
'จุดเริ่ม-จุบจบ'ทางเลือกการเมืองปี55
รายงานพิเศษ : 'การเมืองปี 55 : 'สองปัจจัยหลักการเมือง 55 ทางเลือก จุดเริ่ม-จุดจบ' โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
การเมืองปี 2555 คงร้อนแรงขึ้นกว่าปีนี้ไม่น้อย แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะมีการเลือกตั้ง แต่ก็ถือเป็นการสู้กันในระบบ เอาเกมมาวางกันบนโต๊ะ อีกทั้งปลายปียังมีปัญหาน้ำท่วม ทำให้โฟกัสของคนทั่วไปคลายจากการเมือง
แต่ปีหน้าจะเป็นปีที่ทุกอย่างปรับเข้าสู่ระบบ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย วาระต่างๆทางการเมืองจะถูกผลักดันให้เดินหน้า เริ่มตั้งแต่ต้นปี ที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ
รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะเริ่มขยับล่าชื่อเพื่อเสนอแก้ตั้งแต่ต้นปี
ก่อนหน้านี้แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะใช้วิธีใด เพราะมีบางคนเสนอว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้ง ส.ส.ร. 3 โดยอ้างว่าเป็นการเสียเวลาและเสียเงินโดยใช่เหตุ พร้อมทั้งอ้างตัวเลข 15 ล้านเสียงว่าเป็นเหมือนการอนุมัติกลายๆให้แก้ไขแล้ว เพราะตลอดการหาเสียงพรรคเพื่อไทยก็ชูเรื่องนี้เป็นนโยบายหลักมาตลอด
ว่ากันว่าเจ้าของพรรคตัวจริงก็เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้ เพราะจะใช้เวลาไม่นาน ดีไม่ดีไม่ถึง พ.ค. ก็จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ และอาจจะได้กลับบ้านโดยเร็ว
แต่เมื่อแนวคิดนี้ถูกโยนออกมาก็เป็นไปตามคาดเพราะถูกวิพากษ์วิจารณ์เสียยับเยิน อีกทั้งกระแสต้านก็มากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็ต้องเลือกวิธีที่จะสร้างความชอบธรรมโดยจะทำเพียงแก้ไขมาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้ตั้ง ส.ส.ร. 3 เป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ และมีความเป็นไปได้สูงว่า โมเดลของ ส.ส.ร. ชุดแรกปี 2540 จะถูกนำมาใช้คือ เลือกตั้งส่วนหนึ่งและคัดจากนักวิชาการส่วนหนึ่ง
และเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ก็ต้องนำไปถามประชามติ เพื่อสร้างความชอบธรรมอีกครั้ง เสียงในพรรคเพื่อไทยบอกว่า รัฐธรรมนูญ 2550 เองก็ผ่านประชามติ หากไม่อยากตกเป็นขี้ปากใครก็ควรทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยเช่นกัน
งานนี้เรื่องขั้นตอนและกระบวนการคงไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นกับเรื่องเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ส.ส.ร. หากไม่เป็นที่ยอมรับ หรือมีการสอดไส้บางมาตราเพื่อเอื้อกับคนไม่กี่คนหรือกี่กลุ่ม ก็อาจจะเป็นที่มาของการไม่ยอมรับและพร้อมจะเกิดความขัดแย้ง
เพราะต้องไม่ลืมว่าแม้ช่วงปีกว่าทีผ่านมาจะไม่เกิดเหตุการณ์อะไรซ้ำกับเมื่อเดือน เม.ย. - พ.ค. 2553 แต่ไฟแห่งความขัดแย้งก็ยังสุมขอนแดงฉานอยู่อย่างเงียบ แต่หากมีใครไปจุดกระแสหรือโหมกระพือลมเข้าไป ไฟนั้นก็พร้อมที่จะโหมกลับมาอีกครั้ง
หากมีมวลชนที่เห็นต่างออกมาต่อต้านการแก้ไข ซึ่งในวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่เชื่อว่าคนเสื้อแดง ที่เป็นพื้นฐานหลักของพรรคเพื่อไทยเองก็จะไม่ยอมเช่นกัน
และเมื่อนั้นความรุนแรงก็พร้อมที่จะกลับมา
นอกจากเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยังคงมีจุดเปราะบางที่ต้องจับตาคือ การออก พ.ร.บ.ปรองดอง หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่กำลังทำโดย "คณะกรรมาธิการปรองดอง" และส่งเรื่องให้ สถาบันพรปกเกล้าศึกษาแนวทาง
ว่ากันตามจริงแล้ว ข้อเสนอเรื่องการนิรโทษกรรมนั้นเป็นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธของกลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในเกมการเมืองที่แสนรุนแรงตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา เพราะหมายถึงทุกคนจะได้รับประโยชน์ เนื่องจากขณะนี้คดีของทุกคนก็ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว
และแน่นอนว่าผู้ที่รับผลประโยชน์หลักคือ "ทักษิณ"
แต่คนที่ทำก็ต้องไม่ลืมว่าคนจำนวนมากยังคงรู้สึกไม่ดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และพร้อมจะต่อสู้ทุกทางเพื่อไม่ให้ "ทักษิณ" เข้าประเทศ หรือกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่มีอีกกลุ่มหนึ่งต้องการ ต่อสู้เพื่อปกป้องทุกทางและพร้อมจะเป็นกำลังหนุนอยู่เคียงข้างตลอดเวลา
ดังนั้นหากมีการออกกฎหมายที่จะมีเป้าหมายหลักเพื่อ "ทักษิณ" เมื่อนั้นจะมีคนจำนวนหนึ่งพร้อมที่จะออกมาต่อต้านในทันทีทันใด
ยิ่งไปกว่านั้นต้องไม่ลืมด้วยว่าคนที่บอบช้ำและสูญเสียจากตลอด 4-5 ปี ที่ผ่านมานั้นจะยินยอมกับข้อเสนอปรองดองในแบบ แล้วๆกันไปหรือไม่
ในกลุ่มการเมืองแต่ละกลุ่มนั้นมิได้มีปีกหลักอยู่เพียงปีกเดียว อย่างคนเสื้อแดงก็ใช่ว่าจะมีแต่แดงสายเพื่อไทยเท่านั้น หากแต่ยังมีแดงอีกหลายสายและยังเจ็บแค้นกับประชาธิปัตย์ ขณะที่อีกฝั่งก็ยังเป็นกลุ่มที่แค้นกับการเมืองแบบ "ทักษิณ" หากประชาธิปัตย์เล่นเกมเกี้ยเซี้ยะก็ยากที่จะอธิบายกับคนกลุ่มนี้
นี่คือความขัดแย้งที่ยังสุมอยู่ภายใน
นี่คือสองเรื่องหลักที่อาจจะเป็นได้ทั้งทางออกและและจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่ในปีหน้า หากว่ากันตามจริงแล้ว ทั้งสองเรื่องก็ยังคงเวียนวนเกี่ยวกระหวัดอยู่รอบตัว "ทักษิณ"
หากทั้งสองเรื่องกระทำอย่างละเอียดโดยไม่เอาตัวบุคคลหรือผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเป็นตัวตั้ง นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสงบ
แต่หากเดินเกมด้วยความเร่งร้อนและไม่ฟังเสียงคนอื่น ปี 55 ก็จะเป็นการเดินหน้าเข้าสู่จุดจบของสังคมไทย
.....................
(หมายเหตุ : รายงานพิเศษ : 'การเมืองปี 55 : 'สองปัจจัยหลักการเมือง 55 ทางเลือก จุดเริ่ม-จุดจบ' โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)



