
ยกธงแดง8ชุมชนหาดใหญ่อพยพปชช.
สงขลาน้ำท่วมฉับพลันพื้นที่ 12 อำเภอตายแล้ว 1 ทะลักเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ชั้นใน ผู้ว่าฯแถลงยกธงแดงอพยพ 8 ชุมชน รถไฟสายปาดังเบซาร์อัมพาต นักท่องเที่ยวมาเลเซียตกค้างอื้อ
1ม.ค.2555 หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันมาได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันขึ้นในพื้นที่ 12 อำเภอของจ.สงขลา ประกอบด้วย อ.สะเดา หาดใหญ่ เมือง นาทวี นาหม่อม จะนะ สะบ้าย้อย คลองหอยโข่ง บางกล่ำ เทพา สิงหนคร และอ.สทิงพระ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายคือ นายฟักเม่ง แซ่เจีย อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ม.1 ต.พะตง อ.หาดใหญ่ เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมกะทันหันออกจากบ้านไม่ทันทำให้จมน้ำเสียชีวิต
หาดใหญ่-สะเดาหนักสุด
ทั้งนี้พื้นที่ซึ่งวิกฤติที่สุดคือในพื้นที่อ.หาดใหญ่และอ.สะเดา เนื่องจากเส้นทางถนนกาญจนวนิช บริเวณบ้านทุ่งลุง เขตเทศบาลตำบลพะตง อ.หาดใหญ่ น้ำท่วมสูงกว่า1 เมตรรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ ทำให้ อ.สะเดา ถูกตัดขาด ขณะที่มีรายงานว่าในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลคลองแงะ อ.สะเดา มีบ้านเรือนชาวบ้านถูกน้ำพัดพังเสียหาย 8 หลัง
รถไฟสายปาดังเบซาร์อัมพาต
ด้านเส้นทางรถไฟสายหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ถูกตัดขาดแล้วเนื่องจากน้ำท่วมรางในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลพะตง อ.หาดใหญ่ จนไม่สามารถวิ่งผ่านได้รถไฟขบวนขนส่งสินค้าต้องจอดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ขณะที่ขบวนรถไฟระหว่างประเทศบัตเตอร์เวร์ธ-กรุงเทพฯที่เดินทางมาจากมาเลเซียและเข้าสู่สถานีหาดใหญ่ในช่วงเย็นของวันเดียวกันต้องจอดที่สถานีปาดังเบซาร์ ส่วนการเดินรถไฟในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ยังให้บริการตามปกติ
นักท่องเที่ยวมาเลเซียตกค้างหาดใหญ่อื้อ
ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เข้ามาท่องเที่ยวในอ.หาดใหญ่ในช่วงปีใหม่ก็เริ่มเช็คเอ้าต์ ออกจากโรงแรมแล้วเพื่อเดินทางกลับประเทศเนื่องจากเกรงว่าน้ำจะท่วมหาดใหญ่แต่มีอีกจำนวนมากที่ต้องติดค้างอยู่ตามโรงแรมต่างๆเนื่องจากเส้นทางถนนกาญจนวานิชระหว่างอ.หาดใหญ่กับอ.สะเดาที่จะเดินทางไปยังด่านพรมแดนสะเดา ถูกตัดขาดน้ำท่วมสูงในพื้นที่บ้านทุ่งลุงเขตเทศบาลตำบลพะตงรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้
แห่ซื้ออาหารตุนเทศบาลขึ้นธงเลือกเฝ้าระวัง
ขณะที่ประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ต่างพากันไปซื้ออาหารตามห้างสรรพสินค้าต่างๆมาตุนไว้เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หลังจากที่ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้เปลี่ยนป้ายสัญลักษณ์เตือนภัยน้ำ
น้ำเริ่มทะลักเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ชั้นในเร่งสร้างแนวกั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน้ำจากคลองหวะเริ่มไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ทางด้านชุมชนจันทร์วิโรจน์ ซึ่งเป็นจุดแรกที่น้ำจะไหลเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ชั้นใน ชาวบ้านในชุมชนจันทร์วิโรจน์ต้องเร่งขนย้ายสิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและน้ำที่ทะลักเข้ามาและสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยทางหน่วยกู้ภัยได้ลำเลียงเรือท้องแบนมาเตรียมพร้อมอพยพประชาชนในชุมชนจันทร์วิโรจน์หนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่มีประชาชนอยู่อาหารหลายร้อยหลังคาเรือน ขณะที่ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้เร่งนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวกั้นน้ำอย่างเร่งด่วนเพื่อชะลอน้ำให้ไหลเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ชั้นในซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจการค้าได้ช้าลงซึ่งขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจและเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งป้องกันอย่างเต็มที่
ผู้ว่าฯเตรียมแถลงยกธงแดงอพยพจุดเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้มีการประชุมและเตรียมแถลงการณ์ประกาศยกธงแดง เตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอพยพ ซึ่งขณะนี้ผู้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ อยู่ระหว่างการประชุมเพื่อรอผลสรุปโดยจะมีนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้ประกาศยกธงแดงในครั้งนี้ โดยขณะนี้มีการคาดการณ์ว่า พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหาดใหญ่ประกอบด้วย เขตชุมชนจันทร์วิโรจน์ ชุมชนจันเกษม ชุมชนหาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับคลองอู่ตะเภา โดยน้ำจะไหลเข้าหาดใหญ่จากพื้นที่คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง น้ำจากคลองจำไหร และน้ำจากโตนงาช้าง
ประกาศ8ชุมชนหาดใหญ่อพยพประชาชน
ต่อมาเวลา 16.45 น. นายกฤษฎาพร้อมด้วย นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รอง ผวจ.สงขลา นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และนายดนัยวิทย์ สายบัณฑิต ชลประทานจังหวัดสงขลา ได้แถลงข่าวสถานการณ์น้ำท่วมของ อ.หาดใหญ่ ว่า หลังจากที่มีฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2554 จนถึงเช้าวันที่ 1 ม.ค.2555 ทำให้มีมวลน้ำสะสมก้อนใหญ่ จาก อ.สะเดา กำลังไหลมาปิดล้อมพื้นที่ อ.หาดใหญ่ รอบนอก เพื่อความไม่ประมาท จากการที่ได้ประเมินสถานการณ์แล้วจะมีน้ำเข้าท่วมในบางพื้นที่ของ อ.หาดใหญ่ จำนวน 8 ชุมชน เป็น 2 ช่วง
และมีการประกาศยกธงแดง คือ เวลาประมาณ 19.00 น. จะมีน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ 3 ชุมชน คือ 1.ชุมชนจันทร์วิโรฒ 2.จันทร์ประทีป และ 3.ชุมชนรัตนวิบูลย์ ส่วนในเวลาประมาณ 22.00 น. มวลน้ำดังกล่าวก็เข้าเข้าท่วมในพื้นที่ 5 ชุมชน คือ 1.ชุมชนหาดใหญ่ในฝั่งซ้าย 2.ชุมชนริมคลอง ร.1 3.ชุมชนเทศาพัฒนา 4.ชุมชนวัดหาดใหญ่ใน และ 5.ชุมชนซอย 41 เพชรเกษม ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ประชาชนควรจะเก็บของขึ้นที่สูงและเตรียมอพยพไปอยู่บ้านญาติ หรือศูนย์อพยพที่ทางเทศบาลนครหาดใหญ่เตรียมไว้ให้
สำหรับในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ชั้นใน ยังมีการเตือนภัยในระดับธงเหลืองอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะปลอดภัย หากว่าไม่มีปฝนตกหนักลงมาอีก ซึ่งทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ยืนยันแล้วว่าหลังจากคืนนี้ไปปริมาณฝนหากมีก็จะเป็นระดับปกติไม่น่าห่วง
รพ.นาทวีอพยพผู้ป่วยอาการหนักรักษาตัวหาดใหญ่
นพ.สุวัฒน์ วิริยะพงษ์สุกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินาถ(โรงพยาบาลนาทวี) จ.สงขลา เปิดเผยว่า ภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.นาทวีตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2554 - 1 ม.ค. 2555 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และมีน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่โรงพยาบาลบางส่วน โดยเฉพาะน้ำจากเทือกเขาน้ำค้าง ทำให้จำเป็นต้องอพยพผู้ป่วยบางส่วนขึ้นไปพักฟื้นบริเวณชั้น 2 ของตึก นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยที่มีอาการหนัก จำนวนหนึ่ง ทางโรงพยาบาลจึงได้ตัดสินใจขอกำลังทหารนำรถขนาดใหญ่ขนผู้ป่วยไปส่งที่โรงพยาบาลจะนะ อ.จะนะ ในขณะที่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพขั้นโคม่าได้มีการนำตัวส่งไปที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ เนื่องจากในเดือน พ.ย. 2553 โรงพยาบาลแห่งนี้เคยถูกน้ำท่วมสูงจนเครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงเวชภัณฑ์ได้รับความเสียจนต้องประกาศปิดโรงพยาบาลชั่วคราวมาแล้ว
อุตุฯย้ำสงขลาพ้นวิกฤติหลังเที่ยงคืนสู่ภาวะปกติ
นายสมภพ วิสุทธิศิริ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา เปิดเผยว่า สิ่งที่เป็นห่วงและได้เร่งประกาศเตือนกรณีฝนตกหนักมี 3 จังหวัด คือจ.พัทลุง,นครศรีธรรมราชและจ.สุราษฎร์ธานี ที่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่อง ส่วนจ.สงขลา ถือว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 2 ม.ค.นี้ฝนจะเริ่มเบาบางและกลับเข้าสู่ภาวะฝนตกปกติตามฤดูกาลในช่วงมรสุม
"นับจากช่วงนี้ไปฝนที่ตกในพื้นที่จ.สงขลาจะเป็นฝนที่ตกในฤดูกาลตามปกติทั่วไป ไม่น่าเป็นห่วง ส่วนในบางพื้นที่ซึ่งอาจมีน้ำเริ่มท่วมนั้นเป็นผลมาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกมาก่อนหน้านี้" นายสมภพ กล่าว
3ชุมชนเทศบาลนครหาดใหญ่รอดน้ำท่วม
สถานการณ์น้ำในพื้นที่สามชุมชนภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ประกอบด้วยชุมชนจันทร์วิโรจน์ ชุมชนจันทร์ประทีป และชุมชนรัตนวิบูลย์ที่มีการคาดการณ์ว่ามวลน้ำก้อนแรกจะเอ่อล้นเข้าท่วมในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังคงปกติ ไม่ได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งสามชุมชนแต่อย่างใด
ขณะที่มวลน้ำที่ไหลจากคลองหวะลงคลองจันทร์วิโรจน์ซึ่งตัดผ่านทั้งสามชุมชนแม้จะยังไหลเข้ามาแต่เริ่มลดระดับความแรงและปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับระดับน้ำในคลองจันทร์วิโรจน์ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร และยังสามารถระบายลงคลองอู่ตะเภาได้ดี อย่างไรก็ตามยังคงมีประชาชนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่เดินทางมาเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่ทะลักเข้ามาทางชุมชนจันทร์วิโรจน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวบ้านทั้งสามชุมชนซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้อพยพออกจากพื้นที่ยังคงเฝ้าสังเกตุการณ์ปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน
แม่ทัพภาค4ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมยะลา
จากกรณีที่เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ยะลา ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2554 จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2555 ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี ซึ่งไหลผ่าน จ.ยะลา เอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆของ จ.ยะลา โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เมือง ที่มีหลายพื้นที่ถูกน้ำไหลเข้าท่วม โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 4 หมู่ 5 ต.พร่อน อ.เมือง หมู่ 4 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา และในเขตเทศบาลนครยะลาบางส่วน
เวลา 15.30 น. พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางด้วยรถยนต์จีเอ็มซี ฌข้าไปพบปะกับประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมที่ หมู่ 3 บ.เป๊าะยานิ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา หลังจากในพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำเข้าท่วมตัดทางเข้าออก บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร รถไม่สามารถผ่านได้ มีเพียงรถจีเอ็มซี และเรือที่สามารถเดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าวได้
พล.ท.อุดมชัย เปิดเผยว่า ถ้าหากฝนไม่ตกเพิ่ม ภายใน 1-2 วัน สถานการณ์ก็น่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่นั้น ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้ประสานกำลังทุกฝ่ายทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ พลเรือน เข้าดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเร่งด่วน ส่วนกรณี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีการแจ้งเตือนน้ำท่วม เห็นว่าด้วยความพร้อมในการรับมือ และติดตามสถานการณ์ น่าจะผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้
ปภ.นราธิวาสสรุปผู้ประสบภัยแล้ว9อำเภอ
นายมาหามะฟีสะกรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ (1 ) ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำ 3 สายหลัก คือแม่น้ำบางนรา, แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำสุไหงโก-ลก ไหลลงทะเลไม่ทัน ข้อมูล เวลา 16.00 น. น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มริมตลิ่งแล้ว 9 อำเภอ คือ อ.ระแงะ, อ.จะแนะ, อ.เมืองนราธิวาส, อ.รือเสาะ, อ.ศรีสาคร, อ.สุคิริน, อ.สุไหงปาดี, อ.สุไหงโก-ลก และ อ.เจาะไอร้อง ระดับน้ำสูงโดยเฉลี่ย .50-1.00 เมตร
พัทลุงน้ำป่าหลากท่วม 7 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา
จ.พัทลุง หลังจากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันตั้งแต่คืนวันที่ 31 ธ.ค. น้ำจากเทือกเขาบรรทัดหลากเข้าท่วมในพื้นที่7 หมู่บ้าน ของ ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง ชาวบ้านกว่า 700 ครัวเรือน ต้องเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันอลหม่านเนื่องจากกระแสน้ำที่มีสีแดงขุ่นไหลบ่าลงมาอย่างรวดเร็ว บางจุดกระแสน้ำเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ที่ 2 บ้านน้ำใต้แดง รถเล็กไม่สามารถสัญจรบนถนนในหมู่บ้านได้ระดับน้ำสูงร่วม 2 เมตร
ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ได้เตือนแจ้งประชาชนที่อาศัยใน อ.ตะโหมด อ.กงหรา อ.ศรีนครินทร์ อ.ศรีบรรพต อ.ป่าพะยอมและ อ.ป่าบอน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดริมเทือกเขาบรรทัด ให้เตรียมตัวรับมือน้ำท่วมฉับพลับ น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่หมู่บ้านด่านโลด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด และหมู่บ้านชะรัด ต.ชะรัด อ.กงหรา ซึ่งอาจจะน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว มีสภาพปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องวัดได้ 105 มม. ขณะที่บนเทือกเขาวัดได้ 110 มม. จึงขอให้ประชาชนอพยพสิ่งของไว้ที่สูง
ปัตตานีเขตมายอท่วม450ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ปรากฏว่า บรรยากาศในพื้นที่มีฝนตกอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีน้ำป่าไหลหลากและน้ำจากตอนบน น้ำเป็นสีโคลนและน้ำแรงไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำในมีน้ำปัตตานีสูงขึ้นเรื่อย แต่ยังไม่ล้นเอ่อ ทำให้ประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำปัตตานีและเป็นที่ราบลุ่ม ได้ขนของตั้งไว้ที่สูง เนื่องจากทราบว่าน้ำตอนบนจะไหลมาถึงเมืองปัตตานีในวันพรุ่งนี้ (2 มค.) จะทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมอย่างแน่นอน ดังนั้นในพื้นที่ ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ท่วมซ้ำก จึงได้มีการเตรียมการไว้
สำหรับที่ ต.สะกำ อ.มายอ จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก น้ำในคลองชลประทาน ได้ไหลเข้าท่วมในหลายหมู่บ้านใน ต.สะกำ อ.มายอ จ.ปัตตานี ระดับน้ำ30-50 ซม. ซึ่งเป็นน้ำที่ไหลผ่าน ทำให้น้ำได้ท่วมบ้านเรือนราษฏรประมาณ 450 ครัวเรือน และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 6 โรง มัสยิด 3 โรง และสถานที่ราชการ 6 แห่ง และถนนในหมู่บ้านหลายสาย



