
'ธ ทรงเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของปวงไทย'
'ธ ทรงเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของปวงไทย' : สกู๊ปพิเศษ : โดย ... ทีมข่าวสังคม-สตรี
"ข้าพเจ้าพูดได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรักราษฎรเหมือนลูกเหมือนหลานท่าน อันนี้เป็นสัตย์จริง ท่านจะไม่มีความสุขเลยเมื่อทราบว่าราษฎรเดือดร้อน ท่านจะทำทุกวิถีทางที่ท่านจะทำได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรข่าวน้ำท่วมถึงห้าชั่วโมง และคงจะเป็นเพราะทรงเครียด พระเจ้าอยู่หัวทรงรักประชาชนเหมือลูกหลาน เมื่อทรงเห็นประชาชนทุกข์ ทรงทุกข์ด้วย"
พระดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เมื่อเสด็จไปทรงเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม เป็นการตอกย้ำให้คนไทยได้รู้ว่า แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระอาการประชวรและประทับรักษาพระวรกายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ณ วันนี้กว่า 2 ปี แต่ความห่วงใยและความรักที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยไม่ได้เหือดหายหรือน้อยลง
ตรงกันข้าม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงงานอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเกิดเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นกับประเทศไทย ก็ทรงติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับยังทรงแนะแนวทางการแก้ไขและการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ รวมทั้งกระแสพระราชดำรัสที่ว่า "ไม่ต้องกั้นหรือป้องกันน้ำที่จะผ่านวัง ปล่อยให้น้ำไหลไปตามธรรมชาติ" หรือแม้กระทั่งในวันมหามงคลพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย ในโอกาสเสด็จออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ยังทรงย้ำเตือนให้ทุกฝ่ายสามัคคีกันและช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไป
"ท่านทั้งหลายในที่นี้ ผู้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญ ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร ย่อมทราบแก่ใจอยู่ทั่วกันว่า ความมั่นคงของประเทศชาตินั้น จะเกิดมีขึ้นได้ ก็ด้วยประชาชนในชาติอยู่ดีมีสุข ไม่มีทุกข์ยากเข็ญ ทั้งนั้นการใดที่เป็นความทุกข์เดือดร้อนของประชาชน ทุกคน ทุกฝ่ายจึงต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องร่วมมือกัน ปฏิบัติแก้ไขให้เต็มกำลัง โดยเฉพาะขณะนี้ ประชาชนกำลังเดือดร้อนลำบากจากน้ำท่วม จึงชอบที่จะร่วมมือกัน ปัดเป่าแก้ไขให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว และจัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน อย่างเช่น โครงการต่างๆ ที่เคยพูดไปนั้นเป็นการแนะนำไม่ได้สั่งการ แต่ถ้าเป็นการปรึกษากันแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ คุ้มค่า และทำได้ก็ทำ ข้อสำคัญจะต้องไม่ขัดแย้ง แตกแยกกัน หากจะต้องให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน เพื่อให้งานที่ทำบรรลุผลที่มีประโยชน์ เพื่อความผาสุกของประชาชน และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ"
นั่นเป็นการตอกย้ำว่า แม้ว่าจะเป็นวันมหามงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ ทุกเวลา ทุกนาที พระองค์ยังใส่พระราชหฤทัยถึงความเป็นอยู่ของประชาชนในพระองค์มิได้เคยขาด ก่อนหน้านี้ก็พระราชทานวิธีการจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2538 รวมไปถึงโครงการในพระราชดำริเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำ อย่างต่อเนื่อง
ทรงมุ่งขจัดปัญหาความแห้งแล้งอันเนื่องมาจากสภาพของป่าไม้ต้นน้ำเสื่อมโทรม หรือการขาดแหล่งน้ำจืด ทรงบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบตั้งแต่บนฟ้าถึงน้ำใต้ดิน ทรงมีโครงการจัดการน้ำแห่งแรกเมื่อปี 2506 เพื่อกักเก็บน้ำจืดและป้องกันน้ำทะเลบุกรุกเข้ามาในแหล่งน้ำจืดของ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงทุกวันนี้ พระองค์มีโครงการพระราชดำริมากกว่า 4,300 โครงการ และโครงการเหล่านี้ร้อยละ 40 เป็นโครงการที่เกี่ยวกับการบริหารและการจัดการแหล่งน้ำ ตั้งแต่ฝนหลวง เขื่อน อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำใต้ดิน ตั้งแต่ภูเขาสู่ทะเล ทรงฟื้นป่า มีฝายชะลอความชุ่มชื้น ทรงเน้นถึงการดูแลฟื้นฟูทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์อย่างยั่งยืน ให้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดไป
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำเพื่อพสกนิกร ยังมีพระราชกรณียกิจและโครงการพระราชดำริต่างๆ อีกมากมาย ที่ทรงทดลอง ทรงทำ และทรงแนะเพื่อคนไทยทุกคนอยู่ดีมีสุข
... ผนวกกับปีพุทธศักราช 2555 เป็นปีมหามงคลด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2555
จึงเป็นปีมหามงคลที่ปวงไทยควรน้อมนำเดินตามรอยพระบาท เดินตามแนวทางพระราชดำริ เพื่อจะได้หลุดพ้นจากมหาภัยต่างๆ เพื่อจะสลัดภาพน้ำท่วมครั้งใหญ่จากช่วงปลายปีที่ผ่านมา พร้อมแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วย ธ ทรงเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
.....................
(หมายเหตุ : 'ธ ทรงเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของปวงไทย' : สกู๊ปพิเศษ : โดย ... ทีมข่าวสังคม-สตรี)



