
ผบ.ตร.ดึงมวลชนช่วยรับมืออาชญากรรมแรง
ปี2555แนวโน้มอาชญากรรมแรง 'ผบ.ตร.'ดึงมวลชนช่วยรับมือ : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.' โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
ในรอบปี 2554 ที่ผ่านมา เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จาก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์
ท่ามกลางความคาดหวังว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะมีบทบาทสำคัญในการกวาดล้างปราบปรามยาเสพติดต้นตอปัญหาอาชญากรรมสำคัญที่ตามหลอกหลอนคนไทยทั้งประเทศมาอย่างยาวนาน
แต่หลังจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ รับตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้ไม่นาน ก็เกิดภัยพิบัติร้ายแรง “มหาอุทกภัย 2554” ประชาชนในหลายจังหวัดทั่วประเทศเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า ส่งผลให้ปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น
ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องปรับแผน นโยบายการทำงานเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทยให้ครอบคลุมในทุกๆ ปัญหา และทันสถานการณ์
เป็นที่น่าสนใจว่า ปีพุทธศักราชใหม่ 2555 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้ร่มเงาของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะมีทิศทางการทำงานอย่างไร ? คงไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีเท่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เอง
ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจในรอบปี 2554 ที่เพิ่งก้าวผ่านไปเป็นอย่างไร
รอบปีที่ผ่านมาตำรวจทุกคนทุ่มเททำงานกันอย่างเสียสละ ไล่ตั้งแต่ช่วงต้นปี ตำรวจต้องดูแลความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตำรวจทุกคนทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่องสามารถดูแลสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงการเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยไม่มีเหตุรุนแรง
ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำรวจก็ทำหน้าที่ได้เป็นที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมาเหตุความรุนแรงลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดที่มีผลงานการจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้จำนวนมาก
กระทั่งมาในช่วงโค้งสุดท้ายของปี เกิดภัยพิบัติรุนแรง ตำรวจทุกคนก็ทำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างแข็งขัน เรียกความเชื่อถือและศรัทธาจากประชาชนได้เป็นอย่างมาก
ส่วนสิ่งที่ต้องปรับปรุงคือ รอบปีที่ผ่านมามีตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเกิดจากเครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อม ขาดทักษะ และขาดขวัญกำลังใจเพราะค่าตอบแทนมีน้อยนิดเมื่อเทียบกับอัตราความเสี่ยง ซึ่งปีหน้าผมจะหาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้เป็นละดับแรกๆ เพื่อขวัญและกำลังใจของตำรวจ
ทิศทางการทำงานของตำรวจในปี 2555 จะเป็นอย่างไร
จะเร่งพัฒนาโรงพักให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง โดยจะยึดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเรื่องที่เป็นเป้าหมายสูงสุดคือการ แก้ไขปัญหายาเสพติด ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ในปี 2555 เราจะกวาดล้างกันอย่างจริงจัง ซึ่งผมได้มอบหมายเป็นนโยบายให้กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) รวมทั้งสถานีตำรวจทุกแห่งเอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างยาเสพติด
ปีหน้าผมตั้งเป้าไว้ว่า การแพร่ระบาดของยาเสพติดต้องลดลง ซึ่งรวมถึงในเรือนจำด้วย เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่จะต้องโดนยึดทรัพย์ให้ได้มากที่สุดเพื่อตัดวงจรด้านการเงิน เชื่อว่าหากทำได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้การแพร่ระบาดของยาเสพติดจะลดน้อยลง
สำหรับปัญหาอาชญากรรมที่คาดว่าแนวโน้มจะรุนแรงนั้น ผมจะพยายามหาช่องทางดึงมวลชนเข้ามาร่วมกับตำรวจในการแก้ปัญหา เช่นเดียวกับงานด้านการอำนวยความยุติธรรมที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่
ผมมีแผนที่จะให้ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจน้ำ จะเพิ่มบทบาทในการสกัดกั้นการกระทำความผิดทุกประเภทตลอดแนวชายแดนมากขึ้น โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดและการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง
ขณะที่ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจสันติบาล และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะมุ่งเน้นในการปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ เช่นอาชญากรรมข้ามชาติ มือปืนรับจ้าง การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
ประเมินสถานการณ์อาชญากรรมปี 2555 เป็นอย่างไร
ผลกระทบจากมหาอุทกภัย ส่งผลให้บริษัทห้างร้านจำนวนไม่น้อยต้องปิดตัวลงไป แรงงานจำนวนไม่น้อยต้องตกงาน เชื่อว่าจะส่งผลต่ออัตราการเกิดคดีอาชญากรรม คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งคงต้องเพิ่มมาตรการในการป้องกันอาชญากรรมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะสถานที่เสี่ยงอย่าง ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และหมู่บ้านจัดสรร
เช่นเดียวกับจังหวัดตามแนวชายแดนภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประเทศเพื่อนบ้านประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนักด้วย อาจมีคนร้ายข้ามเข้ามาก่ออาชญากรรมในบ้านเราซึ่งจะต้องสะกัดกั้นให้ได้
นอกจากนี้คดีหลอกลวงแรงงาน ธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบ อาชญากรรมข้ามชาติที่มาในรูปแบบหลอกโอนเงิน มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับคดีอาชญากรรมที่เกิดจากแรงงานต่างด้าวที่ถูกเลิกจ้างเพราะผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ตำรวจจะต้องแก้ให้ได้
แนวทางในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดจะเป็นอย่างไร
การแก้ปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบในด้านการปราบปรามและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งผมได้กำหนดเป็นนโยบายให้ตำรวจทุกคนดำเนินการตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะสารเสพติด ทั้งนี้จะมีการบูรณาการกำลังกัน แก้ปัญหายาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดนจะมีการสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชั้นในได้
ทั้งนี้ได้ของบประมาณในการติดตั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะ ตามถนนสายสำคัญๆ ที่เครือข่ายค้ายาเสพติดใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด เพิ่มเติมทั้งภาคเหนือและภาคใต้
โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือได้มอบนโยบายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพิ่มมาตรการในการสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการตั้งด่านสกัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เร็วๆ นี้ได้รับความร่วมมือจากกรมศุลกากรจะมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ยาเสพติดที่ด่านบ้านห้วยไร่ และแม่พริก หลังการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ดังกล่าวแล้วจะทำให้การตรวจสอบยาเสพติดง่ายขึ้น
ส่วนผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้เรามีข้อมูลอยู่พร้อมแล้ว ซึ่งไม่อยากพูดว่าจะใช้เวลากี่เดือนกี่วันจึงจะทำให้ยาเสพติดหมดไป แต่ยืนยันว่าจะทำอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกพื้นที่ผมได้กำชับทุกโรงพักไปแล้ว โดยให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจทุกแห่งทำรายงานมาแล้วว่าจะใช้เวลากี่วันยาเสพติดจึงจะหมดไปจากพื้นที่ ซึ่งหากทำไม่ได้อย่างที่บอกผมจะให้คนอื่นไปทำแทน
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การแก้ปัญหายาเสพติดไม่สำเร็จเพราะมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จะแก้ปัญหานี้อย่างไร
ยอมรับว่าที่ผ่านมามีตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเครือข่ายค้ายาเสพติดจริงแต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย ซึ่งในปีหน้าผมอยากเตือนให้ตำรวจที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้เลิกเสีย เพราะปีหน้าผมจะทำโครงการตำรวจสีขาว มีเป้าหมายต้องการกำจัดตำรวจที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้ได้ทั้งหมด โดยมอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และกองบัญชาการต่างๆ จัดชุดปฏิบัติการขึ้นมาตรวจสอบโดยเฉพาะ หากพบว่าตำรวจคนใดเสพยาจะนำไปฝึกที่ค่ายนเรศวรทันที และหากพบว่ามีพฤติกรรมค้ายาเสพติดจะดำเนินคดีตามกฎหมายสถานหนัก
มีการคาดการณ์ว่าปีหน้าการเมืองจะรุนแรง ในส่วนของตำรวจเตรียมรับมืออย่างไร
ผมยังไม่คิดเช่นนั้นนะ บางทีหลายคนอาจพูดอะไรที่มากเกินไป ผมยังมองว่าปัญหาทุกอย่างหากเราหันหน้ามาคุยกันน่าจะเป็นการดีที่สุดประเทศจะได้เดินหน้าได้ อีกทั้งเราเพิ่งผ่านภัยพิบัติกันมา ความสามัคคีเป็นเรื่องสำคัญ เราน่าจะช่วยกันเร่งฟื้นฟูประเทศกันดีกว่า
ใครที่คิดจะก่อความไม่สงบ ก่ออาชญากรรม ค้ายาเสพติด หรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้ประเทศชาติเดือดร้อนก็ให้ล้มเลิกความคิดเสียเพื่อความสงบสุขของประเทศ ในส่วนของตำรวจนั้นผมยืนยันว่าจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเต็มที่ให้สมกับคำว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์"



