ข่าว

ปีใหม่..ไปไหนดี ?

ปีใหม่..ไปไหนดี ?

01 ม.ค. 2555

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ปีใหม่..ไปไหนดี ? โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

                เคยมีคนบอกไว้ว่า “ความผิดพลาดในอดีต จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราไม่เรียนรู้อะไรจากมัน” คำกล่าวนี้น่าจะใช้ได้ดีกับปี 2554 ที่ผ่านมา ปีแห่งความบอบช้ำจากสายน้ำที่ซัดสาดทำลายทั้งพื้นที่เกษตร พื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงบ้านเรือนประชาชน ถ้าเราไม่ได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้น ปล่อยให้ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่คิดแก้ไข ไม่คิดป้องกัน ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งกว่าน่าเสียดาย

                เคยมีผู้ใหญ่ในวงการสื่อมวลชนบอกในวันที่เราทำงานผิดพลาดว่า ‘ไม่เป็นไร’ ไม่มีใครอยากให้ผิดพลาด ไม่มีใครตั้งใจให้งานเสียหาย แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะทำผิดซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ ได้อีก หมายความว่า ความผิดพลาดควรจะเกิดขึ้นครั้งเดียวในเรื่องเดียวกันเท่านั้น

                 หลายคนอาจจะคิดว่า ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แต่อย่าลืมว่า การเริ่มต้นใหม่ไม่ควรจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือว่าเกิดขึ้นบ่อยเกินไป เพราะทุกครั้งที่เริ่มต้นใหม่ ก็หมายความว่า เราไม่ได้เดินหน้าไปไหนไกล แต่ยังคงจมจ่อมอยู่กับอะไรเดิมๆ

                คำถามว่า ปีใหม่ไปไหนดี? เป็นคำถามยอดฮิต เพราะใครต่อใครต่างก็จ้องจะใช้วันหยุดพักผ่อนยาวๆ แบบนี้เดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเพื่อพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งปี แต่สำหรับ “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” คำถามว่า ปีใหม่ไปไหนดี ไม่ได้หมายถึง “คน” หากแต่หมายถึง “เงิน

                หนึ่งปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดศักราชวันแรกของปี 2554 เมื่อวันที่ 4 มกราคม ดัชนีราคาหุ้นในวันนั้นปิดตลาดที่ระดับ 1,042.41 จุด ในขณะที่เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ดัชนีราคาหุ้นปิดที่ระดับ 1,023.91 จุด แปลว่า ผลตอบแทนสำหรับตลาดหุ้นไทยหากเราซื้อหุ้นตั้งแต่ต้นปี ให้ผลตอบแทนติดลบ 1.77% แทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่ระหว่างปี ดัชนีขึ้นลงอย่างผันผวนมาตลอด

                 ขณะที่ราคาทองคำดูเหมือนจะสร้างผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ เพราะต้นปีราคารับซื้อคืนอยู่ที่ 20,000 บาท และขายออกที่บาทละ 20,100 บาท เมื่อล่วงเลยมาถึงปลายปีเมื่อ 29 ธันวาคมเช่นเดียวกัน ราคาทองคำอยู่ที่ 23,350 บาทและ 23,450 บาท คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 16%

                 แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่ลงทุนในหุ้นจะ “ขาดทุน” หมด และทุกคนที่ลงทุนในทองคำจะ “กำไร” เหมือนกันหมด เพราะจังหวะการเข้าลงทุนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน น้ำอดน้ำทนในการถือครอง เพื่อรอเวลาให้สินทรัพย์ที่เราเข้าไปลงทุนเกิดผลตอบแทนก็แตกต่างกัน และต้องยอมรับว่า ทั้งหุ้น ทั้งทอง เคลื่อนไหวอย่างผันผวน สะบัดขึ้นสะบัดลงได้อย่างสุดเหวี่ยงในรอบปีที่ผ่านมา แปลว่า ถ้าเข้าลงทุนในจังหวะที่ผิดพลาด ความเสียหายก็ย่อมจะมากกว่าตามไปด้วย

                 ดังนั้น ปีใหม่นี้ (เงิน) จะไปไหนดี จึงเป็นเรื่องน่าสนใจและหาคำตอบ ทั้งจากผู้ที่อยู่แวดวงของทองคำ ตลาดหุ้น รวมถึงเพชร ที่ระยะหลังก็มาแรงไม่ใช่น้อย

                 เริ่มต้นจาก “หุ้น” ซึ่ง “เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) บอกว่า จากการประเมินของเอเซียพลัส เชื่อว่าในปี 2555 อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนจะขยายตัวได้ในราว 9% แปลว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนตามค่ากลางก็น่าจะคาดหวังไว้เท่านี้ แต่หากต้องการผลตอบแทนที่มากกว่านี้ ก็ต้องเลือกหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นสูงกว่าตลาด ซึ่งมองไว้ 4 กลุ่ม นั่นคือ กลุ่มเทคโนโลยีหรือไอซีที ที่เชื่อว่า มีโอกาสที่กำไรจะขยายตัวได้ถึง 24% จากรายได้ต่อเลขหมายของผู้ให้บริการที่มากขึ้น  ขณะที่กลุ่มยานยนต์ มีโอกาสเติบโตได้ถึง 52% ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์คาดว่าจะเติบโตได้ 15% จากแรงขับเคลื่อนของสินเชื่อที่จะขยายตัวได้ในราว 10% และกลุ่มสุดท้าย คือ ค้าปลีก ที่เชื่อว่า ปี 2555 ยอดขายสาขาเดิมโต 3% ส่วนสาขาใหม่จะเพิ่มขึ้นอีก 10%

                 อย่างไรก็ตาม “พิชัย เลิศสุพงษ์กิจ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด กลับมองว่า ปี 2555 อาจจะไม่ใช่ปีที่ดีของตลาดหุ้นไทย เพราะมีปัจจัยลบที่รออยู่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยุโรป ดังนั้น ปีนี้จึงเป็นปีของการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายเพื่อป้องกันความเสี่ยง และควรเลือกลงทุนด้วยความระมัดระวัง

                 ส่วนแนวโน้มของราคาทองคำนั้น “ณัฐฑี จุฑาวรากุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด บอกเป้าหมายราคาทองคำในปี 2555 ว่า กรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจะอยู่ในระดับ 1,444 เหรียญต่อออนซ์ไปถึง 2,000 เหรียญต่อออนซ์ ซึ่งหมายความว่าเมื่อราคาทองคำเข้าใกล้ 1,530 เหรียญต่อออนซ์ คิดเป็นราคาในประเทศประมาณ 23,000 บาท ก็น่าจะเหมาะกับการทยอยสะสมเพื่อลงทุนระยะกลาง

                 “จริงๆ ก็มีข้อสังเกตในปี 2551 ซึ่งเกิดวิกฤติซับไพร์ม ราคาทองปรับตัวลดลง 30% ในระยะ 7 เดือน หลังจากนั้นใช้เวลา 7 เดือนในการสร้างสถิติสูงสุดที่ระดับ  1,920 เหรียญต่อออนซ์ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาอีกครั้งซึ่งขณะนี้ใช้เวลาไปแล้ว 4 เดือน ดังนั้น จึงราคาทองคำอาจจะลงได้ไตรมาสแรกหรือใช้เวลา 3 เดือนของปีนี้ แล้วจากนั้นน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งช่วงที่ราคาลดลงก็เป็นจังหวะในการทยอยลงทุนสะสม เพื่อการลงทุนระยะกลาง”

                 และปิดท้ายที่ราคาเพชร ซึ่ง “อัญรัตน์ พรประกฤต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “เพชรยูบิลลี่” บอกว่า ราคาเพชรได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ความสนใจของคนที่ต้องการซื้อเพชรเป็นทั้งเครื่องประดับและเพื่อลงทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่สนใจแต่ไม่มีความรู้ในการเลือกซื้อเพชร มีเทคนิคง่ายๆ เพียงแค่ดูที่ใบรับประกันเท่านั้น

                 “การที่เราจะหาของขวัญให้กับตัวเอง หลังจากที่เราทำงานเหนื่อยมาทั้งปี เราก็ควรซื้อของที่มีความคุ้มค่าและมีคุณภาพ ซึ่งเทคนิคง่ายๆ สำหรับการซื้อเพชรก็คือ ดูที่ใบรับประกัน เพราะลูกค้าทั่วไปเลือกซื้อเพชรเองไม่เป็นอยู่แล้ว ดังนั้น ควรเลือกซื้อเพชรที่มีใบรับประกันจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ และจากบริษัทที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ เพื่อที่จะมั่นใจว่า มูลค่าเงินที่จ่ายไป คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับคืน รวมถึงบริการหลังการขาย ที่จะดูแลกันไปตลอดระยะเวลาของสินค้านั้น”

                 ใช้ประสบการณ์จากปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียน พลิกขาดทุนให้เป็นกำไร พลิกกำไรให้กำไรมากขึ้น จะหุ้นหรือจะทองหรือจะเพชร ล้วนแต่มี “โอกาส” รออยู่ทั้งนั้น

......................................
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ปีใหม่..ไปไหนดี ? โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected] )