ข่าว

ท่วมสะเดาหนักอพยพชาวบ้านอาศัยวัด

ท่วมสะเดาหนักอพยพชาวบ้านอาศัยวัด

01 ม.ค. 2555

ชาวสงขลาอ่วม ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน กินวงกว้าง 8 อำเภอ หนักสุด ที่ อ.สะเดา ทางด้านศภช. เตือน 6 จว.ใต้น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก1-2ม.คนี้

          วันที่ 1 ม.ค.55  เกิดน้ำท่วมฉับพลันขึ้นในพื้นที่ 8 อำเภอ จ.สงขลา จากทั้งหมด 16 อำเภอ หลังจากที่ฝนได้ตกหนักติดต่อกัน 2 วัน โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.54  ซึ่งตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงเช้า โดยพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมแล้วประกอบด้วย อ.สะเดา จะนะ หาดใหญ่ นาทวี นาหม่อม สะบ้าย้อย และ อ.คลองหอยโข่ง แต่ยังไม่มีรายงานของผู้เสียชีวิต หรือ ได้รับบาดเจ็บ

          โดยปริมาณฝนที่ตกหนักมากที่สุดคือ พื้นที่ อ.สะเดา วัดได้ 301 มิลลิเมตร ตั้งแต่ 07.00 น. ของเมื่อวาน จนถึง 07.00 น.ของวันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ของต้นน้ำ ที่จะไหลลงคลองอู่ตะเภา โดยขณะนี้ทางจังหวัด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ เร่งสำรวจความเสียหายของทั้ง 8 อำเภอ และเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชน ตอนนี้หลายพื้นที่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมกะทันหันตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเช่นในพื้นที่หมู่ 1,2 และ หมู่ 7 ของ ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ น้ำป่าจากเขาแก้วเทือกเขาบรรทัด ได้ไหลทะลักเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ชาวบ้านต้องเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินที่จำเป็นไปไว้ที่สูง เนื่องจาก ปริมาณน้ำยังไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีฝนตกหนักติดต่อกัน

 

น้ำท่วมสะเดาหนักอพยพชาวบ้านอาศัยวัด


               นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอสะเดา จ.สงขลา เปิดเผยว่า  ภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.54 ที่ผ่านมา จนถึง 05.00 น. วันที่1  ม.ค .ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ครอบคลุมทุกพื้นที่ของอ.สะเดา แต่ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนได้รับความเดือดร้อน อยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.เขามีเกียรติ ต.ท่าโพธิ์  ต.พังลา   โดยเฉพาะต.เขามีเกียรติในพื้นที่ ม.1บ้านตีนนา และ ม.2บ้านวังปริง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 150 ครอบครัว ทั้งหมดได้อพยพมาอาศัยที่วัดวังปริง ที่ต.ท่าโพธิ์ 
                
               นอกจากนี้ยังมีการอพยพพนักงานของบริษัทสะเดาพีเอสรับเบอร์จำกัด ที่อาศัยในบ้านพักพนักงานถูกน้ำท่วมประมาณ 100 คน มาอาศัยชั่วคราวที่โรงเรียนเทศบาล 1 เทศบาลเมืองสะเดา แต่ล่าสุดได้ทยอยกลับบ้านพัก เนื่องจากระดับน้ำลดลงแล้ว
               
               นายอำเภอสะเดา กล่าวด้วยว่า น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ได้พบจุดอ่อนของการช่วยเหลือผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลอำเภอสะเดา ซึ่งมีผู้ป่วยหนักประมาณ 7-8 ราย อาทิ ใส้ติ่งอักเสพ ผู้ป่วยทางสมอง แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีรถบรรทุกที่มีขีดความสามารถลุยน้ำท่วมได้ ทำให้ต้องประสานของความช่วยเหลือจากกองบิน 56 เข้ามาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่



เตือน6จว.ใต้น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก1-2ม.คนี้


          ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งว่าในวันที่ 1-2 ม.ค.นี้ จะมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ข้างต้น ขอแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อทราบและติดตามข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงไอซีที อย่างใกล้ชิดต่อไป



น้ำท่วมนราฯ 8 อำเภอรับปีใหม่
 
          จ.นราธิวาส ฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลา 2 วันซ้อน ส่งผลทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ราบลุ่ม รวมไปถึงถนนสายหลักในพื้นที่ 8 อำเภอแล้ว ประกอบด้วย อำเภอจะแนะ ศรีสาคร สุไหงปาดี เจาะไอร้อง บาเจาะ รือเสาะ สุคิรินและอำเภอเมือง ซึ่งมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ยในภาพรวม 50-70 ซม. ถนนสายหลักในบางอำเภอรถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อันเนื่องมาจากลำคลองในแต่ละพื้นที่อำเภอมีวัชพืชหนาแน่นจนไม่สามารถที่จะระบายน้ำส่งสู่แหล่งน้ำได้สะดวกตามธรรมชาติ จนปริมาณน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ
     
          และจากการตระเวนสำรวจพื้นที่น้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลสุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี พบว่า มีปริมาณน้ำท่วมขังสูง จนชาวบ้านบางครอบครัวเริ่มต้องใช้เรือเป็นพาหนะแทน และจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันในครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของราษฎรเป็นจำนวนมาก ที่ปิดบ้านเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ในพื้นที่ต่างจังหวัด สถานศึกษาและสถานที่ราชการถูกน้ำท่วมขังจำนวนหลายแห่ง และคาดว่าหากสภาวะฝนยังไม่หยุดตก มีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของราษฎรจะขยายวงกว้างเป็นทวีคูณ
     
          ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละพื้นที่ ได้ร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทหาร ออกสำรวจให้การช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนแม่น้ำสายหลักทั้ง 3 สายคือ แม่น้ำสุไหงโก-ลก บางนรา และแม่น้ำสายบุรี ขณะปริมาณน้ำในแม่น้ำได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลพวงจากน้ำป่าบนเทือกเขาได้ไหลทะลักลงไปสมทบ

 

ฝนถล่มนครศรีธรรมราชเรือประมงพากันเข้าฝั่ง

                               
               ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดคืนวันที่ 31ธ.ค.  ต่อเนื่องมาถึง วันที่ 1  ม.ค. ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในทุกพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำในลำคลองสายหลักเริ่มเพิ่มสูงขึ้น   โดยพื้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง เป็นพื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะอิทธิพลของลมมรสุมตั้งแต่ช่วงกลางดึกฝนได้ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง คลื่นลมได้ทวีกำลังแรงชาวบ้านต้องนำเอาเรือประมงชายฝั่งเข้าไปหลบตามลำคลองสายต่างๆเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายกับเครื่องมือและเรือประมง   

                             
               ขณะเดียวกันในพื้นที่แนวเทือกเขาหลวง ที่ทอดตัวผ่านตลอดแนวเหนือใต้ของนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มอันดับหนึ่งของพื้นที่ภาคใต้และของประเทศไทย ฝนได้ตกอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ได้มีการแจ้งเตือนในเฝ้าระวังการเกิดน้ำป่าและดินโคลนหลาก