
รัฐเทงบอัดฉีดเงินปั้มศก.โต7%
รายงานพิเศษ : 'เทหน้าตักอัดฉีดเงินฟื้นฟู รัฐหวังปั๊มเศรษฐกิจปีมังกรโต 7 %' โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
หลังจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ภาวะเลวร้ายที่สุดของปีจากมหาอุทกภัย ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ จนทำให้สำนักเศรษฐศาสตร์ต่างๆ ต้องปรับลดอัตราการเติบโตของปีนี้จากที่มองไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะโตประมาณ 7-8% เหลือเพียง 1.5-1.8% แล้วแต่ว่าสำนักใดจะมองภาพเลวร้ายมากแค่ไหน ดังนั้น ในปี 2555 จึงถือเป็นปีแห่งการ "ฟื้นฟู" ของเศรษฐกิจไทย โดยสำนักเศรษฐศาสตร์ทั้งของรัฐและเอกชนต่างมองว่า การเร่งฟื้นฟูเยียวยาทั้งในส่วนภาคประชาชนและภาคธุรกิจ จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวได้ 4-5%
"กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ระบุว่า การขับเคลื่อนของภาครัฐ โดยเฉพาะการทุ่มเม็ดเงินเข้าระบบทั้งจากการขาดดุลงบประมาณปี 2555 วงเงิน 4 แสนล้านบาท และยังมีแนวทางจะกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการเร่งด่วนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในระยะสั้นและลงทุนในโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการน้ำในระยะปานกลางถึงระยะยาวอีก 3.5 แสนล้านในอนาคต จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2555 พุ่งสูงถึง 7%
แม้ในความเป็นจริงเศรษฐกิจไทยในปี 2555 ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นๆ อีกมาก ทั้งจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจยุโรปที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้ แถมอาจลุกลามไปสู่ภาคการเงิน และเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่วนปัจจัยในประเทศเองแม้รัฐจะเร่งผลักดันมาตรการต่างๆ รวมทั้งการเร่งใช้เงินงบประมาณ แต่ขณะนี้งบประมาณปี 2555 ก็ยังไม่มีผลบังคับใช้ ที่สำคัญการใช้เงินของภาครัฐจำนวนมหาศาลอาจมีรูรั่วไหลจนกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องจากทั้งภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งความเสี่ยงทางด้านการเมืองที่รอวันปะทุในหลายประเด็น
ขณะที่ "ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการของรัฐบาลเพื่อเร่งฟื้นฟูเยียวยาจากเหตุอุทกภัยมีความครอบคลุมหลายด้าน โดยในส่วนของมาตรการด้านการเงินการคลังมีทั้งเงินให้เปล่า ซึ่งถือเป็นสิ่งแรกที่รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งงบประมาณฉุกเฉินที่อนุมัติให้จังหวัดละ 50 ล้านบาท สูงสุด 500 ล้านบาท รวมถึงการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายครัวเรือนที่ประสบภัย 5,000 บาท ซึ่งมีทั้งสิ้น 2.9 ล้านครัวเรือน คิดเป็นเงินกว่า 14,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการจ่ายเงินให้แก่บ้านเรือนที่เสียหายเพื่อการซ่อมแซมอีกไม่เกินครัวเรือนละ 3 หมื่นบาท ส่วนภาคเกษตรกรมีการช่วยเหลือนาข้าวที่ได้รับความเสียหายเป็นเงินไร่ละ 2,222 บาท ซึ่งในขณะนี้มีเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายที่ได้ยื่นขอชดเชยดังกล่าวกว่า 3.6 แสนราย ซึ่งภาครัฐได้จ่ายความช่วยเหลือ 2.9 แสนรายแล้ว เป็นเงินประมาณกว่า 7,300 ล้าน
“จะเห็นได้ว่ารัฐบาลจะมีการจ่ายเงินเพื่อการฟื้นฟูให้แบบจ่ายขาดเป็นเงินรวมไม่น้อยกว่า 21,800 ล้านบาทในช่วงปลายปี 2554 และต้นปี 2555 ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สำคัญประการที่หนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2555” นายธีระชัย กล่าว
รวมทั้งยังมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบฟื้นฟูภาคธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยผ่านสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งถือเป็นแผนในการเร่งรัดขบวนการธุรกิจให้กลับฟื้นดังเดิมโดยเร็วที่สุด เพราะจะมีผลในการชำระหนี้การค้าและทำให้เงินหมุนเวียนไปยังธุรกิจคู่ค้าอื่นๆ และจะก่อให้เกิดการจ้างงาน และความมั่นใจในการอุปโภคบริโภคของประชาชนโดยตรง โดยวงเงินที่กระทรวงการคลังได้นำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรวมทั้งสิ้น 3.25 แสนล้านบาท ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่กิจการขนาดใหญ่เพื่อนำไปก่อสร้างเขื่อนรอบเขตอุตสาหกรรม กิจการขนาดกลางและขนาดเล็กเพื่อนำไปซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนของเดิม และกิจการขนาดจิ๋วเพื่อให้ตั้งหลักยืนกลับมาเหมือนเดิมได้ รวมไปถึงชาวบ้านที่จะกู้ยืมไปเพื่อซ่อมบ้านและซ่อมรถยนต์
ยังไม่รวมมาตรการด้านภาษีอากรที่กระทรวงการคลังได้เสนอครม.ให้ยกเว้นอากรนำเข้าเป็นการชั่วคราว สำหรับการนำเข้ารถยนต์ที่ประกอบในต่างประเทศทั้งคัน และชิ้นส่วนอะไหล่ รวมทั้งการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อทดแทนที่เสียหาย การเปิดช่องให้โรงงานที่ซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนสามารถหักค่าเสื่อมได้ 125% และขยายขอบเขตการยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับสินค้าอื่นนอกเหนือจากรถยนต์ในอนาคต
รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วไปที่มีภาระต้องซ่อมบ้านและซ่อมรถยนต์ ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาหักภาษีเป็นค่าลดหย่อนได้ โดยในส่วนของบ้านหักลดหย่อนภาษีได้อีก 1 แสนบาท ค่าซ่อมรถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้อีก 3 หมื่นบาท และยังเปิดช่องให้ผู้ที่รถยนต์ได้รับความเสียจากน้ำท่วมสามารถเข้าโครงการรถยนต์คันแรกเพื่อได้สิทธิคืนภาษีไม่เกิน 1 แสนบาทได้ด้วย ส่งผลให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้จากมาตรการภาษีต่างๆ กว่า 6 หมื่นล้านบาท ก็น่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยในปี 2555 สดใสขึ้น
.....................
(หมายเหตุ : รายงานพิเศษ : 'เทหน้าตักอัดฉีดเงินฟื้นฟู รัฐหวังปั๊มเศรษฐกิจปีมังกรโต 7 %' โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ)



