เชื่อกันว่าหัวหอกรายนี้ยังน่าจะยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องต่อไป และหากว่ายังต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ ม้านอกสายตาอย่างอาร์เซนอล ก็อาจจะไม่นอกสายตาซะทีเดียว
หากได้ตัวเสริมแจ่มๆ อีกสักหน่อย อาร์เซนอล ก็เป็นม้ามืดกับเขาได้เหมือนกัน
..........
ท่องยุทธจักร ลูกหนังโลก : 2011 ปีของอาร์วีพี : โดย ... จิตติ
..........
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



