
น.คุมเข้มปีใหม่10พื้นที่เสี่ยงกทม.
รายงานพิเศษ : 'นครบาลจัดกำลัง3พันนาย คุมเข้ม10พื้นที่เสี่ยง-ป้องกันเหตุร้ายปีใหม่'
หลายปีที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในเขตกรุงเทพมหานครมีสถานการณ์ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อปี 2550 เกิดเหตุระเบิดถึง 10 จุด ทั่วกรุงเทพมหานคร ในปี 2551 เกิดเหตุโศกนากฏกรรมสะเทือนขวัญ "เพลิงไหม้ผับซานติก้า" ในปีถัดมามีเหตุความวุ่นวายจากการชุมนุมทางการเมือง
มาในปีนี้แม้การชุมนุมทางการเมืองจะยุติแล้ว แต่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2554 เกิดเหตุคนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ใกล้กับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งตำรวจได้สืบสวนสอบสวนขยายผลจนสามารถตามจับคนร้ายได้ 1 คน พร้อมกับการเข้าเก็บกู้วัตถุระเบิดอีก 3 จุด ที่คนร้ายนำไปวางไว้ในย่านลาดกระบัง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผนวกกับข้อมูลทางด้านการข่าวที่มีรายงานเข้ามาเป็นระยะว่าอาจจะเกิดเหตุรุนแรงในช่วงเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปี 2555 ซ้ำรอยปี 2550 ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกำลังคุมเข้มพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดกำลังไว้ดูแลพื้นที่เสี่ยงเกิดเหตุ โดยเน้นบริเวณที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทุกแห่ง โดยเฉพาะสถานที่ใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ย่านราชประสงค์ สนามหลวง ตรอกข้าวสาร รวมถึงสถานบันเทิงต่างๆ ในย่านทองหล่อ รัชดาฯ สีลม และซอยนานา
พล.ต.ต.ปิยะบอกว่า มาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยครั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ระดมกำลังตำรวจมาจากสถานีตำรวจในสังกัดรวมกว่า 2,000 นาย สนธิกำลังกับสารทหารทุกเหล่าทัพอีก 400 นาย เจ้าหน้าที่เทศกิจอีก 200 นาย และอาสาสมัครอีก 300 คน รวมมีเจ้าหน้าที่กว่า 3,000 คน ที่จะรับผิดชอบในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนเกิดความมั่นใจ
"นอกจากเจ้าหน้าที่ชุดนี้แล้ว เรายังได้ให้ตำรวจท้องที่เข้าไปประสานกับผู้จัดงานเฉลิมฉลองปีใหม่ทุกแห่ง เพื่อวางมาตรการต่างๆ ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ป้องกันเหตุร้าย โดยได้ขอความร่วมมือจากผู้จัดงานให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในบริเวณจุดบอด มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และที่สำคัญก่อนการจัดงานตำรวจจะเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนทุกตารางนิ้วเพื่อความมั่นใจ" พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
นอกจากการจัดกำลังเข้าไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณจัดงานแล้ว พล.ต.ต.ปิยะบอกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุร้ายเอาไว้ด้วย โดยหากเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ซึ่งประจำจุดนั้นๆ จะเร่งระบายประชาชนออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดเหตุร้ายที่แยกราชประสงค์ เจ้าหน้าที่จะนำประชาชนออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัยคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนามกีฬาศุภชลาศัย ถนนวิทยุ และประตูน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจนี้ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
"เทศกาลปีใหม่ปีนี้เราไม่ประมาท ในเรื่องของการตรวจสอบข่าวกลุ่มบุคคลไม่หวังดี กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการข่าวยังทำงานกันอย่างแข็งขัน ซึ่งเราจะเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม ซึ่งอยากให้ประชาชนได้สบายใจ และให้มีความสุขกับกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างเต็มที่ ส่วนความปลอดภัยของท่านตำรวจจะดูแลเต็มที่โดยไม่มีการหยุดการลาเด็ดขาด" โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายความ
นอกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม จัดกำลังตำรวจหน่วยคอมมานโด เข้ามาช่วยเสริมการปฏิบัติงาน โดยให้มีการจัดสายตรวจเดินเท้าเข้าไปร่วมตรวจตรารักษาความปลอดภัยในจุดที่ล่อแหลม เช่น ร้านทอง ห้างสรรพสินค้า รวมถึงพื้นที่ที่เป็นซอยเปลี่ยว เพื่อป้องกันเหตุร้าย
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สำรวจ 10 พื้นที่ ซึ่งเคยเกิดเหตุระเบิดเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2550 ได้แก่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมเจอร์ รัชโยธิน ซีคอนสแควร์ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนข้าวสาร ถนนใกล้พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แยกสี่เสาเทเวศร์ สถานีขนส่ง ซอยนานา และห้างพาต้า ปิ่นเกล้า ซึ่งก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดเหตุร้ายซ้ำ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส ตำรวจได้จัดกำลังเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด และยังไม่มีทีท่าว่าจะเกิดเหตุร้าย อีกทั้งยังมีประชาชนไปตระเวนถ่ายรูปกันอย่างคึกคักเพราะสถานที่เหล่านี้มีการประดับไฟเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไว้อย่างสวยงาม
"สมพงษ์" ผู้จัดการร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ รัชโยธิน บอกว่า มั่นใจว่าเทศกาลปีใหม่นี้จะไม่เกิดเหตุร้ายซ้ำรอยปี 2550 อย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าคนไทยต้องการความสงบ แต่เพื่อความไม่ประมาททางร้านได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้ดูแลความปลอดภัยบริเวณร้าน 10 คน พร้อมทั้งจัดอบรมให้พนักงานร้านทุกคนรู้จักวิธีสังเกตและตรวจสอบสิ่งต้องสงสัย รวมทั้งมีการกำชับห้ามจุดดอกไม้ไฟภายในร้านอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุด้วย
สอดคล้องกับ "นางอมรรัตน์" หรือ "เจ๊น้อง" มาม่าซังย่านสีลม ซึ่งแสดงความมั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นในย่านสีลมอย่างเด็ดขาด เพราะในย่านสีลมเป็นประชาคมที่เข้มแข็งดูแลกันอย่างดี อีกทั้งยังมีกำลังตำรวจเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยให้อย่างเข้มงวด เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีนี้จึงมั่นใจว่าปลอดภัยแน่
....................
(หมายเหตุ : รายงานพิเศษ : 'นครบาลจัดกำลัง3พันนาย คุมเข้ม10พื้นที่เสี่ยง-ป้องกันเหตุร้ายปีใหม่')



